“หากคุณก้าวพ้นธรณีประตูบานนี้ไปโดยไร้ซึ่งตราประทับของตระกูลวอล์คเกอร์ ชีวิตที่เหลือของคุณ... จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของโชคชะตาที่รอวันถูกบดขยี้จากความผิดพลาดของบิดาคุณเท่านั้น ลินิน”
เสียงทุ้มต่ำของท่านชายเอเลียสไม่ได้ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของลินิน หญิงสาวหยุดฝีเท้าลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนา มือที่กุมกระเป๋าถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของไม้สนเก่าแก่และน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางนั้นทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังถูกสูบอากาศหายใจไปจนหมดสิ้น
ลินินหมุนตัวกลับมาช้าๆ แววตาของเธอสั่นระริกเพียงชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเพื่อปกปิดความอ่อนแอ เธอจ้องมองชายหนุ่มผู้สง่างามที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาดูราวกับปีศาจจำแลงในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันนั้นดูราวกับรูปปั้นที่ไม่มีชีวิต
“ท่านกำลังขู่ฉัน” ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอแม้จะสั่นพร่าแต่ก็แฝงความดื้อรั้น “ใช้หนี้ที่ฉันไม่ได้ก่อ ใช้ชื่อเสียงของตระกูลที่ดับสูญไปแล้วมาพันธนาการคนอย่างฉัน... ท่านชายคะ นี่หรือคะคือวิถีของสุภาพบุรุษผู้สูงศักดิ์”
เอเลียสเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้น เขาประสานนิ้วเข้าหากัน วางลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น
“ในโลกของผม คำว่า ‘สุภาพบุรุษ’ มีไว้สำหรับหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้นลินิน สิ่งที่ผมยื่นให้คุณไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือ ‘ทางรอด’ เดียวที่คุณมี” เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงน้ำแข็งที่บีบคั้นให้เธอต้องถอยร่น “เลดี้คามิลล่ากำลังจ้องจะเล่นงานคุณ เธอไม่ได้มองคุณเป็นเพียงเลขานุการส่วนตัวของผม แต่เธอเห็นคุณเป็น ‘หนาม’ ที่ต้องถอนทิ้งด้วยวิธีการที่สกปรกที่สุด”
ลินินเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวที่พยายามฝังกลบไว้กำลังตีตื้นขึ้นมา ความจริงข้อนี้เธอรู้ดีที่สุด การปรากฏตัวของคามิลล่าในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อนไม่ใช่ความบังเอิญ สายตาที่มองมาที่เธอนั้นประหนึ่งจะกรีดเนื้อเธอให้ขาดวิ่น
“ทำไมต้องเป็นฉันคะ?” ลินินเค้นถาม “ในเมื่อท่านเลือกใครก็ได้ที่มีอำนาจมากกว่าฉัน”
“เพราะคุณคือคนเดียวที่ไม่มีใครต้องการ” เอเลียสก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขารดรินอยู่เหนือผิวแก้ม “และในฐานะคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย คุณคือ ‘อาวุธ’ ที่ดีที่สุดของผมในการรับมือกับตระกูลคามิลล่า”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาลูกตุ้มที่ดังก้องจังหวะหนักหน่วงเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัวของลินิน เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก หากเธอก้าวเท้าเข้าสู่โลกของเขา เธอก็เท่ากับเดินเข้าสู่กองไฟที่มีท่านชายเอเลียสเป็นคนถือถังน้ำมัน แต่หากเธอปฏิเสธ... หนี้สินของบิดาและการตามล่าจากพวกเจ้าหนี้ที่โหดเหี้ยมจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
ลินินมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม เธอเห็นความเศร้าหมองที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ความเปราะบางที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้ความโอหังนั้นช่างน่าเวทนาและดึงดูดในเวลาเดียวกัน
“ข้อเสนอคืออะไรคะ?” เธอถามในที่สุด เสียงแผ่วเบาราวกับยอมจำนน
“แต่งงานในนาม... หรืออย่างน้อยก็เป็นเลขานุการส่วนตัวที่ต้องอยู่เคียงข้างผมทุกฝีก้าว ไม่ว่าในยามหลับหรือยามตื่น” เขากล่าวพลางยื่นมือไปเชยคางเธอขึ้นเบาๆ ผิวสัมผัสของเขาเย็นเฉียบแต่กลับทำให้เลือดในกายเธอร้อนผ่าว “เซบาสเตียนจะจัดการเรื่องสัญญาที่เหลือ คุณมีเวลาจนถึงรุ่งสางที่จะตัดสินใจว่า จะยอมเป็น ‘หมาก’ ที่มีชีวิตอยู่ หรือเป็น ‘ซาก’ ที่ถูกลืมเลือน”
ลินินปัดมือเขาออกอย่างถือดี ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูห้องทำงาน มือของเธอสั่นเทาขณะจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ
“ฉันจะยอมรับข้อเสนอของคุณ... แต่จำไว้ว่าฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะให้ท่านชักใยได้ตามใจชอบ ท่านชาย” เธอพูดโดยไม่หันกลับไปมอง
เอเลียสยืนนิ่งอยู่กับที่ มองแผ่นหลังบางนั้นเดินลับหายไปจากห้อง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเซบาสเตียนจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมสีหน้าที่บ่งบอกถึงลางร้าย
“ท่านชายครับ...” พ่อบ้านคนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำ “เลดี้คามิลล่าไม่ได้รออยู่ที่คฤหาสน์ของเธอ เธอเพิ่งสั่งให้คนล้อมรอบตึกหลังนี้ไว้ และดูเหมือนว่า... เธอจะพบสิ่งที่เธอตามหามาตลอดแล้วครับ”
เอเลียสชะงัก สายตาที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีด เขาคว้าเสื้อสูทที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้พลางก้าวฉับออกไปทางประตูลับข้างห้องทำงาน
“บอกลินินว่าห้ามออกจากห้องพักเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะมาเคาะประตู” เขาสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะหายไปในความมืดของทางเดินลับทิ้งให้คฤหาสน์ทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ลินินซึ่งกำลังก้าวเท้าขึ้นบันไดเพื่อกลับห้องพักนั้น กลับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนยืนรอเธออยู่ที่ปลายบันได พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่คุ้นหูจนน่าขนลุก
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ... ว่าที่เลขาฯ ผู้ต่ำต้อย” เสียงของเลดี้คามิลล่าดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับแสงไฟจากปลายบุหรี่ที่วับแวมขึ้น “เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเอเลียสจะปกป้องเธอได้... ในเมื่อเขาก็เป็นแค่ ‘หมาก’ ตัวหนึ่งที่ฉันพร้อมจะดีดให้พ้นทางเมื่อไหร่ก็ได้”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 4
โชคชะตาที่บีบคั้น
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!