"หุบปากของเธอเสีย เลดี้คามิลล่า หากเสียงกรีดร้องของคุณยังดังไม่พอที่จะเรียกสัตว์ร้ายให้มาฉีกเนื้อ เราก็คงต้องหาทางปิดกั้นช่องว่างระหว่างริมฝีปากนั่นด้วยวิธีอื่น"
ท่านชายเอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือหนาที่สวมถุงมือหนังเนื้อดีกระชับสายบังเหียนแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาสีเทาหม่นดั่งท้องฟ้าก่อนพายุเข้าของเขาจดจ้องไปยังพงไพรเบื้องหน้า—ดินแดนรกร้างที่ถูกเรียกว่า 'หุบเขาสีเลือด' ซึ่งเป็นสถานที่จัดล่าสัตว์ประจำปีของตระกูล
ลินินนั่งอยู่บนหลังม้าสีนิลเคียงข้างเขา เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม แม้ร่างกายเขาจะดูสงบนิ่ง แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงพายุอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากความเยือกเย็นนั้น
"ท่านชายคะ ท่านกำลังพาเราไปสู่ความตายหรือความรุ่งโรจน์กันแน่?" ลินินเอ่ยถามเบาๆ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองขบวนล่าสัตว์ที่ดูเหมือนการเดินทัพมากกว่างานสังสรรค์
"ถามในสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้วหรือลินิน" เอเลียสเบนสายตามามองเธอเพียงครู่ แววตาที่ปกติจะปิดตายกลับสั่นไหววูบหนึ่ง "ในพงไพรแห่งนี้ ไม่มีใครล่าใครได้ หากเราไม่ยอมเป็นเหยื่อให้มันเสียก่อน"
เลดี้คามิลล่าที่ขี่ม้าตามหลังมาไม่ไกลนัก เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา แววตาของนางเต็มไปด้วยความชิงชังที่จดจ้องไปยังลินิน "ดูเหมือนแม่สาวจากตระกูลตกอับจะห่วงกังวลเกินเหตุนะคะท่านชาย อย่าลืมสิคะว่างานล่าสัตว์ครั้งนี้... มีไว้เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตของตระกูลเรา"
คำว่า 'สิ่งแปลกปลอม' เสียดแทงเข้ามาในใจของลินินจนเธอต้องเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การล่ากวางป่าหรือหมูป่า แต่มันคือการไล่ล่าที่เลดี้คามิลล่าจัดฉากขึ้นเพื่อหวังกำจัดเธอโดยมีท่านชายเอเลียสเป็นเดิมพัน
ทันใดนั้น เสียงแตรเขาสัตว์ก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วป่า เป็นสัญญาณเริ่มต้นการล่าสัตว์ที่แฝงไปด้วยไอสังหาร
ขบวนล่าสัตว์มุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่ารกชัฏ กิ่งไม้หนาหนามเกี่ยวพันเสื้อผ้าเนื้อดีของลินินจนเป็นรอยขีดข่วน บรรยากาศรอบข้างเงียบเชียบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดหายใจเพื่อรอคอยการนองเลือดที่กำลังจะมาถึง
"ลินิน อยู่ข้างหลังฉัน" เอเลียสสั่งเสียงเฉียบขาดขณะที่พวกเขากำลังควบม้าผ่านหุบเขาแคบๆ ที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสูงชัน
"ทำไมท่านต้องทำขนาดนี้" ลินินตัดสินใจถามในจังหวะที่ขบวนเคลื่อนตัวช้าลง "หากท่านเกลียดชังฉันเหมือนที่เลดี้คามิลล่าต้องการ ทำไมท่านถึงไม่ปล่อยให้พวกเขาสังหารฉันไปเสียตั้งแต่ต้น?"
เอเลียสดึงสายบังเหียนม้าของเขาให้หยุดกะทันหันจนม้าพยศเล็กน้อย เขาหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ สายตาคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยความรวดร้าว "เพราะถ้าฉันปล่อยให้เธอตาย... ความลับที่เธอกุมไว้เรื่องตราประทับตระกูลของฉันจะหายสาบสูญไปพร้อมกับวิญญาณของเธอไงล่ะ"
ลินินชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ความขี้ระแวงที่เธอมีต่อเขากลายเป็นความหวาดกลัวที่จับขั้วหัวใจ ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวเธอ แต่เขาต้องการพันธะ... พันธะที่จะผูกมัดเธอไว้ใต้เงาจันทร์ค้างคืนนี้ไปตลอดกาล
"ท่านชาย! ระวัง!" เสียงเซบาสเตียนตะโกนมาจากด้านหลัง
จากความมืดมิดในพงไพร ลูกศรอาบยาพิษนับสิบพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจห่าฝน เอเลียสคว้าตัวลินินลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว ร่างของทั้งคู่กลิ้งไปกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้แห้ง ก่อนที่ม้าของลินินจะล้มลงด้วยความเจ็บปวดจากศรที่ปักเข้าที่ลำคอ
"หลบอยู่ตรงนี้!" เอเลียสชักกระบี่ประจำตระกูลออกมา ประกายเงินจากใบดาบสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านแมกไม้มาเพียงน้อยนิด เขายืนตระหง่านราวกับเทพเจ้าแห่งสงคราม ปกป้องลินินจากคมศรที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
ลินินพยายามตั้งสติ ความเป็นหญิงสาวผู้สง่างามหายไป เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอคลำหาของมีคมในกระเป๋าเสื้อที่เธอแอบพกมาด้วย ความมืดมิดรอบข้างเริ่มขยับไหว เสียงฝีเท้าของเหล่านักล่าในเงามืดคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่เอเลียสกำลังหันหลังปะทะกับกลุ่มคนลึกลับ มือที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งก็เอื้อมมาจากความมืดด้านหลังลินิน กระชากคอเสื้อเธออย่างแรงจนเธอกระเด็นออกจากที่ซ่อน
"คราวนี้แหละ... แกจะได้จบสิ้นเสียที" เสียงของเลดี้คามิลล่าดังก้องอยู่ในหัวพร้อมกับการปรากฏตัวของนางที่โผล่ออกมาพร้อมกับมีดสั้นเล่มคม
ลินินล้มลงไปในหลุมพรางที่ถูกขุดไว้ก้นเหว ร่างของเธอสั่นสะท้านเมื่อเห็นชายชุดดำหลายคนล้อมรอบขอบหลุมนั้นอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจสลายมากกว่าความตาย คือการเห็นเอเลียสที่กำลังยืนมองลงมาด้วยแววตาเย็นชา... เขาไม่ได้เร่งรีบเข้ามาช่วยเธอ แต่เขากลับลดดาบลงและมองดูเหตุการณ์นั้นเหมือนผู้ชมในโรงละคร
"ท่านชาย... นี่หรือคือสิ่งที่ท่านวางแผนไว้?" ลินินถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าขณะที่คามิลล่าเงื้อมีดขึ้นเหนือศีรษะ
เอเลียสขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มที่มองไม่เห็นความหมาย "ไม่ใช่การล่าสัตว์หรอกลินิน... แต่เป็นการคัดเลือกผู้ที่จะได้ครอบครองความลับที่แท้จริงของฉัน"
ทันใดนั้น มือของคามิลล่าที่ถือมีดก็ถูกศรปริศนาปักทะลุข้อมือจนมีดร่วงหล่นลงบนพื้นดิน พร้อมกับร่างของบุรุษลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่กระโดดลงมาในหลุมพรางยืนขวางระหว่างลินินกับความตาย ก่อนที่เขาจะกระชากหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของลินินแทบหยุดเต้น... เพราะชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่ปรากฏในรูปวาดในหอคอยต้องห้ามของตระกูลเอเลียส ผู้ซึ่งควรจะเสียชีวิตไปนานกว่ายี่สิบปีแล้ว!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 12
กลลวงในพงไพร
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!