"ถ้าท่านคิดว่าตราประทับนี้จะสยบความพินาศของตระกูลวาลัวร์ได้ ท่านก็ประเมินค่าของศักดิ์ศรีต่ำเกินไปแล้วค่ะ ท่านชาย"
ลินินวางจดหมายตราครั่งสีเลือดลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนัก ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทานิดๆ แต่แววตายังคงแน่วแน่ราวกับศิลาที่ไม่มีวันสั่นคลอน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาหม่นของเอเลียส ชายผู้ยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานประหนึ่งรูปปั้นเทพบุตรที่ถูกสาปแช่ง ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของเขากดดันจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ มีเพียงเสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่ดังก้องราวกับเสียงหัวใจของคฤหาสน์ที่กำลังเต้นเร่าด้วยความระทึก
เอเลียสไม่ตอบโต้ทันที เขาขยับกายช้าๆ หยิบแก้วคริสตัลที่มีของเหลวสีอำพันวางลงข้างเอกสารฉบับนั้น กลิ่นวิสกี้ราคาแพงลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าแก่ เขาไม่ได้มองเอกสาร แต่มองลึกเข้าไปในดวงตาของลินิน ราวกับกำลังพยายามจะถอดรหัสความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังนั้น
"ศักดิ์ศรีหรือครับ... หรือจะเป็นความกลัวที่ท่านพยายามปิดซ่อนไว้กันแน่ ลินิน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มลึกราวกับเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของมหาสมุทร "เลดี้คามิลล่าไม่ได้แค่ต้องการตำแหน่งคู่หมั้น เธอกำลังจะฉีกทึ้งประวัติศาสตร์ของตระกูลเราเป็นชิ้นๆ และท่านเองก็รู้ดีว่า หากเราไม่จับมือกันในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้า... โลกที่ท่านรู้จักจะไม่มีวันเหลือให้ท่านได้เหยียบย่างอีก"
ลินินแค่นยิ้มที่มุมปาก มันเป็นยิ้มที่ไม่ได้แตะถึงดวงตา "ท่านหมายถึงการแต่งงานปลอมๆ ที่จะเปลี่ยนห้องนอนของเราให้กลายเป็นสนามรบงั้นหรือคะ? อย่ามาดูถูกสติปัญญาของดิฉันด้วยข้อเสนอตื้นๆ แบบนั้นเลย ท่านชาย"
เซบาสเตียน พ่อบ้านผู้ยืนนิ่งดุจรูปปั้นอยู่มุมห้อง ขยับกายเล็กน้อย แสงไฟจากโคมระย้ากระทบเข้ากับแหวนตราประจำตระกูลที่นิ้วของเขา เขาขยับแว่นสายตาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่แฝงด้วยน้ำหนักที่ปฏิเสธไม่ได้ "ขออภัยที่ต้องแทรกบทสนทนาที่แสนเร่าร้อนนี้ครับ... แต่ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะเริ่มเดินขึ้นบันไดใหญ่มาแล้ว และดูท่าทางว่าเธอจะไม่ต้องการการต้อนรับที่อ่อนหวานเสียด้วย"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการชิงไหวชิงพริบ เอเลียสคว้าข้อมือของลินินอย่างถือวิสาสะ แรงบีบนั้นแน่นหนาแต่กลับแฝงด้วยความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ "ถ้าจะรอดไปจากเกมนี้ เราต้องก้าวเข้าสู่สนามที่อันตรายกว่าเดิม เลิกซ่อนตัวในเงามืดเสียที ลินิน! ออกไปเผชิญหน้ากับนางในฐานะผู้ถือไพ่เหนือกว่า ไม่ใช่เหยื่อ"
ลินินไม่ถอยหนี เธอกลับโน้มตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา "ดิฉันไม่ได้เป็นเหยื่อ และไม่เคยเป็น ท่านชายเอเลียส แต่ถ้าท่านต้องการให้ดิฉันเล่นบทบาทนี้ ดิฉันก็มีเงื่อนไข"
"ว่ามา" เขาท้าทาย
"ความจริงเกี่ยวกับคืนที่ท่านแม่ของดิฉันจากไป... ข้อมูลทุกอย่างที่ท่านเก็บไว้ในเซฟชั้นใต้ดิน"
เอเลียสชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาไหววูบคล้ายกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด บานประตูไม้แกะสลักอันหรูหราก็ถูกผลักออกอย่างแรง
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าควรจะมาเพ่นพ่านนะ ลินิน"
เสียงเย็นเยียบของเลดี้คามิลล่าดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้มาในชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามวิกาล เธอเยื้องกรายเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยอำนาจ ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างของลินินที่อยู่ใกล้กับเอเลียสเกินความจำเป็น ความโกรธแค้นในแววตาของคามิลล่ารุนแรงราวกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง
"ดูเหมือนการคุยเรื่อง 'มรดก' ของตระกูลวาลัวร์จะดำเนินไปได้สวยเลยนะ" คามิลล่าเอ่ยต่อพลางยิ้มเหยียด "น่าเสียดายที่กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ให้คนนอกอย่างเธอ มีสิทธิ์ตัดสินใจในชะตาของตระกูลที่กำลังจะล่มสลาย"
ลินินผละออกจากเอเลียสอย่างช้าๆ เธอจัดกระโปรงตัวเก่งให้เข้าที่ สายตาที่จ้องกลับไปหาคามิลล่านั้นเย็นชาและเฉียบขาด "ถ้าตระกูลนี้จะล่มสลายจริงๆ ดิฉันก็อยากจะเห็นมันพังทลายลงด้วยมือของดิฉันเอง มากกว่าจะเห็นมันถูกสูบเลือดสูบเนื้อโดยสตรีที่หลงละเมอในอำนาจอย่างท่าน"
คามิลล่าเดินตรงเข้ามาใกล้จนห่างเพียงคืบ เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของลินิน "งั้นก็คอยดูให้ดี ว่าในคืนที่จันทร์ไม่ปรากฏแสง... ใครกันแน่ที่จะต้องกลายเป็นศพแรกบนแท่นสังเวยแห่งนี้"
คามิลล่าผละออกและส่งยิ้มหวานหยดไปให้เอเลียส ก่อนจะโยนซองจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ กัน "เอกสารการโอนสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายถูกลงนามแล้ว เอเลียส พรุ่งนี้เช้า... ทรัพย์สินทุกอย่างของตระกูลนี้จะเป็นของฉัน ส่วนเธอ... ลินิน เก็บกระเป๋าเตรียมตัวออกจากคฤหาสน์นี้ไปได้เลย เพราะเมื่อแสงอาทิตย์ขึ้น... ตำแหน่งคู่หมั้นของเขา จะไม่มีวันเป็นของเธออีกต่อไป"
เอเลียสนิ่งเงียบ ดวงตาของเขากลับมาเรียบเฉยอย่างน่าประหลาด ลินินมองจดหมายฉบับนั้นแล้วหัวใจก็เต้นแรง แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว เธอหันไปมองเซบาสเตียนที่ยืนหลบมุมอยู่ และได้รับสัญญาณพยักหน้าเล็กๆ กลับมา
ลินินตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะ หยิบปากกาหมึกซึมเล่มงามขึ้นมา แล้วเขียนบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายก่อนจะยื่นให้คามิลล่าด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา "ท่านมั่นใจไปหน่อยนะคะเลดี้คามิลล่า ว่าเอกสารที่ท่านถืออยู่นั้น... ยังเป็นของจริงอยู่หรือเปล่า"
คามิลล่าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอฉีกซองจดหมายนั้นออกทันที แต่ทันทีที่สายตาของเธอจับจ้องไปที่เนื้อความด้านใน ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด แผ่นกระดาษที่เธอถืออยู่ไม่ใช่เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ แต่มันคือรายงานการฟอกเงินและหลักฐานการทรยศต่อตระกูลที่เชื่อมโยงถึงตัวเธอโดยตรง
"แก... แกทำอะไรลงไป!" คามิลล่ากรีดร้องเสียงหลง ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธ
ลินินขยับตัวเข้าใกล้เอเลียสที่ยืนนิ่งดูเหตุการณ์ราวกับผู้ชนะในเกมหมากรุก "นี่คือรุ่งอรุณใหม่ของเกมอำนาจที่ท่านต้องการไม่ใช่หรือคะ ท่านชาย? คืนนี้... จะไม่มีใครได้นอนหลับสบายอีกต่อไปแล้ว"
ทว่าในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังลั่นมาจากนอกหน้าต่าง กระจกบานใหญ่ในห้องทำงานแตกกระจายละเอียด เอเลียสพุ่งเข้าคว้าตัวลินินหลบลงใต้โต๊ะไม้โอ๊คทันท่วงที ในขณะที่เลือดสีแดงสดหยดลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงจากร่างของเซบาสเตียนที่ล้มลงหลังถูกคมกระสุนปริศนา
"ใครอยู่ข้างนอกนั่น!" เอเลียสคำรามพลางคว้าปืนพกจากลิ้นชัก แต่เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เขากลับพบเพียงเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่บนระเบียงฝั่งตรงข้าม... เงาร่างที่เขารู้จักดีที่สุด
นั่นคือร่างของชายที่ควรจะเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน... พ่อของเขาเอง
จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 23
รุ่งอรุณแห่งความเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!