"ถอยออกไปค่ะ ท่านชาย... ความเมตตาของท่านในค่ำคืนนี้ มันช่างดูขมปร่าพอๆ กับรสไวน์ที่ท่านพยายามบังคับให้ดิฉันดื่ม"
ลินินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วระเบียงหินอ่อนสลักลวดลายวิจิตร สายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านจากสวนกุหลาบด้านล่างไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในอกของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำราวระเบียงไว้แน่นนั้นสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่ดุจดั่งประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
เอเลียสไม่ได้ขยับกายไปไหน เขายืนตระหง่านอยู่ในเงามืดของเสาหิน แสงจันทร์นวลตาฉาบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูไร้อารมณ์จนน่าหวาดหวั่น เขายกแก้วคริสตัลในมือขึ้นหมุนวนช้าๆ ของเหลวสีแดงเข้มไหวระริกราวกับเลือดที่พร้อมจะหลั่งริน "เธอเข้าใจผิดไปไกลนัก ลินิน... ฉันไม่ได้บังคับ แต่ฉันกำลัง 'ให้โอกาส' เธอได้เลือกที่อยู่ของตัวเองต่างหาก"
"โอกาสหรือคะ?" ลินินแค่นยิ้ม เสียงหัวเราะแผ่วเบาของเธอเจือไปด้วยความขมขื่น "สำหรับท่าน คำว่าโอกาสมันก็แค่โซ่ตรวนเส้นใหม่ที่ประดับด้วยเพชรพลอย ท่านใช้ความมั่งคั่งและชื่อเสียงของตระกูลกดทับทุกคนไว้ใต้ฝ่าเท้า รวมถึงดิฉันด้วย แต่คืนนี้... กฎเกณฑ์เหล่านั้นมันใช้กับดิฉันไม่ได้อีกแล้ว"
ท่านชายเอเลียสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังเคร้ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนลินินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของยาสูบและน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวเขา เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลทว่าบาดลึก "เธอคิดว่าเธอกำลังกุมความลับอะไรไว้หรือ ลินิน? เรื่องพินัยกรรมที่หายไป? หรือเรื่องผู้หญิงที่ถูกขังอยู่ในหอคอยทิศตะวันออก? อย่าลืมไปว่าในบ้านหลังนี้... แม้แต่ผนังก็ยังมีหู และเธอก็เป็นเพียงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
ลินินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างฉับพลัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดูลึกลับดุจเหวนรกของเขา "ถ้าดิฉันเป็นเพียงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ทำไมท่านถึงยังปล่อยให้ดิฉันมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ล่ะคะ? ทำไมท่านถึงไม่กำจัดดิฉันเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยขวางทางท่าน"
เอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง เงาจันทร์ที่พาดผ่านดวงตาของเขาสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เขาเอื้อมมือขึ้นหมายจะเชยคางเธอไว้ แต่ลินินเบี่ยงหน้าหลบอย่างถือดี ทำให้มือของเขาสัมผัสเพียงอากาศธาตุ
"เพราะเธอคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่ฉันเคยพบมาตลอดสิบปีไงล่ะ" เขากล่าวเสียงเรียบ "การทำลายสิ่งที่สวยงามมักจะน่าเบื่อ แต่การเฝ้ามองมันพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะได้เป็นอิสระ... นั่นสิคือความบันเทิงที่แท้จริง"
"ท่านมันโรคจิตค่ะ เอเลียส" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความโกรธที่อัดอั้นมานาน "ท่านมองคนอื่นเป็นแค่หมากในเกมกระดานของท่าน เลดี้คามิลล่าเองก็คงไม่ต่างกัน ท่านใช้เธอเพื่อรักษาหน้าตาสังคม ท่านใช้ดิฉันเพื่อคลายความเหงาในเงามืด... แต่ดิฉันไม่ใช่หมาก และดิฉันก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นตามเกมที่ท่านขีดเส้นไว้!"
เธอหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อออกมาแล้วชูให้เขาเห็น แสงจันทร์สะท้อนกระดาษเก่าคร่ำนั้นจนเห็นรอยตราประทับสีแดงฉานที่เลือนลางแต่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ เอเลียสเบิกตากว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยือกเย็นจางหายไปจากใบหน้าของเขาโดยสิ้นเชิง
"เธอไปเอามาจากไหน..." เสียงของเขาต่ำลงจนแทบกลายเป็นเสียงคำรามในลำคอ
"เซบาสเตียนอาจจะเป็นคนซื่อสัตย์ แต่เขาไม่ได้มีจริยธรรมมากพอที่จะทนเห็นความอยุติธรรมไปได้ตลอดกาลหรอกนะคะ" ลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ท่านคิดว่าท่านคุมทุกอย่างได้ แต่ความลับที่ท่านซุกซ่อนไว้ใต้ฐานอำนาจนี้... มันกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า"
"ส่งมันมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!" เอเลียสพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้กระดูกของเธอปวดร้าว แต่ลินินกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวด เธอเพียงแต่จ้องมองเขาด้วยแววตาสมเพช
"หากท่านแตะต้องดิฉันแม้แต่นิดเดียว สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่จดหมาย แต่มันจะเป็นหลักฐานที่จะทำให้ตระกูลของท่านล่มสลายภายในคืนนี้" เธอขู่กลับด้วยความใจเด็ด
ขณะที่แรงปะทะทางอารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลังระเบียง ทั้งสองคนชะงักกึก เอเลียสปล่อยมือจากลินินทันทีเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดี... ใบหน้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้
เลดี้คามิลล่าปรากฏตัวขึ้นในชุดราตรีสีดำสนิท ราวกับนางพญาที่กำลังเฝ้ามองดูซากปรักหักพัง เธอถือปืนพกกระบอกเล็กสลักลวดลายประณีตเล็งมาที่พวกเขาด้วยมือที่นิ่งสนิท ดวงตาของเธอฉายแววอาฆาตที่ถูกสั่งสมมานาน "ขอบใจนะที่ทำให้ฉันได้รู้ในสิ่งที่แอบซ่อนไว้... ท่านชายเอเลียส ดิฉันเกรงว่าเกมนี้มันจบลงเร็วกว่าที่ท่านคิดนะคะ"
ปืนในมือของคามิลล่าลั่นไกออกไปหนึ่งนัด เสียงดังสนั่นก้องไปทั่วระเบียง ทว่ากระสุนนั้นกลับไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลินิน แต่กลับพุ่งเข้าที่โคมไฟน้ำมันบนผนังจนแตกกระจาย ทำให้ทั่วทั้งระเบียงตกอยู่ในความมืดมิดสนิทในชั่วพริบตาเดียว ก่อนที่เสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งจะดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงสายลมที่โหมกระหน่ำในยามค่ำคืน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของหัวใจไปกับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 35
การเผชิญหน้าบนระเบียง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!