พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 36

ความเจ็บปวดที่งดงาม

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ ท่านชาย... ความเมตตาของท่านในเวลานี้ มันช่างกรีดลึกลงไปบนรอยแผลที่ดิฉันพยายามจะลืมเสียเหลือเกิน” ลินินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันสน กลิ่นที่นางเกลียดชังพอๆ กับกลิ่นอายความเศร้าที่กำลังโอบล้อมกายอยู่ขณะนี้ มือเรียวบางของนางสั่นเทาขณะพยายามดึงออกจากอุ้งมือหนาที่เกาะกุมไว้อย่างแน่นหนาและถือสิทธิ์ ท่านชายเอเลียสนิ่งเงียบ ดวงตาสีเทาหม่นดุจท้องฟ้ายามพายุตั้งเค้าของเขามิได้มองที่ใบหน้านาง แต่จดจ้องไปยังรอยแดงจางๆ บริเวณข้อมือของลินิน—รอยที่เกิดจากพันธนาการที่เลดี้คามิลล่าทิ้งไว้ให้เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ “รอยพวกนี้... มันเป็นหลักฐานของความพ่ายแพ้ของฉัน หรือเครื่องเตือนใจว่าเธอไม่ควรอยู่ใกล้ฉันกันแน่ ลินิน?” เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความร้าวราน เขาไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับดึงนางเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายกำยำที่อยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “มันเป็นหลักฐานว่าดิฉันเป็นเพียงของเล่นที่ท่านนึกสนุกจะหยิบมาวางไว้ตรงไหนก็ได้” ลินินเชิดหน้าขึ้น แม้ดวงตาจะเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแต่นางก็บังคับให้มันไม่ไหลริน ความหยิ่งทระนงที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยคือเกราะป้องกันเพียงอย่างเดียวของนาง “ตำแหน่งคู่หมั้นของท่านไม่ได้มีไว้ประดับเกียรติ แต่มันมีไว้เพื่อกำจัดขยะที่ขวางทางเดินของตระกูล... และดิฉันก็คงเป็นขยะชิ้นนั้น” ท่านชายเอเลียสหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “ขยะงั้นหรือ? ถ้าเธอเป็นขยะ ฉันคงเป็นคนที่เต็มใจจะจมดิ่งลงไปอยู่ในกองขยะนั้นเพื่อรักษาเธอไว้... เธอไม่เคยเข้าใจเลยหรือว่าทำไมห้องนี้ถึงต้องล็อคกลอนสามชั้น ทำไมเซบาสเตียนถึงต้องยืนเฝ้าหน้าประตูตลอดคืน” มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นสัมผัสกรอบหน้าของลินินแผ่วเบา สัมผัสที่แฝงไปด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแตกสลายคามือ ลินินหลับตาลงรับสัมผัสนั้น หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ความรักที่ขัดแย้งกับความจริงที่ว่าเขากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงสาวผู้โหดเหี้ยมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ความเจ็บปวดนี้... มันงดงามเสียจนฉันไม่อยากให้มันจบลง” เขาพึมพำ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้ม ลินินไม่ได้ขัดขืน ไม่ใช่เพราะนางยอมจำนน แต่นางเพียงแค่หมดแรงที่จะโต้ตอบต่อความอ่อนแอที่เขามอบให้ รสจูบที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นมิใช่ความเร่าร้อน แต่มันคือความเศร้าโศกที่ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นสัมผัส เป็นการเว้าวอนขอที่ไร้คำพูด เป็นการลาจากที่ไม่มีวันถึงจุดสิ้นสุด ลินินรู้สึกถึงรสเค็มปร่าของน้ำตา—ไม่แน่ใจว่าเป็นของนางหรือของท่านชายกันแน่ที่ไหลรินลงมาอาบแก้มขณะที่เขาโอบกอดนางไว้แน่น ราวกับว่าหากเขาคลายอ้อมกอดนี้ นางจะสลายกลายเป็นเพียงหมอกควันไปตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกแต่กลับมืดมนด้วยเงาของความตายและเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง จู่ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่มั่นคงและไร้ความปรานี “ท่านชายคะ... เลดี้คามิลล่ามาถึงแล้วค่ะ และเธอกำลังรอพบท่านที่โถงใหญ่พร้อมกับข้อเสนอที่ท่าน ‘ปฏิเสธไม่ได้’” เสียงของเซบาสเตียนดังแทรกเข้ามาผ่านบานประตูไม้โอ๊คหนา ราวกับเสียงของเพชฌฆาตที่มาทำหน้าที่ในเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุด ท่านชายเอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง ร่างกายที่เคยแข็งเกร็งด้วยอารมณ์ความรู้สึกกลับสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น ทิ้งให้ลินินนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกที่แตกสลายและสับสน เขาก้าวไปที่ประตู แต่ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิด เขาหยุดชะงักแล้วเหลียวหลังกลับมามองลินินด้วยสายตาที่นางอ่านไม่ออก “ลินิน... หากคืนนี้ฉันไม่ได้กลับมาที่ห้องนี้อีก จงหนีไปเสีย อย่ารอฉัน” เขาเว้นจังหวะ “เพราะสิ่งที่คามิลล่าถืออยู่ในมือนั้น ไม่ใช่เพียงแค่หนังสือสัญญาแต่งงาน... แต่มันคือรายชื่อของผู้ที่ต้องตายในคืนนี้ โดยมีชื่อของเธอรวมอยู่ด้วย” ประตูเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของเลดี้คามิลล่าที่ยืนอยู่นอกห้อง รอยยิ้มเยือกเย็นของเธอสะท้อนกับแสงตะเกียงข้างฝา พร้อมกับมือที่ถือจดหมายปิดผนึกด้วยตราประทับสีเลือดที่ลินินจำได้ดีว่าเป็นตราของตระกูลนางเอง จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของหัวใจไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%