พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 19

ความรอดพ้นที่แลกด้วยเลือด

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"ถ้าคุณกล้าแตะต้องตัวเธอแม้แต่นิ้วเดียว คืนนี้ตระกูลของคุณจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อให้ใครจดจำบนป้ายหลุมศพ" เสียงของท่านชายเอเลียสราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจดุจคมดาบที่เคลือบไว้ด้วยกำมะหยี่ เขายืนตระหง่านขวางหน้าลินินไว้ราวกับกำแพงปราการที่ไม่มีวันพังทลาย ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น ขณะที่ปลายกระบอกปืนพกเงินสลักลายวิจิตรในมือเขาเล็งตรงไปยังหัวใจของเลดี้คามิลล่าอย่างไม่ลังเล ลินินยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลังเงาร่างสูงใหญ่ กลิ่นควันปืนจางๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของคามิลล่าชวนให้สะอิดสะเอียน เธอพยายามจะก้าวออกมา แต่ฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวของเอเลียสกดไหล่เธอไว้แน่น เป็นสัญญาณเตือนว่าห้ามเคลื่อนไหวเด็ดขาด "คุณกำลังปกป้องยัยหญิงชั้นต่ำนี่เหรอคะ เอเลียส?" คามิลล่าแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงดังก้องในโถงทางเดินที่เงียบสงัด เธอไม่ได้เกรงกลัวต่อกระบอกปืนเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มอาบยาพิษนั่นเหยียดกว้างขึ้น "ความลับที่เน่าเฟะในคฤหาสน์หลังนี้ ถ้ามันถูกเปิดเผยออกมา คิดหรือคะว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่ไปถึงรุ่งเช้า?" "นั่นไม่ใช่ธุระของคุณ" เอเลียสตอบสั้นๆ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงชั่วขณะเมื่อเหลือบมองลินินผ่านหางตา "ลินิน... ไปที่ห้องลับทางทิศตะวันออกกับเซบาสเตียนเสีย เดี๋ยวนี้" "ไม่ค่ะ! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นหากคุณยัง..." ลินินโพล่งออกมา น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ฟังผม!" เขาตวาดก้อง แต่มันเป็นเสียงตวาดที่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนลินินชะงัก "ไป!" จังหวะนั้นเอง คามิลล่าส่งสัญญาณด้วยสายตา สมุนชายฉกรรจ์สองคนที่ซุ่มอยู่ในเงามืดก็พุ่งปราดออกมาจากมุมอับ เอเลียสไม่รอช้า เขาสับไกปืนทันที เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปมาในห้องโถง ปลอกกระสุนทองเหลืองดีดตัวกระเด็นกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนบทเพลงแห่งความตาย กระสุนนัดแรกเฉี่ยวไหล่ของหนึ่งในสมุนจนเสื้อสูทขาดวิ่น เลือดสีแดงฉานเริ่มซึมออกมา เอเลียสเหวี่ยงร่างของลินินไปทางประตูลับที่เซบาสเตียนเพิ่งเปิดออกพอดิบพอดี "ท่านชาย! ระวังทางด้านขวา!" เซบาสเตียนร้องเตือน เอเลียสหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าคามิลล่าได้ใช้จังหวะชุลมุนนั้นคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรงพุ่งเข้าใส่ลินินที่ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู เอเลียสตัดสินใจโดยไม่ใช้ความคิด เขาพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างคมมีดกับร่างของหญิงสาว ฉึก! เสียงโลหะบาดลึกเข้าไปในเนื้อหนังดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่เข้าจู่โจมชั่วขณะ ลินินเบิกตากว้าง มือของเธอสั่นเทาขณะคว้าแขนเอเลียสไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะทรุดลง เลือดสีเข้มหยดลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวเป็นหย่อมๆ "เอเลียส!" ลินินหวีดร้อง ความกลัวที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความแตกสลายที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก คามิลล่าชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ตนทำลงไป แต่ใบหน้าของเธอกลับฉายแววสะใจ "นี่คือราคาของการทรยศต่อสายเลือดของตัวเองค่ะ ท่านชาย" เอเลียสกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างกายจากบาดแผลลึกที่ไหล่ แต่เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองมัน เขาใช้มือข้างที่เหลือกระชากคอเสื้อคามิลล่าเข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่าง "จำเอาไว้คามิลล่า..." เขาเค้นเสียงผ่านไรฟัน "ถ้าวันนี้ผมไม่ตาย... คนที่จะต้องหายไปจากโลกนี้ ไม่ใช่เธอ... แต่คือคุณ" เขาสะบัดร่างของคามิลล่าจนกระเด็น ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือลินินแล้วพาวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในทางลับทันที ทั้งสองหลบเข้ามาในห้องใต้ดินที่อับชื้น ลินินรีบฉีกชายกระโปรงของตนเพื่อพันแผลให้เอเลียส มือของเธอสั่นจนควบคุมไม่ได้ แต่เขากลับคว้ามือเธอไว้ กดจูบเบาๆ ลงบนหลังมือที่เปื้อนคราบเลือดของเขา "ผมไม่เป็นไร ลินิน... ฟังผมนะ" เขาประคองใบหน้าเธอไว้ ดวงตาที่เคยเยือกเย็นกลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย "ในกระเป๋าเสื้อด้านในของผมมีจดหมายฉบับหนึ่ง ถ้าวันใดที่ผมปกป้องคุณไม่ได้แล้ว... จงเอามันไปให้เซบาสเตียน เขาจะพาคุณออกไปจากที่นี่เอง" "ทำไมต้องพูดเหมือนสั่งเสีย? คุณห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะคะ!" ลินินตะคอกทั้งน้ำตา เอเลียสยิ้มจางๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบ เขาหยิบตราประทับตระกูลที่ทำจากเหล็กกล้าสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือเธอ "ลินิน... สิ่งที่ผมซ่อนไว้ไม่ใช่แค่ความลับ แต่มันคือคำสาปที่ฝังอยู่ในเลือดของผม" เขาเว้นจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัด "คุณไม่ได้ถูกเลือกให้มาที่นี่เพราะความบังเอิญ... แต่เพราะว่าคุณคือ 'กุญแจ' เพียงดอกเดียวที่จะปลดปล่อยทุกอย่าง... หรือทำลายทุกอย่าง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นจากประตูลับด้านหลัง พวกเขากำลังถูกไล่ล่า! เอเลียสรีบลุกขึ้นยืน แม้จะโซเซไปบ้าง เขาดึงลินินมาซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสมุดบันทึกโบราณ ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้โลกของเธอดับวูบไปชั่วขณะ "เตรียมใจไว้ให้ดี... เพราะคนที่กำลังเดินเข้ามาข้างหลังเรา คือคนเดียวที่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องปกป้องคุณ... แม้ว่าจะต้องแลกด้วยวิญญาณของตัวเองก็ตาม" ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวพ้นเงามืดออกมา เขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือเขากลับถือกล่องไม้แกะสลักลวดลายประหลาดที่ลินินจำได้แม่นยำ... มันคือกล่องเดียวกับที่อยู่ในความฝันร้ายของเธอมาตลอดชีวิต! จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%