พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 16

เงาในกระจก

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ถ้าเธอคิดว่าความเงียบจะช่วยรักษาแผลเป็นในใจได้ ก็เชิญเก็บมันไว้ใต้พรมต่อไปเถอะค่ะ ลินิน แต่จงจำไว้ว่า... ตระกูลเดอ วาลอร์ ไม่เคยมีที่ว่างให้คนขี้ขลาด” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบของเลดี้คามิลล่าดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ เธอไม่ได้หันมามองลินินแม้แต่น้อย แต่ท่วงท่าการจิบชาอังกฤษจากถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงกลับดูเย่อหยิ่งและทรงอำนาจจนน่าหวั่นเกรง ลินินยืนนิ่งอยู่กลางโถงทางเดิน มือของเธอที่กำชายกระโปรงลูกไม้ไว้แน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันในคฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยจางหายไปไหน มันเพียงแค่เปลี่ยนรูปโฉมไปตามกาลเวลา ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “ดิฉันไม่ได้ขี้ขลาดค่ะเลดี้คามิลล่า ดิฉันแค่กำลังรอเวลา... เวลาที่ความจริงจะเปิดเผยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาบงการ” คามิลล่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “ความจริงเหรอคะ? ที่นี่ไม่มีความจริงหรอกค่ะ มีเพียงเงาที่รอวันกลืนกินผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น” ร่างระหงของเลดี้คามิลล่าเดินผละออกไปทิ้งให้ลินินยืนเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเพียงลำพัง ทันทีที่เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายลับหายไปในมุมมืดของระเบียง ลินินก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้งเหมือนอากาศกำลังถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น กระจกบานใหญ่กรอบทองเหลืองอร่ามที่ติดตั้งอยู่สุดทางเดินดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย ลินินเดินเข้าไปใกล้กระจกบานนั้นด้วยความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้ เธอไม่ได้มองดูตัวเองเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า แต่สายตาของเธอจ้องลึกลงไปในภาพสะท้อนที่ควรจะเป็นเพียงเงาของเธอเอง ทว่าในกระจก... เธอเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ภาพสะท้อนของเธอไม่ได้ยืนอยู่ตามลำพัง ด้านหลังของเงาลินินมีร่างของสตรีคนหนึ่งในชุดราตรีสีดำสนิท ยืนซ้อนอยู่ ใบหน้าของสตรีผู้นั้นถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งสีหม่น แต่ดวงตาที่มองลอดออกมานั้นฉายแววอาฆาตและเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่สุด ลินินสะดุ้งสุดตัว มือของเธอแตะลงบนพื้นผิวกระจกที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง “ใคร...” เสียงของเธอสั่นพร่า เงาสตรีในกระจกยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวซีดเผือดแตะลงบนจุดเดียวกับที่นิ้วของลินินวางอยู่ ทันใดนั้น เงาสะท้อนในกระจกก็ขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตรงหน้า แต่ในหัวของลินินกลับดังก้องด้วยเสียงกระซิบที่แหลมคมราวกับมีดกรีดลงบนแก้วหู *‘อย่าเชื่อ... ในสิ่งที่เขาบอก... อย่ามอบหัวใจ... ให้กับคนที่มีแต่เงา’* ลินินผงะถอยหลังจนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น มือที่กดอยู่บนกระจกเปลี่ยนเป็นอาการกำหมัดแน่น หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอหันรีหันขวางมองไปรอบโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า ความมืดเริ่มคลืบคลานเข้ามาตามมุมห้องราวกับมีชีวิต ภาพเหตุการณ์สยดสยองในอดีตที่เธอพยายามลบเลือนเริ่มฉายชัดขึ้นมาในความนึกคิด “คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม?” เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความกดดันดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ลินินหันขวับไปมอง ท่านชายเอเลียสยืนพิงเสาหินอ่อนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเทาเข้มของเขากลับดูหม่นแสงลงราวกับคนที่ผ่านการแบกรับความลับมานับศตวรรษ เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ลินิน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายควันบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขารอบตัวลินิน “ท่านชาย... เมื่อกี้... ผู้หญิงคนนั้น...” “ไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากเราสองคน ลินิน” เขาเอ่ยตัดบท มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนความจริง แต่มันสะท้อน 'บาป' ที่คนผู้นั้นเคยทำไว้ต่างหาก” ลินินจ้องมองเขานิ่ง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่มันกลับเป็นความเย็นที่น่าดึงดูดจนน่ากลัว ในวินาทีนั้นเอง เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ข้อมือของท่านชายเอเลียส... รอยแผลเป็นสีจางๆ ที่มีลักษณะคล้ายรอยนิ้วมือสตรีที่เพิ่งปรากฏในกระจกเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรออกไป ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเซบาสเตียนดังขึ้นพร้อมกับท่าทางที่เร่งรีบจนผิดวิสัยของพ่อบ้านผู้สุขุม “ท่านชายครับ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วครับ เขาอ้างว่ามาเพื่อทวงคืน 'สิ่งที่ถูกลักพาตัวไป' จากสุสานเมื่อยี่สิบปีก่อน” ท่านชายเอเลียสปล่อยมือจากคางของลินินทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบตึงจนน่าใจหาย เขาหันไปสบตากับลินินเพียงชั่วครู่ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม “เตรียมรับแขกให้ดีเซบาสเตียน” เอเลียสสั่งเสียงเย็น ก่อนจะหันมาหาลินิน “ค่ำคืนนี้... ไม่ใช่แค่เงาในกระจกที่ลินินต้องกังวล แต่คือความตายที่เดินเข้ามาเคาะประตูถึงที่นี่แล้ว” เขาก้าวเดินจากไปทิ้งให้ลินินยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานนั้นอีกครั้ง และเมื่อเธอมองกลับไปที่กระจกอีกครั้ง เธอไม่ได้เห็นเงาสตรีลึกลับคนนั้นแล้ว... แต่สิ่งที่เธอเห็นคือภาพของตัวเองที่กำลังจมดิ่งลงไปใต้ผิวน้ำที่มืดมิด ในมือของเธอมีกุญแจดอกเก่าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า! จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลับในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%