พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 43

การตามล่าของเอเลียส

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอายของความชื้นและกลิ่นอับของกระดาษโบราณในหอสมุดร้างท้ายคฤหาสน์ตระกูลรอง ไม่ได้ทำให้ลินินรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำสั่นระริกเล็กน้อย ขณะที่เธอกำลังพลิกหน้ากระดาษสมุดบันทึกที่เปื้อนคราบหมึกสีเข้ม ดวงตาคู่สวยกวาดมองข้อความภาษาฝรั่งเศสโบราณที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ซึ่งบรรยายถึง ‘พันธะโลหิต’ ที่บรรพบุรุษของท่านชายเอเลียสเคยทำไว้กับตระกูลของเธอ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เลดี้คามิลล่าพยายามทำลาย และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องหลบหนีออกจากห้องนอนหรูหราของคฤหาสน์หลักมาไกลถึงเพียงนี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกึก เธอรีบปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นลงอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดระแวงกัดกินจิตใจจนมือไม้เย็นเฉียบ ร่างระหงถอยร่นไปจนชิดชั้นหนังสือสูงตระหง่าน หยิบกริชเล่มเล็กในซองพกขึ้นมาถือไว้ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด *ไม่ใช่เซบาสเตียนแน่ๆ... ฝีเท้าก้าวแบบนั้น ทรงพลัง เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่คุ้นเคยเกินไป...* แอด... เสียงบานประตูไม้สักโบราณถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกสีลายกุหลาบ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขายังคงลอยเด่นอยู่เหนือกลิ่นฝุ่นละออง—กลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพง ท่านชายเอเลียสหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีใต้เงาสลัวกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงซึ่งพยายามซ่อนตัวอยู่หลังเงาของชั้นหนังสือ "คิดจะเล่นซ่อนหากับฉันถึงเมื่อไหร่กัน ลินิน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา มันทั้งเยือกเย็นและดึงดูดใจในเวลาเดียวกัน เอเลียสไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ทันที เขายืนกอดอก มองเธอด้วยสายตาที่ทำให้ลินินรู้สึกราวกับตนเองเป็นผีเสื้อที่ถูกตรึงไว้ด้วยเข็มหมุด "ท่านชาย..." ลินินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความมั่นคงของน้ำเสียงไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ขาของเธอจะแทบไม่andแรงจะยืน "ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร..." "สถานที่อัปลักษณ์และเต็มไปด้วยหยากไย่นี่นะหรือ?" เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ากลัวในความเงียบ "เธอลืมไปแล้วหรืออย่างไร ลินิน ว่าคฤหาสน์หลังนี้ทุกตารางนิ้วถูกสร้างขึ้นด้วยชื่อสกุลของฉัน เธอคิดจะหนีไปจากสายตาของฉัน โดยการซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังเก่าของตระกูลเนี่ยนะ... ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเสียจริง" เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น ทุกย่างก้าวของเขาลดทอนพื้นที่หายใจของลินินลงทีละน้อย จนเธอต้องขยับถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดกับชั้นหนังสือไม้เย็นเฉียบ "ฉันไม่ได้หนี..." ลินินเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะฉายแววหวาดหวั่น "ฉันแค่มารักษาความจริงที่ท่านพยายามปิดบังต่างหาก เลดี้คามิลล่ากำลังจะ..." "อย่าเอ่ยนามของคามิลล่าต่อหน้าฉันในเวลานี้" เอเลียสตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เขาหยุดยืนประชิดตัวเธอในระยะที่ห่างกันเพียงคืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของเขาลอยปะทะเข้ากับผิวแก้วเนียนของเธอ จนลินินต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา มือหนารูปงามเอื้อมออกไป แตะที่ปลายคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขา นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างหลงใหลและคุกคามในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง "เธอคิดว่าเธอฉลาดนักใช่ไหม ลินิน?" เอเลียสกระซิบแผ่วเบa ชิดริมใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณลำคอระหง ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "คิดว่าจะหยิบฉวยความลับของตระกูลฉันไปใช้เป็นเกราะป้องกันตัวได้พ้นเงื้อมมือฉันงั้นหรือ... เธอกล้าดียังไง ถึงกล้าท้าทายอำนาจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า" "ท่านมันเห็นแก่ตัว เอเลียส..." ลินินพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มันกลับไร้ผล ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับกำแพงหินผา "สิ่งที่ท่านทำกับครอบครัวฉัน... กับสิ่งที่ท่านกำลังหลอกลวงสังคมชั้นสูงนั่น มันสมควรแล้วหรือที่ฉันจะนิ่งเฉย!" เอเลียสเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม แทนที่จะโกรธเกรี้ยวตามคาด เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยความขมขื่นและรatวร้าวที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด "ความจริงงั้นหรือ..." เอเลียสกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ สายตาของเขาเลื่อนลงมองเรียวปากอิ่มที่สั่นระริก "สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นความจริง อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพลวงตาที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อให้พวกคนโง่ตายใจ... รวมทั้งเธอด้วย ลินิน" หัวใจของลินินกระตุกวูบ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยปริศนาที่ทำให้เธอมึนงง "หมายความว่ายังไง..." เอเลียสไม่ตอบ เขาใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนร่างของทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง ลินินสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อริมฝีปากหยักลึกของเขาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ฉันตามล่าเธอมาจนถึงที่นี่ ไม่ใช่เพื่อมาฟังคำกล่าวหาไร้สาระพวกนี้หرือทวงคืนสมุดบันทึกเล่มนั้น..." เอเลียสเอמהเสียงพร่าพร่า ขณะที่สายตาของเขาร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเผาผลาญเธอลงตรงนั้น "แต่ฉันมาเพื่อเตือนเธอว่า... ถ้าเธอยังดื้อดึงที่จะก้าวขาออกไปจากอาณาจักรของฉันอีกเพียงก้าวเดียว สิ่งที่เธอจะได้เห็นหลังจากนี้ จะไม่ใช่แค่การตามล่า... แต่มันคือการทำลายล้างทุกสิ่งที่เธอรักจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก" สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่คางเปลี่ยนเป็นแรงบีบเบาๆ แต่เด็ดขาด ขณะที่ริมฝีปากของเขาประทับลงมาบนกลีบปากของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน ความโหยหา และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด แรงต้านทานที่มีทั้งหมดละลายหายไปกับรสจูบที่ทั้งขมขื่นและหอมหวานราวกับยาพิษ ในวินาทีที่ลินินกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันคุ้นเคยที่เธอทั้งรักและเกลียดชังนั้นเอง... กริ๊ง! เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นมาจากมุมมืดสุดของหอสมุดร้าง—ไม่ใช่เสียงจากพวกเขา แต่เป็นเสียงของใครอีกคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่ และรับฟังทุกคำสนทนาตั้งแต่ต้นจนจบ! เอเลียสผละริมฝีปากออกจากเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันราวกับนักล่าที่พบเหยื่อรายใหม่ เขาดึงลินินมาหลบไว้ด้านหลังลำตัวทันที พร้อมกับชักปืนพกสั่นสีดำสนิทออกจากอกเสื้อขึ้นเล็งตรงไปยังมุมมืดนั้นด้วยความรวดเร็ว "ใครแอบอยู่ตรงนั้น ออกมา!" เอเลียสตะคอกเสียงก้อง ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงมืดทึบ เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดทีละน้อย แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าอันงดงามแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นของบุคคลที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้ในยามวิกาล... เลดี้คามิลล่า ปรบมือเบาๆ ช้าๆ สามครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของลินินเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ "ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริงค่ะ ท่านชาย..." คามิลล่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน "แต่ดูเหมือนว่าท่านจะลืมไปนะคะ ว่าความลับของตระกูล... ไม่ควรถูกเปิดเผยให้ผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้รู้... ตั้งแต่แรก!" (จูบแรกยามสายัณห์หวังว่าหัวใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในบทหน้าเสมอนะคะ) *** ขอขอบพระคุณนักอ่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเงาจันทร์ด้วยกันนะคะ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ - จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%