พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 33

แผนการลับในห้องแต่งตัว

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ถ้าท่านจะกรุณาเลิกจ้องมองเข็มกลัดเพชรเม็ดนั้นราวกับจะแผดเผามันให้ละลายเสียตอนนี้ ลินิน... ดิฉันเกรงว่างานเต้นรำคืนนี้เราคงไม่มีเครื่องประดับชิ้นงามไว้เชิดหน้าชูตาหรอกค่ะ” เสียงของเซบาสเตียนราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบที่ทำให้ลินินต้องละสายตาจากเงาสะท้อนในกระจกเงาบานยักษ์ภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของท่านชายเอเลียส หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของกำยานราคาแพงผสมกับกลิ่นจางๆ ของไม้สนหอมในห้องนี้ทำให้ประสาทสัมผัสของเธอตึงเครียด เธอไม่ได้กำลังมองเข็มกลัดเพื่อความงาม แต่มองเพื่อหา ‘ช่องโหว่’ “คามิลล่าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเต้นรำ เซบาสเตียน” ลินินเอ่ยพลางหมุนตัวกลับมาสบตาพ่อบ้านวัยกลางคนผู้ซื่อสัตย์ “หล่อนมาเพื่อประกาศสงครามด้วยถุงมือผ้าไหม และท่านชายเอเลียสก็กำลังตกอยู่ในกับดักที่หล่อนค่อยๆ ทอขึ้นอย่างใจเย็น” เซบาสเตียนขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เป็นยิ้มที่ไม่มีร่องรอยของความขบขัน “ผู้หญิงอย่างเลดี้คามิลล่าไม่เคยเล่นเกมอย่างตรงไปตรงมาค่ะ ดิฉันได้ข่าวมาว่าหล่อนแอบพบกับทนายประจำตระกูลเมื่อวานนี้... ในสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิด” ลินินขมวดคิ้ว มือเรียวบางลูบไล้ไปบนเนื้อผ้าไหมซาตินของชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาล “ห้องนิรภัยใต้ดินที่คฤหาสน์หลังเก่าสินะคะ?” “อย่างที่คาดไว้ค่ะ ท่านหญิง” เซบาสเตียนโน้มตัวลงเล็กน้อย “คามิลล่ากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่ออ้างสิทธิ์ในที่ดินทางตอนเหนือ หากหล่อนทำสำเร็จ ท่านชายเอเลียสจะสูญเสียอำนาจการตัดสินใจในสภาสูง และเมื่อถึงเวลานั้น... พันธะหมั้นหมายที่หล่อนถือครองอยู่ก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุดเท่าที่ตระกูลนี้เคยเผชิญมา” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวชั่วขณะ ลินินหันไปมองหน้าต่างบานสูงที่ปิดสนิท เธอรู้ดีว่าในเงามืดหลังม่านนั่น อาจมีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่เสมอ หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ถาดเครื่องประดับขึ้นมา มันเป็นกริชที่เอเลียสมอบให้เธอในวันที่พวกเขาสาบานว่าจะร่วมกันทำลายความลับที่เน่าเฟะของตระกูลนี้ “ท่านชายอยู่ที่ไหนคะ?” เธอถามเสียงต่ำ “ในห้องทำงานชั้นใต้ดินค่ะ กำลังเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลดี้คามิลล่าจะสร้างขึ้นในคืนนี้... แต่ดิฉันเกรงว่าท่านชายยังไม่ทราบเรื่องทนาย” ลินินกำกริชในมือแน่น ความแค้นและภารกิจที่เธอแบกรับอยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องตำแหน่งท่านหญิง แต่มีไว้เพื่อรักษาสมดุลของชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวที่เธอแคร์—เอเลียส เธอรู้ว่าคามิลล่าร้ายกาจเพียงใด สตรีผู้นั้นสามารถฉีกกระชากหัวใจคนเป็นชิ้นๆ ได้ด้วยเพียงวาจาหวานหู “งั้นเรามาเปลี่ยนแผนกันเถอะค่ะ” ลินินหยิบตลับแป้งขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นรหัสลับที่บันทึกไว้ในแผ่นกระดาษบางจิ๋ว “หากหล่อนต้องการเล่นเกมการเมือง เราจะทำให้หล่อนต้องจบชีวิตในสังเวียนที่หล่อนสร้างขึ้นเอง” “แผนคืออะไรคะ?” เซบาสเตียนถามดวงตาเป็นประกาย “กระจายข่าวลือ... เรื่องจดหมายฉบับสุดท้ายของท่านเคานต์ พ่อของคามิลล่า” ลินินกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหนาวสั่น “ถ้าคามิลล่าอยากได้ที่ดินนัก ก็ให้หล่อนรีบไปคว้ามา แต่จงทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่หล่อนคว้าได้ จะเป็นคำพิพากษาประหารชีวิตชื่อเสียงของตระกูลหล่อนเอง” เซบาสเตียนพยักหน้าเข้าใจ “เป็นแผนที่แยบคายและอันตรายมากค่ะ แต่คามิลล่าไม่เคยระแวงเลยว่าคนอย่างท่านจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรมมาได้ถึงเพียงนี้” “ศีลธรรมไม่ได้มีไว้สำหรับคนอย่างหล่อน เซบาสเตียน” ขณะที่ลินินกำลังจะก้าวออกไปจากห้องแต่งตัว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่แผ่วเบาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ลินินหยุดกึก หัวใจเต้นรัวด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่พวกเขาใช้สื่อสารกันยามมีเหตุฉุกเฉิน ประตูถูกแง้มออก เอเลียสปรากฏกายในชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ใบหน้าของเขาดูซีดเผือดกว่าปกติ ดวงตาสีเทาเข้มดุจท้องฟ้าก่อนพายุเข้าจ้องมองมาที่ลินินด้วยความสับสน “ลินิน... ผมว่าคุณต้องมาดูนี่” เอเลียสเอ่ย เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย “คามิลล่าไม่ได้แค่ไปพบทนาย... หล่อนมาที่นี่แล้ว” “หมายความว่ายังไงคะ?” ลินินขมวดคิ้วแน่น “หล่อนอยู่ที่โถงกลาง และ... หล่อนไม่ได้มาคนเดียว” เอเลียสขยับเปิดประตูให้กว้างขึ้น “หล่อนมาพร้อมกับคำสั่งศาล และหัวหน้าผู้คุมกฎแห่งสภาสูง” ลินินตัวแข็งทื่อ คำสั่งศาลในคืนงานเต้นรำนี้หมายถึงการกักบริเวณหรือการจับกุมตัวท่านชายโดยตรง การเดินหมากของคามิลล่ารวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายเท่าตัว ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟในโถงทางเดินด้านนอกก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ห้องแต่งตัวตกอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา กระแสลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางช่องระบายอากาศพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีดำ—กลิ่นประจำตัวของเลดี้คามิลล่า เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องเข้ามาใกล้ห้องแต่งตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ลินินมองสบตากับเอเลียสในความมืด พวกเขารู้ดีว่าหากเปิดประตูออกไปเผชิญหน้าในตอนนี้ ชีวิตของทั้งคู่ที่พยายามสร้างมาตลอดหลายเดือนจะจบสิ้นลงทันที ทว่า ก่อนที่ลินินจะได้ตัดสินใจทำสิ่งใด เสียงกระซิบที่คุ้นหูก็ดังขึ้นข้างใบหูของเธอจากในเงามืดมุมห้อง “ไม่ต้องห่วงนะคะที่รัก... คืนนี้ไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้หรอก ถ้าฉันไม่ได้รับสิ่งที่ฉันต้องการ” นั่นไม่ใช่เสียงของคามิลล่า แต่มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน—หญิงสาวที่ลินินเคยเรียกขานว่า ‘น้องสาว’ ผู้ล่วงลับไปแล้วในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ไม่มีใครกล้ากล่าวถึง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งความลับนี้ไปกับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%