กลิ่นอายของไม้สนเก่าและขี้ผึ้งขัดพื้นอบอวลจนเกือบจะหายใจไม่ออก ทว่าสิ่งที่ทำให้ลินินต้องกำปลายนิ้วเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือไม่ใช่กลิ่นอับของคฤหาสน์ตระกูลวาลคีรี หากแต่เป็นแผ่นกระดาษแผ่นบางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าของเซบาสเตียน พ่อบ้านชราผู้มีดวงตานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ช่างเรียบเฉยเสียจนน่ากลัว
"กฎทุกข้อถูกร่างขึ้นเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองค่ะ เลดี้ลินิน"
น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เซบาสเตียนผายมือไปยังกระดาษแผ่นนั้น ซึ่งบรรจุตัวอักษรหมึกสีดำสนิทที่เขียนด้วยลายมือตวัดเฉียบคมราวกับกรงเล็บ
ลินินกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นอีกครั้ง หัวใจเต้นระส่ำอยู่ในอกราวกับนกน้อยที่ถูกขังในกรงเหล็ก
*ข้อแรก: ห้ามก้าวเข้าสู่ปีกตะวันตกหลังอาทิตย์ลับฟ้าเป็นอันขาด*
*ข้อที่สอง: ห้ามแตะต้องสิ่งของใดๆ ในห้องกระจกสีชา*
*ข้อที่สาม: หากได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเสียงกระซิบจากโถงทางเดินยามวิกาล... จงอย่าเปิดประตูออกไปมอง*
"กฎพวกนี้..." ลินินเปล่งเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอของเธอกลืนก้อนสะอื้นและความหวาดกลัวลงไปอย่างยากลำบาก หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาความสง่างามของบุตรสาวตระกูลตกยากที่ถูกส่งมาเพื่อแลกเปลี่ยนบางอย่าง "มันฟังดูเหมือนคำสั่งกักบริเวณมากกว่ากฎของผู้อยู่อาศัยนะคะ ท่านพ่อบ้าน"
เซบาสเตียนโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม แต่รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขากลับไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
"ท่านชายเอเลียสทรงเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงมากค่ะ และคฤหาสน์หลังนี้... มีความลับที่แม้แต่แสงจันทร์ก็ยังไม่อาจส่องถึง การปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ จะช่วยให้คุณมีชีวิตรอด... และรักษาความลับอันงดงามของคุณไว้ได้เช่นกัน"
คำว่า 'มีชีวิตรอด' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนลินินต้องเสียวสันหลังวาบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สลัดความอ่อนแอทิ้งไปเบื้องหลัง ความขัดแย้งในใจของเธอพวยพุ่งขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุผลที่เธอต้องก้าวเข้ามาในขุมนรกแห่งนี้—หนี้สินมหาศาล และความจริงเบื้องหลังการตายของมารดาที่ถูกซ่อนไว้ในคฤหาสน์หลังนี้
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะเชือดเฉือนกันได้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงบันไดวนเบื้องบน ฝีเท้าที่ไม่รีบร้อนแต่มั่นคงในทุกย่างก้าว จนทำให้เซบาสเตียนต้องหุบปากฉับและถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปก้าวพ้นขอบบันไดลงมา ท่านชายเอเลียสปรากฏกายภายใต้แสงสลัวของโคมไฟระย้าคริสตัล ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มดั่งพายุหมุนในฤดูหนาวกวาดมองมาที่ลินินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาที่บินเข้ามาในอาณาเขตของมันเอง
"ดูเหมือนว่าแขกผู้มาเยือนของเราจะได้รับฟัง 'ระเบียบปฏิบัติ' อันน่ารื่นรมย์แล้วสินะ" เอเลียสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที
ลินินหันไปเผชิญหน้ากับเขา เธอไม่ยอมก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวเร็วราวกับกลองศึก "กฎที่ไร้ซึ่งเหตุผล มักจะมีไว้เพื่อปกปิดความลับที่น่าอัปยศอดสู... ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ ท่านชาย?"
มุมปากของเอเลียสกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมเย็นระเรื่อของไม้จันทน์และบุหรี่ราคาแพงลอยแตะจมูก ลินินต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีเทาคู่นั้น—ดวงตาที่ซ่อนความเจ็บปวดและบาดแผลบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากของความเย่อหยิ่ง
"เธอช่างกล้าหาญเสียจริง เลดี้ลินิน... หรือบางที ความโง่เขลาต่างหากที่นำพาเธอมาถึงจุดนี้" เอเลียสโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาพร่าต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ "จำเอาไว้ว่า ภายใต้เพดานคฤหาสน์เก่าหลังนี้ ไม่มีใครช่วยเธอได้ แม้แต่เสียงกรีดร้องของเธอเอง... ก็อาจจะไม่มีวันดังออกไปข้างนอก"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ลินินถอยหลัง หากแต่ความดื้อรั้นในสายเลือดทำให้เธอยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาไม่แพ้กัน
"ถ้าอย่างนั้น ดิฉันคงต้องภาวนาให้เสียงกรีดร้องของดิฉัน... ดังก้องไปถึงหูของคนที่คุณเกรงกลัวที่สุดแทนแล้วล่ะค่ะ"
ทว่า ก่อนที่เอเลียสจะได้ตอบโต้ประโยคเชือดเฉือนนั้น ประตูบานใหญ่ด้านหลังโถงทางเดินก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงลมพายุยามวิกาลพัดกรรโชกเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมหวานฉุนของน้ำหอมกุหลาบฝรั่งเศสที่คุ้นเคย
ร่างในชุดกระโปรงยาวสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ใบหน้างดงามที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเลดี้คามิลล่าหยุดชะงักลงเมื่อเห็นทั้งสองยืนอยู่ใกล้กันเกินควร ดวงตาคู่คมจ้องมองลินินด้วยความริษยาและรังเกียจราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เอเลียส!" คามิลล่าแผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ "คุณพาผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลวาลคีรีได้อย่างไร ในเมื่อคุณรู้ดีว่าห้องนอนทางทิศตะวันออก... มีบางสิ่งกำลังรอคอยที่จะกลืนกินเธอบัดนี้!"
เอเลียสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เป็นครั้งแรกที่ลินินเห็นความกังวลฉายชัดขึ้นบนใบหน้าอันเยือกเย็นนั้น
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองก็ดังแว่วมาจาก 'ห้องกระจกสีชา' ที่ถูกห้ามเข้า... ทั้งที่ประตูล็อกสนิทจากด้านนอก!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 5
ใต้เพดานคฤหาสน์เก่า
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!