พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 24

พายุที่โหมกระหน่ำ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“วางเอกสารนั่นลงเดี๋ยวนี้... ลินิน” สุ้มเสียงของท่านชายเอเลียสไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่บนกระจกหน้าต่างในคืนพายุคลั่ง ลินินชะงักมือที่กำลังสั่นเทา เธอถือกระดาษแผ่นเก่าที่ซ่อนอยู่ในช่องลับหลังกรอบรูปในห้องทำงานของเขาไว้แน่น กลิ่นอายของหมึกจางๆ และคราบความชื้นบนกระดาษแผ่นนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำลายความสงบสุขที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสร้างมันขึ้นมา “ถ้าดิฉันวาง... ความจริงที่ฝังรากลึกอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้จะหายไปไหมคะ หรือมันจะยังคงกัดกินจิตวิญญาณของคุณต่อไปเรื่อยๆ เหมือนที่เป็นอยู่” ลินินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยของเธอคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ความภูมิฐานที่เคยมีมาตลอดมลายหายไป เหลือเพียงหญิงสาวที่แตกสลาย เอเลียสก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ดังก้องกัมปนาท แสงฟ้าแลบวาบวับสะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูดุดันราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่กำลังพิพากษาบาป “ความจริงไม่ใช่ของเล่นสำหรับคนอ่อนแอ และเธอ... ไม่ควรจะขุดมันขึ้นมาตั้งแต่แรก” เขากระชากกระดาษแผ่นนั้นออกจากมือของเธอด้วยแรงที่เหนือกว่า ลินินเซถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงเอกสารที่ถูกยับยู่ยี่ในมือของเขามันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ ราวกับความสัมพันธ์ที่พวกเขาสร้างมาตลอดหลายเดือนกำลังถูกขยำทิ้งไปเช่นกัน “มันคือเรื่องของแม่ดิฉัน... ใช่ไหมคะ?” ลินินถามเสียงแผ่ว แต่แฝงด้วยความเด็ดขาด “เหตุการณ์ที่ท่าเรือเมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของท่านชาย... ท่านเป็นคนสั่งให้มีการเก็บกวาด ไม่ใช่ความผิดพลาดของอุบัติเหตุอย่างที่ใครๆ พูดกัน” เอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง เงาของใบหน้าเขาถูกความมืดกลืนกินไปครึ่งหนึ่ง “เธอรู้มากเกินไปแล้ว ลินิน... รู้มากเกินกว่าที่จะอยู่ในฐานะคู่ควงของฉันได้อีกต่อไป” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เซบาสเตียนยืนนิ่งอยู่ที่นั่น ดวงตาของพ่อบ้านเฒ่าไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงความเย็นชาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี “ท่านชายครับ... เลดี้คามิลล่ามาถึงที่นี่แล้ว และดูเหมือนเธอจะไม่ได้มาคนเดียว” ลินินขยับตัวจะเดินผ่านเอเลียสไป แต่ชายหนุ่มกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “อย่าได้ออกไป... ถ้าเธอไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ต้องจบลงในคุกใต้ดินของตระกูลเรา” “ท่านชายกำลังปกป้องดิฉัน... หรือกำลังปกป้องความลับของตัวเองกันแน่คะ?” ลินินถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก “ดิฉันไม่ได้เป็นเด็กสาวซื่อๆ ที่เดินเข้ามาในคฤหาสน์นี้โดยไม่มีอาวุธหรอกนะคะ” เธอใช้จังหวะที่เอเลียสกำลังตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไป บิดข้อมือออกและก้าวถอยห่างไปทางประตูลับด้านหลัง ในขณะที่เสียงเคาะประตูจากภายนอกเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมสูงและเปี่ยมด้วยพิษสงของเลดี้คามิลล่า “เอเลียส! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของคามิลล่าตะโกนก้องผ่านบานประตูไม้โอ๊กหนา “ฉันมีหลักฐานสำคัญเรื่องผู้หญิงชั้นต่ำที่เธอแอบซ่อนไว้... และฉันก็มีหมายจับจากสำนักสอบสวนคดีพิเศษด้วย!” เอเลียสมองไปยังลินินที่ตอนนี้ยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวอีกต่อไป ตรงกันข้าม... เธอกำลังหยิบสร้อยคอจี้รูปกุญแจดอกเล็กขึ้นมาถือไว้ มันคือสิ่งที่เธอขโมยมาได้จากกล่องเก็บของส่วนตัวของพ่อเขาในวันแรกที่มาถึงที่นี่ ลินินยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจของเอเลียสกระตุก “ถ้าคามิลล่าพังประตูเข้ามา... สิ่งที่จะพังทลายไม่ได้มีแค่ชีวิตของดิฉันนะคะท่านชาย แต่มันคือตำนานตระกูลเก่าแก่ที่ท่านบูชาเหนือชีวิต... เพราะความลับของท่านทั้งหมด อยู่ในกุญแจดอกนี้ที่ดิฉันกำลังจะหย่อนลงในเตาผิงเดี๋ยวนี้ค่ะ” เธอขยับตัวเข้าใกล้เปลวไฟที่กำลังลุกโชนในเตาผิง เอเลียสพุ่งตัวเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ทว่าในวินาทีที่มือของเขากำลังจะแตะถึงตัวเธอนั้น ประตูห้องทำงานกลับพังทลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของคามิลล่าและกองกำลังติดอาวุธ ทว่าสิ่งที่หยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนไว้ไม่ใช่เสียงปืน หรือเสียงตะคอกของคามิลล่า... แต่เป็นเสียงกระซิบเบาๆ จากเซบาสเตียนที่ยืนอยู่ข้างหลังทุกคน “ท่านชาย... เอกสารที่อยู่ในมือท่านเมื่อครู่ ไม่ใช่หลักฐานเรื่องอดีตของตระกูลครับ... แต่มันคือใบมรณบัตรของลินินที่ถูกปลอมแปลงขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน และคนที่ลงนามรับรอง... คือท่านเองครับ” เอเลียสชะงักกึก มองกระดาษในมือสลับกับใบหน้าที่นิ่งเฉยของลินินที่ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมา ลินินไม่ได้จะเผากุญแจ แต่เธอกำลังก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืดมิดของประตูลับที่เธอกดเปิดทิ้งไว้ พร้อมกับทิ้งคำพูดสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปในเงามืด “ความจริงที่น่ากลัวที่สุด... ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นทำกับเราหรอกค่ะ ท่านชาย... แต่คือเรื่องที่เราเองนั่นแหละที่เป็นคนทำลายชีวิตตัวเอง โดยที่เราจำไม่ได้เลยว่าทำไปทำไม” จูบแรกยามสายัณห์ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%