พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 14

มิตรภาพที่เปราะบาง

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"ถอยออกไปเซบาสเตียน... อย่าขยับไปใกล้ประตูเด็ดขาด" เสียงของท่านชายเอเลียสสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยอำนาจสั่งการที่เด็ดขาด เขาคว้าต้นแขนของพ่อบ้านหนุ่มไว้แน่นจนรอยนิ้วมือจมลึกลงไปในเนื้อผ้าไหมของชุดยูนิฟอร์ม จังหวะเคาะนั้นยังคงดังซ้ำเดิม... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มันคือเสียงของความเย็นเยียบที่แทรกซึมผ่านบานไม้โอ๊คหนาหนักเข้ามาในห้องสมุด ราวกับใครบางคนจากโลกหลังความตายกำลังทวงถามสัญญาที่ถูกลืมเลือน ลินินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังชั้นหนังสือเก่าแก่ เธอกลั้นหายใจจนปวดร้าวไปทั้งอก สายตาจับจ้องไปที่เงาดำที่ยังคงขดตัวอยู่บนม่านหน้าต่าง มันไม่ได้เป็นเพียงเงาธรรมดา แต่มันหดเกร็งและขยายตัวเหมือนมีชีวิต หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่าหากก้าวออกไปตอนนี้ ความลับที่เธอพยายามปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยอาจถูกเปิดเผยโดยผู้ที่เคาะประตูนั้น "คุณท่านคะ... จังหวะนั่น..." เซบาสเตียนพึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพที่ไร้เลือดหล่อเลี้ยง "เงียบเสีย!" เอเลียสคำรามเบาๆ เขาไม่ได้มองไปที่ประตูอีกต่อไป แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องเขม็งมาที่ชั้นหนังสือตรงที่ลินินหลบอยู่ ราวกับจะสื่อสารว่า 'เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม' ลินินกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เธอหยิบเศษกระดาษที่จดบันทึกไว้ในบทก่อนหน้าซ่อนไว้ใต้พรมเปอร์เซียใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะก้าวออกมาจากมุมมืดด้วยท่าทีที่ดูเหมือนเพิ่งเดินเข้ามาในห้องตามปกติ เธอยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ทำเป็นไม่สังเกตเห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดจนเกือบจะระเบิด "ขออภัยที่รบกวนค่ะ ท่านชาย ดิฉันเพียงแค่จะนำรายงานบัญชีรายรับของเรือนรับรองมาให้ตรวจสอบ แต่ดูเหมือนว่าดิฉันจะเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าคะ?" ลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เหงื่อเย็นๆ จะซึมอยู่ที่หลังคอ เอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสลับสายตาจากประตูที่หยุดการเคาะไปที่ใบหน้าของลินิน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวกลายเป็นความสงสัยที่เยือกเย็น "เธอเข้ามานานหรือยัง... ลินิน?" "เพิ่งถึงเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ" เธอโกหกคำโต แต่สายตาเธอกลับเหลือบไปเห็นมือของเซบาสเตียนที่สั่นระริกขณะจับปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท ความอึดอัดถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังมาจากระเบียงด้านนอก ไม่ใช่เสียงเคาะ แต่เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเดินด้วยความมั่นใจ ลินินรีบหันไปมอง ประตูห้องสมุดไม่ได้เปิดออก แต่มีร่างหนึ่งยืนเด่นสง่าอยู่หน้าหน้าต่างที่ม่านหน้าต่างเมื่อครู่ยังคงขยับไหว หญิงสาวคนนั้นมีดวงตาสีเทาหม่นดุจหมอกยามเช้า ชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มขลิบลูกไม้สีดำขับเน้นให้เธอดูสูงส่งและน่าเกรงขาม เธอคือ 'เลดี้เอลาร่า' เพื่อนร่วมรุ่นในแวดวงสังคมชั้นสูงที่ลินินเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่า 'ผู้เก็บความลับแห่งตระกูลขุนนาง' "การเคาะประตูที่ผิดจังหวะ มักจะตามมาด้วยคำโกหกที่ฟังไม่ขึ้นเสมอ จริงไหมคะ?" เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เธอไม่ได้เดินเข้ามาในห้อง แต่ยืนพิงกรอบหน้าต่างราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืด ลินินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เอลาร่าไม่ใช่ศัตรู... แต่เธอก็ไม่ใช่พวกพ้อง หากแต่เป็น 'ผู้สังเกตการณ์' ที่น่าไว้ใจที่สุดในความไม่น่าไว้วางใจนี้ "เลดี้เอลาร่า" เอเลียสผ่อนลมหายใจออกยาว "คุณมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้" "ฉันมาเพื่อเตือนคุณ เอเลียส" เอลาร่าก้าวเข้ามาในห้อง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเผยให้เห็นรอยสักรูปกุญแจที่ข้อมือซ้ายของเธอ "สิ่งที่เคาะประตูเมื่อครู่ไม่ได้มาหาคุณ... แต่มันมาหา 'สิ่งที่เธอถือครองอยู่' ต่างหาก" สายตาของเอลาร่าตวัดมามองลินินอย่างมีความหมาย ลินินรู้สึกได้ทันทีว่ากระดาษที่เธอซ่อนไว้ใต้พรมกำลังแผ่ความร้อนระอุขึ้นมา ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า "ความลับในตระกูลนี้ไม่ได้มีแค่สิ่งที่ตายไปแล้ว แต่รวมถึงสิ่งที่ยังหายใจอยู่ด้วย" เอลาร่าเดินเข้ามาใกล้ลินิน แล้วโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหู "คุณยังไม่รู้จักที่นี่ดีพอ ลินิน... จงจำไว้ว่า ในคฤหาสน์แห่งนี้ คนที่ไว้ใจได้ที่สุด คือคนที่คุณเกลียดมากที่สุด เพราะพวกเขาจะไม่กล้าทรยศคุณต่อหน้าคนอื่น" ลินินเม้มปากแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความเปราะบางของมิตรภาพที่กำลังก่อตัวขึ้น เอลาร่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้าย แต่มาเพื่อยื่นข้อเสนอที่อันตรายยิ่งกว่าความตาย "หากคุณต้องการรอดชีวิตจากคืนนี้" เอลาร่าพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "จงส่งสิ่งที่อยู่ในมือคุณให้ฉันเสีย... ก่อนที่เลดี้คามิลล่าจะมาถึงห้องนี้ในอีกห้านาที" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะการเดินที่คุ้นเคยของเลดี้คามิลล่าก็ดังก้องขึ้นที่โถงทางเดินข้างนอก พร้อมกับเสียงปลดล็อกกลอนประตูที่ดัง 'กริ๊ก' อย่างชัดเจน! ลินินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเอเลียสถอยกรูดไปจนชิดกำแพง และเงาดำบนม่านก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของกรงเล็บที่เตรียมจะฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันมืดมิดในค่ำคืนนี้กับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%