พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 39

การพิสูจน์ความจริงใจ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“คุณกล้าดียังไงถึงคิดว่าจะแลกอิสรภาพของหญิงแพศยาคนหนึ่ง ด้วยสมบัติที่ตระกูลวานเดอร์วอลล์สั่งสมมานานนับศตวรรษ!” เสียงแหลมสูงของเลดี้คามิลล่ากรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หลัก เธอทิ้งเอกสารตราประทับทองคำลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนาจนเกิดเสียงดังสนั่น ลินินที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่เคยคาดคิดว่าการปรากฏตัวของคามิลล่าในค่ำคืนนี้ จะนำมาซึ่งการเปิดโปงที่ทำลายศักดิ์ศรีของท่านชายเอเลียสจนย่อยยับ เอเลียสไม่ได้ขยับกาย เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังบนเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองคู่หมั้นสาวด้วยความเฉยเมยที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในฤดูหนาว มือเรียวยาวของเขาลูบแหวนประจำตระกูลที่นิ้วนางช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงตวาด “คามิลล่า... คุณดูเหมือนจะลืมไปว่าอำนาจในการตัดสินใจของตระกูลนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของสตรีที่พยายามจะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของผม” “อำนาจงั้นหรือคะ?” คามิลล่าหัวเราะร่า ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบิดเบี้ยวด้วยความโทสะ เธอเดินเข้าไปใกล้เอเลียส กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนลินินแทบหายใจไม่ออก “หากข่าวที่ว่าคุณตกลงทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์เหมืองแร่ทางใต้ให้กับสมาคมการค้าของพวกคนเถื่อนเพื่อแลกกับการถอนหมายจับของผู้หญิงคนนี้แพร่งพรายออกไป คุณคิดว่าเก้าอี้ท่านชายที่นั่งอยู่นี้จะมั่นคงอีกนานแค่ไหน?” ลินินกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บปวด เธอพุ่งตัวออกมาจากเงามืด “ท่านชาย... อย่าทำเช่นนั้นนะคะ” เอเลียสเบนสายตามาสบกับดวงตาที่เอ่อล้นด้วยความตระหนกของลินิน แววตาของเขาวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งดุจห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีก้นบึ้ง เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่กลับหันไปสั่งพ่อบ้านที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง “เซบาสเตียน นำสัญญาฉบับนั้นมา และให้เลดี้คามิลล่าได้เห็นกับตาว่า อะไรคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเหนือกว่าเงินทองและอำนาจ” “ท่านชาย! ท่านกำลังเสียสติ!” คามิลล่าแผดเสียง เซบาสเตียนเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสีดำสนิท เขาโค้งคำนับให้ลินินอย่างสุภาพ ก่อนจะวางเอกสารนั้นลงบนโต๊ะ เอเลียสจรดปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษโดยไม่ลังเลแม้แต่นาทีเดียว ปลายปากกาลากผ่านแผ่นกระดาษด้วยจังหวะที่มั่นคง ราวกับกำลังสลักเสลาอนาคตของเขาลงบนรอยเลือดและหยาดเหงื่อที่บรรพบุรุษสั่งสมมา “นี่คือการพิสูจน์ความจริงใจของผม ลินิน” เขากล่าวเสียงแผ่ว ทว่ากังวานในหัวใจของหญิงสาว “ถ้าอิสรภาพของคุณต้องแลกด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมมี ผมก็ยินดีจะเดินตัวเปล่าออกจากคฤหาสน์หลังนี้ เพื่อให้คุณได้มีชีวิตที่ไร้เงาตามหลอกหลอน” คามิลล่าถึงกับหน้าถอดสี มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามคว้าเอกสารนั้นไว้ แต่เอเลียสปัดมือเธอออกด้วยท่าทางเยือกเย็น “เอกสารนี้ถูกส่งไปยังสภาตระกูลและทางการเรียบร้อยแล้ว คามิลล่า... ต่อจากนี้ไป ทรัพย์สินที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวของผม คือสิ่งที่หัวใจของผมจะเลือกเก็บไว้ข้างกายเท่านั้น” ลินินก้าวเข้าไปหาเขา ความรู้สึกผิดประดังเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามกับตระกูลผู้มีอิทธิพลและศัตรูรอบด้านที่จ้องจะรุมทึ้งเอเลียสทันทีที่เขาไร้ซึ่งเกราะป้องกัน “ท่านทำแบบนี้ทำไมคะ...” ลินินถาม น้ำตาคลอเบ้า “เพื่อผู้หญิงที่มีอดีตมืดดำอย่างฉัน... มันคุ้มกันแล้วหรือ?” เอเลียสลุกขึ้นยืน เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าลินิน ความสูงของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทอดทับร่างเล็ก เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเธอแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับมีความอบอุ่นประหลาดซ่อนอยู่ข้างใน “เพราะสำหรับผม อดีตของคุณไม่ได้มืดดำไปมากกว่าความเน่าเฟะที่ผมต้องเผชิญในทุกๆ วันหรอกค่ะลินิน... และที่สำคัญที่สุด...” เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ “คุณคือคนเดียวที่มองเห็นความอ่อนแอใต้หน้ากากนี้ โดยไม่พยายามจะใช้มันเป็นอาวุธทิ่มแทงผมเหมือนคนอื่นๆ” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงเหมือนเสียงหัวใจของลินินที่กำลังสั่นคลอน เซบาสเตียนก้าวถอยหลังออกไปอย่างรู้หน้าที่ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ในโลกส่วนตัวท่ามกลางซากปรักหักพังของอำนาจที่เอเลียสเพิ่งสละไป ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังจะถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูห้องโถงที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้งติดกันกลับทำลายมนต์สะกดนั้นลง ทหารรักษาการณ์ในชุดเครื่องแบบสีเทาดำกรูเข้ามาล้อมห้องโถงอย่างรวดเร็ว โดยมีนายทหารระดับสูงผู้หนึ่งเดินนำหน้าเข้ามาด้วยท่าทางอุกอาจ “ท่านชายเอเลียส วานเดอร์วอลล์!” นายทหารผู้นั้นประกาศก้อง “เราได้รับคำสั่งด่วนที่สุดให้ควบคุมตัวท่านในข้อหาทรยศต่อตระกูลและสมคบคิดกับกบฏ... และหญิงสาวผู้นี้ คือพยานปากสำคัญที่จะต้องถูกนำตัวไปสอบสวนด้วยความรุนแรงที่สุด!” เอเลียสยังคงนิ่งเฉย เขาขยับกายไปบังลินินไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบจากเงามืดที่มุมห้องกลับทำให้ทุกคนหยุดชะงัก “ท่านชายคะ... ท่านพลาดไปนิดเดียว... เอกสารที่เซบาสเตียนนำมาให้ท่านเซ็น... มันไม่ใช่เอกสารโอนทรัพย์สินหรอกค่ะ” ร่างหนึ่งเดินออกมาจากเงามืด—ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก 'เลดี้คามิลล่า' ที่ในตอนนี้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมที่สุดเท่าที่ลินินเคยเห็นมา จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นสะเทือนของหัวใจไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%