“หากท่านจะกรุณาหุบปากที่เอาแต่พ่นคำลวงออกมาได้เสียตอนนี้ เลดี้คามิลล่า ข้าจะขอบพระคุณอย่างยิ่ง เพราะเสียงของท่านช่างบาดหูเสียยิ่งกว่าการกรีดคมมีดลงบนเครื่องแก้วเจียระไน”
เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงปะทะที่สั่นสะเทือนถึงโสตประสาทของลินิน เธอชะงักฝีเท้าอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีเลือดนก สายตาจับจ้องไปยังใจกลางโถงจัดเลี้ยงที่หรูหราอลังการ ท่านชายเอเลียสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวซีดของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้หน้ากากไร้อารมณ์บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเย้ยหยันที่หาได้ยากยิ่ง
เลดี้คามิลล่าในชุดราตรีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขยับยิ้มมุมปาก ความเย็นเยียบในแววตาของหล่อนบ่งบอกถึงความกระหายในอำนาจที่ไม่มีวันสิ้นสุด หล่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้ท่านชาย โดยมีถาดเงินบรรจุแก้วไวน์คริสตัลสองใบวางอยู่ในมือที่สั่นน้อยๆ อย่างเสแสร้ง
“ท่านชาย... ความโกรธเคืองไม่เคยทำให้เกียรติยศของตระกูลวูล์ฟกอร์ธดูสูงส่งขึ้นหรอกนะคะ” เสียงของคามิลล่าดั่งเสียงระฆังที่กังวานด้วยความอาฆาต “ดื่มกับข้าสักนิดเถอะค่ะ ถือเสียว่าเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีครั้งสุดท้าย ก่อนที่งานเลี้ยงคืนนี้จะกลายเป็นตำนานที่ผู้คนจดจำไปตลอดกาล”
ลินินกำกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คามิลล่าใช้—กลิ่นกุหลาบผสมความฉุนของเครื่องเทศ—ลอยมาแตะจมูกเธอ มันช่างแปลกประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นหอมที่ควรอยู่ในงานเลี้ยงเต้นรำ แต่มันคือกลิ่นของดอกลีลาวดีแห้งที่ผสมกับอัลมอนด์ขม... กลิ่นอันตรายที่เธอเคยเห็นในบันทึกลับของพ่อบ้านเซบาสเตียน
*นั่นมันยาพิษ*
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมอง ลินินพยายามจะก้าวออกไปขัดขวาง แต่สัมผัสเย็นเฉียบของมือใครบางคนแตะลงบนหัวไหล่เธอเสียก่อน
“อย่าเพิ่งค่ะ เลดี้ลินิน”
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของเซบาสเตียนทำให้เธอสะดุ้ง พ่อบ้านหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังเธอ ใบหน้าเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน “เกมนี้ท่านชายเป็นคนกำหนดกติกาเอง หากท่านเข้าไปแทรกแซงตอนนี้... สิ่งที่ท่านชายยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อวางกับดักอาจพังพินาศลง”
“แต่เขากำลังจะดื่มมัน!” ลินินกระซิบสวนกลับ เสียงของเธอสั่นเครือ “นั่นมันไซยาไนด์ในรูปแบบสกัดพิเศษ ข้าจำกลิ่นของมันได้!”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ท่านชายต้องการ” เซบาสเตียนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความอบอุ่น “เพื่อให้ความลับของตระกูลมอร์แกนถูกฝังลงไปพร้อมกับเลือดของศัตรู ท่านชายต้อง ‘ตาย’ ต่อหน้าคนทั้งโถงนี้เสียก่อน”
เหตุการณ์ตรงหน้าดำเนินไปอย่างเชื่องช้าทว่าบีบคั้น เอเลียสรับแก้วไวน์จากมือคามิลล่า สายตาของเขาสบประสานกับหญิงสาวตรงหน้า—ไม่ใช่สายตาของคู่หมั้น แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อที่เดินเข้ากรงด้วยความเต็มใจ
“แด่ความตาย... ที่จะมาถึงในไม่ช้า” เอเลียสพึมพำ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก
เสียงดนตรีคลาสสิกในโถงหรูหยุดกะทันหัน ความเงียบงันแผ่กระจายไปทั่วราวกับมีมือนิรนามมาบีบคอแขกเหรื่อทุกคนไว้ ลินินกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เอเลียสดื่มไวน์นั้นลงไปจนหมดแก้ว ท่ามกลางสายตาของคามิลล่าที่ฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด
ทว่า... รอยยิ้มของเอเลียสกลับกว้างขึ้น เขาวางแก้วลงบนถาดเสียงดัง *เคร้ง!* แล้วจู่ๆ เขาก็หันมาทางม่านกำมะหยี่ที่ลินินซ่อนตัวอยู่ แววตาของเขาไม่ได้ส่ออาการทรมานแม้แต่น้อย กลับมีเพียงประกายของความท้าทาย
“ดูเหมือนว่าน้ำหอมของท่านวันนี้ จะมีกลิ่นที่น่าหลงใหลจนข้าแทบทนไม่ไหวเลยนะคะ เลดี้คามิลล่า” เอเลียสเอ่ยด้วยเสียงที่ดังชัดเจนไปทั่วห้อง ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นในจังหวะต่อมาอย่างใจเย็น—ไม่ใช่ด้วยความทรมาน แต่ด้วยความตั้งใจ
ความโกลาหลระเบิดขึ้นในวินาทีนั้น เสียงกรีดร้องของแขกเหรื่อดังระงม เลดี้คามิลล่าถอยหลังกรูด้วยใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นร่างที่ไร้การเคลื่อนไหวของเอเลียส
เซบาสเตียนก้าวออกมาจากมุมมืด ทิ้งให้ลินินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ทว่าในจังหวะที่เซบาสเตียนกำลังจะเดินไปถึงร่างของเอเลียส ประตูป้อมปราการหลักของโถงก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยฝีมือของชายสวมหน้ากากเหล็กคนหนึ่ง เขาก้าวเข้ามาพร้อมกลุ่มทหารองครักษ์ที่ไม่มีตราประจำตระกูลใดๆ
“จบลงแล้ว...” ชายสวมหน้ากากกล่าวเสียงต่ำ ก่อนจะก้มลงหยิบเหรียญตราประจำตระกูลวูล์ฟกอร์ธจากอกเสื้อของเอเลียสที่สลบอยู่ “ในนามของสภาเงา ข้าขอสั่งอายัดทรัพย์สินและชีวิตของทุกคนในโถงนี้จนกว่าการไต่สวนเรื่องการลอบสังหารจะสิ้นสุด”
ลินินเบิกตากว้างเมื่อเห็นมือของเอเลียสที่ควรจะไร้สติ ขยับนิ้วชี้เป็นสัญญาณบอกให้เธอ ‘หนีไป’ ท่ามกลางความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำเหมือนพายุคลั่ง เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า สิ่งที่คามิลล่าทำเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่เอเลียสกำลังเผชิญหน้าอยู่ คือภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่าการวางยาพิษเป็นร้อยเท่า
และนั่น... คือตอนที่ลินินเห็นประกายวาววับของมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของชายสวมหน้ากาก กำลังจ่อไปที่คอหอยของเอเลียสที่นอนอยู่บนพื้น
จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 18
กลิ่นน้ำหอมแห่งความตาย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!