"หากท่านจะกรุณา ถอยห่างจากกล่องใบนั้นให้มากกว่านี้สักนิด... จะเป็นการดีต่อลมหายใจของท่านมากค่ะ"
น้ำเสียงของเซบาสเตียนราบเรียบดั่งผิวน้ำที่นิ่งสนิท ทว่าประกายตาของชายสูงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับค่อนชีวิตกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก ลินินชะงักมือที่กำลังจะคลายริบบิ้นผ้าไหมสีดำที่ผูกปมไว้แน่นหนาบนกล่องกำมะหยี่สีเลือดนกวางอยู่กลางโต๊ะน้ำชา กล่องใบนี้ถูกส่งมาโดยไม่มีชื่อผู้ส่ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมประหลาดที่ชวนให้วิงเวียนศีรษะ
"ทำไมหรือคะ เซบาสเตียน? ท่านชายเอเลียสส่งมาให้ดิฉันงั้นหรือ?" ลินินถามพลางขยับตัวถอยหลังตามคำขอ แววตาของเธอหรี่ลงด้วยความระแวงที่ฝังรากลึกในจิตใจ
"ท่านชายมิได้ทรงทราบเรื่องนี้ และหากทรงทราบ... คฤหาสน์หลังนี้คงลุกเป็นไฟไปแล้วค่ะ" พ่อบ้านคนสนิทเดินก้าวเข้ามาอย่างแผ่วเบา สวมถุงมือหนังเนื้อบางก่อนจะหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมาพินิจ เขาไม่ได้เปิดมันทันที แต่กลับหยิบมีดพกเงินขนาดเล็กออกมา กรีดขอบกล่องอย่างระมัดระวัง
กลิ่นหอมหวานเอียนเหมือนดอกไม้ที่บานสะพรั่งอยู่ในหลุมศพโชยออกมาทันทีที่ฝากล่องเผยอเพียงเล็กน้อย ลินินรู้สึกถึงความชาหนึบที่แล่นขึ้นมาจากปลายนิ้ว ทั้งที่เธอยังไม่ได้สัมผัสมันเลยด้วยซ้ำ ภายในกล่องนั้นคือดอกกุหลาบสีแดงสดราวกับสีเลือดที่ยังมีหยดน้ำค้างเกาะพราว ทว่าตรงกลางดอกกลับมีละอองผงสีขาวละเอียดซุกซ่อนอยู่
"กุหลาบอาบยาพิษ... มุกตื้นๆ ของคนมีรสนิยมต่ำช้า" เซบาสเตียนพึมพำ ก่อนจะโยนกล่องนั้นลงในเตาผิงที่กำลังคุกรุ่นอยู่ข้างๆ เสียงเปลวไฟปะทะกับสารเคมีจนเกิดเสียงปุ้งปังและเปลวสีเขียวมรกตวูบวาบ ลินินทรุดตัวลงบนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งกุมขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ ด้วยความเจ็บปวด
"คามิลล่า... ใช่ไหมคะ?" ลินินเอ่ยถาม เสียงของเธอแหบพร่าแต่แฝงด้วยความเยือกเย็น
"เลดี้คามิลล่ามีวิธีที่ 'ประณีต' กว่านี้ค่ะ" เซบาสเตียนหันมาเผชิญหน้า สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของลินิน "นี่คือคำเตือนจากใครบางคนที่รู้จักจุดอ่อนของท่านชายเอเลียสดีกว่าใคร และคนผู้นั้นต้องการให้ท่าน 'หายไป' ก่อนที่ความจริงเรื่องคืนนั้นจะถูกเปิดเผย"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว ลินินนึกถึงเหตุการณ์ในคืนก่อนหน้า ภาพใบหน้าของท่านชายเอเลียสที่เปื้อนคราบน้ำตาและความเจ็บปวดในยามที่เขาคิดว่าเธอหลับใหล เขากอดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายกลายเป็นฟองอากาศไปกับเงาจันทร์ ความอ่อนแอที่เขาซ่อนไว้หลังหน้ากากผู้ทรงอิทธิพลนั้นคือสิ่งที่เธอกำลังพยายามรักษาไว้ แต่ดูเหมือนจะมีคนจ้องมองและพร้อมจะทำลายมันลงด้วยเลือด
"ดิฉันไม่กลัวค่ะ เซบาสเตียน" ลินินลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยสั่นเทาตั้งตรงอย่างทระนง "ถ้าพวกเขาอยากให้ดิฉันตายนัก ก็ต้องดูว่าพวกเขาจะรับมือกับสิ่งที่ดิฉันกำลังจะทำต่อจากนี้ไหวหรือเปล่า"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากับความตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินหินอ่อนด้านนอก ก่อนที่ประตูห้องนั่งเล่นจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องมีการอนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของท่านชายเอเลียสปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีเทาคู่สวยกลับฉายแววคุกรุ่นที่น่าสะพรึงกลัว
"เซบาสเตียน... ออกไปก่อน" คำสั่งสั้นๆ ที่มีอำนาจกดทับจนพ่อบ้านต้องโค้งคำนับและล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายเอเลียสเดินตรงเข้ามาหาลินิน กลิ่นอายของความเย็นเยือกจากภายนอกแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วทำให้ลินินสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่หนักหน่วงของเขา
"เธอคิดจะเล่นเกมอะไรกับความตายอีก ลินิน?" เขาถามพลางเชยคางเธอขึ้นให้สบตา นิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามริมฝีปากของเธออย่างเนิบช้าและอันตราย "กุหลาบช่อนั้น... มีไว้เพื่อมอบให้คนรักในยามค่ำคืน แต่สำหรับเธอมันอาจจะเป็นชิ้นสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นในชีวิตนี้ หากเธอยังคิดจะท้าทาย 'ท่านหญิง' คนต่อไปของตระกูล"
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้จะรู้สึกถึงคมมีดที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น "ท่านชายคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อข่มขู่ดิฉันหรอกใช่ไหมคะ? หรือว่า... ท่านเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมวางแผนให้ 'กุหลาบ' ช่อนั้นมาถึงมือดิฉัน?"
เอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบราวกับถูกจี้จุดสำคัญ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา "ฉันไม่ได้เป็นคนส่งมันมา... แต่คนที่ส่งมา กำลังยืนรอคำตอบอยู่หลังประตูห้องโถงนี้ และถ้าเธอยังอยากรอดชีวิตจากคืนนี้ไปได้... เธอต้องเลือก ว่าจะเป็น 'ดอกไม้' ที่ยอมตายในกำมือฉัน หรือจะเป็น 'ยาพิษ' ที่ฉันจะต้องเป็นคนลงมือสังหารด้วยตัวเอง"
เขาผละออกแล้วเดินตรงไปที่ประตูห้อง ทันใดนั้นประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของเลดี้คามิลล่าที่ยืนถือจดหมายปิดผนึกด้วยครั่งสีทองประทับตราตระกูลสูงศักดิ์ นางยิ้มกว้าง แต่นัยน์ตากลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลินินแทบหยุดหายใจ
"ยินดีด้วยนะคินิน... จดหมายฉบับนี้คือหมายเรียกศาลที่จะเปิดเผย 'ความลับที่แท้จริง' ของสายเลือดเธอ และคืนนี้... เธอจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ 'พันธะลับ' ของใครอีกต่อไป แต่จะเป็นนักโทษที่ถูกส่งตัวไปยังคุกใต้ดินของตระกูลเรา... เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ ที่รัก"
จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของหัวใจไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 38
ดอกกุหลาบที่อาบยาพิษ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!