พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 1

กลิ่นอายในงานราตรี

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"หากคุณคิดจะมาที่นี่เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากท่านชายละก็... ฉันเกรงว่าค่าตั๋วเข้างานราตรีในค่ำคืนนี้อาจจะแพงเกินกว่าที่ฐานะอย่างคุณจะจ่ายไหว" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความเหยียดหยามของเลดี้คามิลล่าดังขึ้นเบาๆ ข้างหูฉัน ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลอในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเวนเดอร์มอร์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับของสตรีผู้หยิ่งผยองทำให้นึกถึงกลิ่นดอกลิลลี่ที่เหี่ยวเฉาในแจกันเงิน เธอจงใจเบียดไหล่ฉันจนผ้าไหมซาตินเนื้อดีที่ฉันสวมใส่สั่นไหวเล็กน้อย ฉันไม่ได้หันไปมอง ไม่แม้แต่จะปรายตาตอบโต้ เพียงแค่จิบแชมเปญในแก้วคริสตัลใส พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ประดับประดาด้วยทองคำเปลวและโคมระย้าคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนที่ไร้จันทร์ ความหรูหราที่ชวนให้อึดอัดนี้คือฉากหน้าที่ตระกูลชนชั้นสูงใช้กลบเกลื่อนรอยร้าวของความเสื่อมโทรมที่ซ่อนอยู่ภายใต้พรมเปอร์เซียราคาแพง "ความเห็นใจหรือคะ?" ฉันเอ่ยตอบ เสียงเรียบสนิทจนแทบไม่ทิ้งอารมณ์ใดๆ ไว้ให้จับผิด "สำหรับฉัน งานราตรีนี้ก็เป็นเพียงโรงละครที่เปิดม่านไว้เพื่อให้นักแสดงเล่นบทบาทของตัวเองให้เนียนที่สุด... ดูเหมือนคุณคามิลล่าจะอินกับบทคู่หมั้นที่แสนเพียบพร้อมจนเกินไปหน่อยนะคะ ระวังเถอะค่ะ ความรัดกุมของเครื่องรัดรูปอาจจะทำให้คุณขาดใจตายก่อนจบองก์" เลดี้คามิลล่าหน้าเสียไปชั่วขณะ เธออ้าปากจะโต้กลับ แต่แล้วเธอก็ชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองฉันด้วยความเกลียดชังพลันเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวาดหวั่นผสมเทิดทูน บรรยากาศรอบตัวในห้องโถงกว้างดูเหมือนจะเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน แม้แต่เสียงดนตรีที่เคยพลิ้วไหวก็ดูจะแผ่วเบาลงจนเกือบจะหายไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงที่ย่างกรายผ่านพรมหนามาหยุดลงข้างหลังฉัน กลิ่นอายของไม้สนซีดาร์ผสมกับความเย็นเยือกของโลหะจางๆ กลิ่นที่ฉันจำได้แม่นยำ กลิ่นที่เคยฝังอยู่ในความทรงจำที่ฉันพยายามจะปิดตายมาตลอดหลายปี "การต้อนรับของตระกูลเวนเดอร์มอร์ดูจะต้อนรับแขกไม่เลือกหน้าไปหน่อยกระมัง... คามิลล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดบาดลึก ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดสั่นสะท้าน มือที่ถือแก้วคริสตัลบีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันวางแผนไว้ ฉันไม่คิดว่าเขาจะปรากฏตัวในคืนนี้... ไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ฉันค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง ท่านชายเอเลียสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มดั่งท้องฟ้าก่อนพายุเข้าคู่นั้นไม่ได้ฉายแววของอดีตที่ฉันเคยรู้จักแม้แต่น้อย มันว่างเปล่า ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความลับที่ชวนให้ดำดิ่ง เขามองผ่านฉันไปราวกับฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อดวงตาคู่นั้นประสานเข้ากับนัยน์ตาของฉันเพียงเสี้ยววินาที ทว่าในแววตานั้นไม่มีความประหลาดใจ... มีเพียงความเย็นชาที่จงใจหยิบยื่นให้ "เธอกำลังรบกวนแขกของผมอยู่หรือเปล่า" เขาหันไปถามคามิลล่า แต่สายตากลับยังคงจ้องเขม็งมาที่ฉัน เหมือนกำลังอ่านความลับที่ฉันซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มจอมปลอม "ไม่หรอกค่ะท่านชาย" ฉันชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน มุมปากยกยิ้มอย่างงดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ "ดิฉันเพียงแค่กำลังแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับละครเวทีของเหล่าชนชั้นสูงเท่านั้นเอง หวังว่าท่านชายจะไม่ถือสาหากดิฉันจะเปรียบเทียบงานราตรีนี้กับความพินาศที่กำลังจะมาถึงนะคะ" เขาก้าวเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาชัดเจนขึ้น ระยะห่างที่ใกล้เกินควรทำให้คามิลล่าถึงกับหน้าถอดสี มือหนาของเขาเอื้อมมาจับที่ปลายคางของฉันเบาๆ บีบพอให้รู้สึกถึงแรงกดทับของนิ้วที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่เริ่มหันมาจับจ้อง "น่าสนใจ..." เขาพึมพำ น้ำเสียงนั้นสั่นประสาทจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ "ช่างเป็นสุภาพสตรีที่ปากคอเราะร้ายเหลือเกิน บอกฉันสิ... ใบหน้าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดนี้เคยไปปรากฏอยู่ในความฝันที่ล้มเหลวของฉันบ้างหรือเปล่า?" เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ความร้อนจากลมหายใจของเขารดรินบนผิวแก้มของฉัน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด เพราะในขณะที่เขากระซิบประโยคสุดท้ายนั้น นิ้วหัวแม่มือของเขากลับเลื่อนมาแตะที่รอยแผลเป็นจางๆ หลังใบหูของฉัน ซึ่งเป็นรอยแผลที่ไม่มีใครเคยเห็น "ถ้าท่านจำไม่ได้" ฉันกระซิบตอบ เสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ "นั่นก็หมายความว่าความทรงจำของท่านมันเน่าเฟะจนเกินเยียวยาไปแล้วค่ะ ท่านชายเอเลียส" ทันทีที่พูดจบ เขาก็ชะงักไป ดวงตาคู่นั้นวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดจนเกือบดับ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายสีดำมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว เขาโน้มตัวลงมาที่หูของฉันอีกครั้ง ครั้งนี้แรงบีบที่คางนั้นหนักขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด "อย่าริอ่านมาทำตัวเป็นคนรู้จักในที่แบบนี้ ลินิน..." เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่เย็นจนเข้ากระดูกดำ ก่อนจะดึงมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในรอยพับของแขนเสื้อของฉันออกมาต่อหน้าต่อตาคามิลล่าที่ยืนตัวแข็งทื่อ "เพราะถ้าคนในห้องนี้รู้ว่าสุภาพสตรีที่สง่างามคนนี้คือใคร... คืนนี้คงจบลงด้วยเลือดมากกว่าเสียงดนตรี" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงาจันทร์ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะเตรียมใจไว้สำหรับการเปิดเผยที่อาจทำลายทุกอย่างในตอนถัดไปค่ะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%