เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่กลั้วอยู่ในลำคอของเลดี้คามิลล่า ฟังดูคล้ายเสียงกรีดข่วนของกระจกบนพื้นกำมะหยี่ มันบาดลึกและน่ารำจอนใจในคราเดียวกัน เธอกวาดสายตามองเอกสารปึกหนาบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาลิินินผ่านแสงเทียนสีส้มสลัวที่เต้นระบำอยู่ในโคมแก้วเจียระไน
"เธอคิดจริง ๆ หรือว่ากระดาษแผ่นบาง ๆ เหล่านี้ จะทำลายความยิ่งใหญ่ของตระกูลวอนเดอร์เบิร์กได้ ลินิน?"
คามิลล่าเอ่ยขึ้น ทรวงอกภายใต้ชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นทองกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม ริมฝีปากสีชาดแย้มยิ้มในแบบที่ผู้ชนะมักใช้ย่ำยีผู้แพ้
ลิินินไม่ได้ตอบทันที หญิงสาวเลือกที่จะรินชาเอิร์ลเกรย์ร้อนกรุ่นลงในถ้วยพอร์ซเลนเนื้อบางเบา ควันสีขาวจางลอยกรุ่นขึ้นมาผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ทั่วห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอยกถ้วยขึ้นจิบช้า ๆ อย่างไว้ท่าที ก่อนจะวางลงกระทบจานรองด้วยเสียงกังวานใสที่ก้องกังวานในความเงียบ
"กระดาษเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ทำลายใครหรอกค่ะ เลดี้คามิลล่า..." ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสีนิลคู่นั้นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ แต่กลับซ่อนประกายคมกริบไว้ภายใน "มันเป็นเพียงสัจธรรม... ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมปูพื้นห้องโถงใหญ่มานานเกินไป จนฝุ่นหนาเตอะเหล่านี้เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาต่างหากล่ะคะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา เซบาสเตียนซึ่งยืนสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง ขยับกายเล็กน้อย แววตาของพ่อบ้านเฒ่าจับจ้องไปยังทางเข้าประตูที่มีเงาดำทอดผ่าน แม้จะไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา แต่ทุกคนในห้องต่างรับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ท่านชายเอเลียสปรากฏกายขึ้นจากความมืดของทางเดิน ท่วงท่าของเขาช่างสง่างามเยือกเย็นดั่งรูปสลักหินอ่อน แต่ดวงตาคมปลาบสีเทาเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองไปที่เอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของลินิน มือหนาวางลงบนพนักพิงไม้แกะสลักอย่างถือสิทธิ์ ท่าทีคุกคามโดยธรรมชาติทำให้คามิลล่าเผลอชะงักไปชั่วขณะ
"ดูเหมือนว่า... ฉันจะพลาดการสนทนาที่น่าสนใจสินะคะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
"เอเลียส..." คามิลล่าเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความเว้าวอนจอมปลอมทันที เธอลุกขึ้นยืนโน้มตัวเข้าหาชายหนุ่ม "ผู้หญิงคนนี้กำลังพยายามใส่ร้ายตระกูลของเรา เธอเอาเอกสารปลอมพวกนี้มากล่าวหาว่าพ่อของฉันทุจริตเงินกองทุนฟื้นฟูเหมืองแร่ คุณก็รู้ว่าตระกูลเรามีความสัมพันธ์อันดีมานานแค่ไหน..."
"ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นบนกองเงินที่ปล้นมาจากประชาชนน่ะหรือคะ?" ลินินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วพลิกให้เห็นตราประทับสีแดงฉาน "นี่คือลายเซ็นของท่านลอร์ดวอนเดอร์เบิร์ก... บิดาผู้สูงส่งของคุณ ที่เซ็นอนุมัติการยักย้ายถ่ายเทงบประมาณแผ่นดินไปยังบัญชีลับในหมู่เกาะเคย์แมน เมื่อสามเดือนก่อน... ก่อนที่เหมืองถ่านหินทางเหนือจะเกิดอุบัติเหตุถล่มทับคนงานนับร้อยชีวิต"
ห้องรับรองเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว คามิลล่าหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เธอพยายามอ้าปากเถียงแต่ลำคอตีบตันราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น
เอเลียสเหลือบมองเอกสารในมือหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับลินิน นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจ มีเพียงความมืดมนที่พ1ยามปกปิดไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้
"เธอแน่ใจแค่ไหนว่าเอกสารนี่ไม่ใช่ของปลอม?" เอเลียสเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงระวัง
"ถ้าท่านชายไม่เชื่อ... ลองถามเซบาสเตียนดูสิคะ" ลินินหันไปมองพ่อบ้านชรา "เพราะคนสนิทของคุณนี่แหละค่ะที่เป็นคนคัดลอกรหัสผ่านบัญชีนั้นมาจากห้องทำงานส่วนตัวของเลดี้คามิลล่าเมื่อคืนนี้เอง"
สิ้นคำพูดนั้น ทุกสายตาพุ่งตรงไปยังเซบาสเตียนทันที พ่อบ้านชรายังคงยืนนิ่ง ใบหน้ายับย่นตามวัยไม่มีแม้แต่รอยตื่นตระหนก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ ก่อนจะค่อย ๆ ควักซองจดหมายสีชาผนึกครั่งตราประทับประจำตระกูลยื่นออกมาวางไว้กลางโต๊ะ
"สิ่งที่เลดี้ลินินพูดคือความจริงขอรับ... ท่านชาย" เซบาสเตียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง "และยังมีหลักฐานอีกชิ้นที่ท่านอาจคาดไม่ถึง"
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายฉบับนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูบานคู่ไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกสี่นาย สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ
"ขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาลครับ ท่านชายเอเลียส..." นายตำรวจหนุ่มกล่าวคำนับอย่างเสียมารยาท "แต่เรามีหมายศาล... เพื่อเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลวอนเดอร์เบิร์ก เนื่องในคดีฉ้อโกงและสมรู้ร่วมคิดฟอกเงินระดับประเทศ"
คามิลล่ากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก เธอพุ่งตัวเข้าใส่กองเอกสารบนโต๊ะเพื่อจะทำลายมันทิ้ง แต่เซบาสเตียนรวดเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่คาดไม่ถึงจากชายชรา
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของเอเลียสก็หันขวับกลับมามองที่ลินิน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นถนัดตา ประกายตาวาวโรจน์ด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่สายเกินแก้
"เธอไม่ได้แค่ต้องการเปิดโปงความจริง... ลินิน" เอเลียสกระซิบเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังชิดกับพนักพิง "เธอจงใจใช้ตำรวจชุดนี้... เพื่อรวบ... อะ...!"
คำพูดของเขาขาดหายไปเมื่อจู่ๆ ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของคามิลล่าและเสียงฝีเท้าอลหม่าน ลินินกลับเอี้ยวตัวกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของภูตผี
"ยินดีต้อนรับสู่เกมแก้แค้นค่ะ... ท่านชาย เพราะคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ ไม่ใช่คุณอีกต่อไปแล้ว"
และก่อนที่ความมืดจะปกคลุมสติสัมปชัญญะของทุกคน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนขวางทางออกสุดท้ายของห้องไว้... พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่สลักลึกลงในความทรงจำ
*(จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะคะ)*
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 21
คำโกหกของชนชั้นสูง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!