“ความรักที่คุณกล่าวอ้าง... มันเป็นเพียงเครื่องมือในการรักษาเลือดบริสุทธิ์ หรือเป็นแค่กรงทองที่ท่านชายพอใจจะขังตัวเองไว้กันแน่คะ?”
เสียงของลินินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของยาสูบราคาแพง ท่านชายเอเลียสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงเทียนที่ริบหรี่สะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูเหมือนรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังแตกร้าว
เอเลียสไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงช้าๆ จังหวะของมันเนิบนาบจนน่าอึดอัด ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองลินินราวกับกำลังค้นหาเศษเสี้ยวความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ
“คุณพูดเหมือนกับว่า... คุณรู้จักกรงทองนี้ดีเกินไปนะ ลินิน” เขากล่าวเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนลินินรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมมือของท่านชายถึงได้สั่นทุกครั้งที่พูดถึงตราประทับตระกูลบนแหวนวงนั้น” เธอเดินเข้าไปใกล้ ก้าวเท้าบนพรมเปอร์เซียอย่างเงียบเชียบ สายตาของเธอจับจ้องที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขา ที่ซึ่งแหวนทองคำสลักลวดลายงูพันดาบหมุนวนอยู่
เอเลียสแค่นยิ้ม เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “มันไม่ใช่แหวนสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศหรอก แต่มันคือกุญแจ... กุญแจที่ล็อกเลือดเนื้อของคนทั้งตระกูลเอาไว้ในความมืดมิดที่คุณไม่มีวันจินตนาการถึง”
เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าบดบังแสงเทียนจนเงาของเขาโถมทับร่างของลินินจนมิด เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอด้วยท่าทีคุกคามแต่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสของเขาร้อนผ่าวจนลินินต้องกลั้นหายใจ
“บรรพบุรุษของผมไม่ได้สร้างอาณาจักรจากความเมตตา” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ “ทุกย่างก้าวของตระกูลเราแลกมาด้วยการหักหลังและเลือดเนื้อที่ไหลนองในห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังนี้... เลือดที่เลดี้คามิลล่าก็ไม่อาจแตะต้องได้ เพราะนางยังไม่คู่ควรที่จะเห็น ‘ความจริง’ ที่ว่าตระกูลของเราไม่ได้รุ่งเรืองเพราะบารมี แต่เพราะเราทำพันธะสัญญากับสิ่งที่ควรจะตายไปตั้งแต่นับร้อยปีที่แล้ว”
ลินินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก คำสารภาพนั้นช่างเหนือธรรมชาติและบ้าคลั่งเกินกว่าที่หญิงสาวสามัญชนจะรับมือไหว แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเหล่านั้น ความเจ็บปวดของผู้ชายที่แบกรับบาปของคนรุ่นก่อนเอาไว้จนหลังแทบหัก
“พันธะสัญญาอะไรคะ... เอเลียส?” เธอถามด้วยเสียงแหบพร่า
เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเธอกระชับเข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสที่โหยหาและรุนแรงราวกับว่าโลกใบนี้กำลังจะล่มสลาย “มันคือการสังเวยความรู้สึกนึกคิด... เพื่อแลกกับอำนาจล้นฟ้า ผมถึงต้องแต่งงานกับคามิลล่า เพราะสายเลือดของนางคือสิ่งเดียวที่ทำหน้าที่เป็น ‘โซ่ตรวน’ ยับยั้งไม่ให้สิ่งที่อยู่ในเงาจันทร์นั่นตื่นขึ้นมาทำลายทุกคนที่ผมรัก”
ลินินนิ่งไป สิ่งที่เขาพูดฟังดูเหมือนตำนานพื้นบ้านที่ไม่มีมูลความจริง แต่เมื่อเธอมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ในดวงตาของเขา เธอกลับไม่สามารถหัวเราะเยาะมันได้เลย
“แล้วฉันล่ะ...” เธอถามเบาๆ “ฉันเป็นอะไรสำหรับพันธะสัญญานี้”
เอเลียสผละออกมองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม “คุณคือความผิดพลาดที่งดงามที่สุดในชีวิตผมลินิน คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมอยากทำลายโซ่ตรวนนั่นทิ้ง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของผมเองก็ตาม”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสมุด ลินินและเอเลียสผละออกจากกันแทบจะทันที ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกด้วยความแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
เซบาสเตียน พ่อบ้านคนสนิทเดินเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดผิดวิสัยปกติ มือของเขาถือจดหมายปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีดำสนิทที่ดูประหลาดตา เอเลียสขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นตราประทับบนจดหมายฉบับนั้น ซึ่งไม่ใช่ของตระกูลเขาอย่างแน่นอน
“ท่านชายขอรับ...” เซบาสเตียนกล่าวเสียงสั่นขณะส่งจดหมายให้ “มีคนส่งสิ่งนี้มาถึงท่าน... มันมาจากคนที่ท่านคิดว่าตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน คนที่ท่านพยายามลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์ตระกูลไปนานแล้วขอรับ”
เอเลียสชะงักไป มือที่รับจดหมายสั่นเทาอย่างรุนแรง ลินินสังเกตเห็นว่าแหวนทองคำบนนิ้วของเขากำลังสั่นไหวอย่างผิดปกติ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่ออะไรบางอย่างที่อยู่ในจดหมายฉบับนั้น เมื่อเขาแกะจดหมายออก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
“เอเลียส... ใครกันคะ?” ลินินถามด้วยความหวั่นใจ
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของลินินหยุดเต้นไปชั่วขณะ “มันคือ... แม่ของผม ลินิน... แม่คนที่ผมเห็นว่าตายไปต่อหน้าต่อตาในคืนจันทร์ดับเมื่อยี่สิบปีก่อน”
เงาดำที่พาดผ่านม่านหน้าต่างห้องสมุดเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต ในขณะที่เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้งสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะที่เซบาสเตียนถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะเขารู้ดีว่าจังหวะการเคาะนั้น... คือจังหวะที่คนตายในตระกูลนี้เท่านั้นที่ใช้สื่อสาร
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดนี้ไปกับดิฉันนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 13
บาดแผลแห่งอดีต
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!