พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 3

คำเตือนจากเงามืด

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ถ้าคุณยังไม่อยากให้กลิ่นกายหอมๆ ของคุณเปลี่ยนเป็นกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งไปทั่วคฤหาสน์หลังนี้ ก็จงถอนตัวออกไปเสียตั้งแต่วันนี้เถอะ ก่อนที่ความเมตตาของท่านชายจะกลายเป็นเพลิงเผาผลาญคุณจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน” ลินินอ่านข้อความในจดหมายฉบับนั้นซ้ำเป็นรอบที่สิบ มือที่ถือกระดาษหนาคุณภาพดีสั่นน้อยๆ กระดาษแผ่นนั้นวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งไม้โอ๊คเก่าแก่ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิจางๆ ของคฤหาสน์วินเทอร์เบิร์น กลิ่นหมึกบนกระดาษดูเหมือนจะยังสดใหม่ เหมือนคนที่เขียนมันเพิ่งวางปากกาลงเมื่อครู่ เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจ แต่ความรู้สึกเย็นวาบไล่ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงสันหลังราวกับมีใครเอาน้ำแข็งมาจี้ที่ท้ายทอย ลินินหมุนตัวกลับช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ความเงียบในคฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยเป็นมิตร มันเป็นความเงียบที่จ้องมอง—เฝ้ามอง—และตัดสิน เสียงเคาะประตูที่จังหวะหนักแน่นและเป็นระเบียบตามแบบฉบับพ่อบ้านมืออาชีพดังขึ้นสามครั้ง ลินินรีบพับจดหมายซ่อนไว้ในลิ้นชักชั้นที่สองทันที ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “เข้ามาค่ะ” ประตูเปิดออกอย่างนุ่มนวล เซบาสเตียนยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติ ใบหน้าเรียบเฉยที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “ท่านชายเอเลียสต้องการพบคุณที่ห้องสมุดฝั่งตะวันออกเดี๋ยวนี้ครับ... ลินิน” เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง สายตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบทองคู่นั้นกวาดมองห้องนอนของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ลินินรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองทะลุถึงสิ่งซ่อนเร้นในลิ้นชัก “ฉันจะรีบไปค่ะ เซบาสเตียน แต่รบกวนถามได้ไหมคะว่าเหตุใดท่านชายถึงเรียกพบในยามวิกาลเช่นนี้?” “ท่านชายไม่โปรดให้ใครซักถามเหตุผลในสิ่งที่ท่านต้องการ ท่านเพียงแต่ต้องการความพร้อมของคุณ” เซบาสเตียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “อ้อ... อีกเรื่องนะลินิน ของบางอย่างที่ส่งมาถึงมือคุณโดยไร้ที่มาที่ไป มันมักจะไม่ได้นำมาซึ่งความรื่นรมย์เสมอไปหรอกครับ” เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลินินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง คำพูดของเซบาสเตียนไม่ใช่คำเตือน แต่มันคือการประกาศว่าความลับของเธอไม่มีความหมายในสถานที่แห่งนี้ ลินินก้าวเดินผ่านโถงทางเดินที่ประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันของบรรพบุรุษตระกูลวินเทอร์เบิร์น ดวงตาในรูปภาพเหล่านั้นดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้เมื่อเธอเดินผ่าน เธอมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องสมุดไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหนังสือเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของยาสูบราคาแพง ท่านชายเอเลียสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงเทียนสีส้มสลัวกระทบใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เย็นชาเหมือนรูปปั้นหินอ่อน เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นราวกับเสียงกระซิบจากเงามืด “มานี่สิ ลินิน” เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะ เขาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีเทาหม่นที่ดูราวกับทะเลลึกที่กักเก็บพายุไว้ข้างในเงยขึ้นสบตาเธอ “ฉันได้ยินมาว่า วันนี้มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาถึงมือคุณ” หัวใจของลินินเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “เป็นเพียงจดหมายไร้สาระค่ะท่านชาย ดิฉันไม่ได้ใส่ใจอะไร” “ไร้สาระงั้นหรือ?” เอเลียสลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้เป็นจังหวะที่บีบหัวใจ “ถ้ามันไร้สาระ ทำไมมือของคุณถึงยังสั่นอยู่ล่ะ... หรือเพราะคุณกลัวว่าสิ่งที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้นจะเป็นเรื่องจริง?” เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับความเย็นเยือกจากตัวเขาทำให้เธอหายใจติดขัด เอเลียสเชยคางเธอขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบราวกับหิมะ “เลดี้คามิลล่าไม่ได้เป็นแค่คู่หมั้นของฉัน ลินิน” เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ “เธอคือเจ้าของกรงขังที่ล้อมรอบตัวฉันอยู่ และถ้าคุณยังดื้อรั้นจะก้าวเข้ามาในเงามืดนี้ต่อไป สิ่งที่อยู่ในจดหมายฉบับนั้นจะกลายเป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์ที่สุด เมื่อเทียบกับชะตากรรมที่คุณจะต้องเผชิญในมือของเธอ” ลินินสบตาเขา มองเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกอยู่ในแววตาคู่นั้นก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอีกครั้ง เธอจะถอยหลังก็ไม่ได้ จะไปต่อก็ดูเหมือนจะเดินเข้าหากองเพลิง ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องสมุดก็ดังขึ้นรัวและกระโชกโฮกฮาก ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เลดี้คามิลล่าก้าวเข้ามาด้วยชุดราตรีสีแดงสดที่ดูราวกับสีเลือด เธอมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจและแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม “ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นของท่านชายกับ ‘นกน้อยในกรง’ ของท่านสินะคะ” คามิลล่าแค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะหันมามองลินินด้วยสายตาที่ราวกับจะกรีดเนื้อเธอออกเป็นชิ้นๆ “ลินิน... จดหมายที่คุณได้รับน่ะ ฉันหวังว่าคุณจะอ่านมันเข้าใจอย่างถ่องแท้นะ เพราะถ้าไม่... ฉันคงต้องเป็นคนไปสอนคุณให้เข้าใจด้วยตัวเอง ในแบบที่ไม่มีวันลืม” เธอยื่นมือมาคว้าข้อมือลินินไว้แน่นจนลินินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ท่านชายเอเลียสนิ่งเงียบราวกับเป็นหุ่นปั้น ไม่มีการปกป้อง ไม่มีการห้ามปราม ในวินาทีที่ลินินกำลังจะสะบัดมือออก ประตูห้องสมุดก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยเซบาสเตียนที่รีบวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “ท่านชายครับ... มีคนพบศพหญิงสาวในสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์... ศพนั้น... ศพนั้นสวมสร้อยข้อมือที่มีตราประทับประจำตระกูลวินเทอร์เบิร์นของลินินครับ!” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดดั่งหลุมศพ ลินินก้มลงมองข้อมือตัวเองที่เปลือยเปล่า—สร้อยข้อมือของเธอหายไปตั้งแต่ตอนไหน? และทำไม... ทำไมศพนั้นถึงต้องเป็นเธอในความรู้สึกของทุกคน? ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%