พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน•ตอนที่ 7

ความลับที่ซ่อนในกรอบรูป

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"ฉันไม่คิดว่าท่านจะเก็บของที่ระลึกที่ดูเหมือน... กองขยะไว้ในห้องทำงานส่วนตัวนะคะ ท่านชายเอเลียส" เสียงของลินินเรียบสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบ เธอไม่ได้หันไปมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงกรอบประตูห้องสมุดไม้โอ๊กโบราณ ทว่าสายตาของเธอจดจ้องอยู่ที่เศษกระดาษสีซีดจางที่ร่วงหล่นออกมาจากหลังกรอบรูปภาพวาดสีน้ำมันของสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่ถูกแขวนไว้อย่างโดดเดี่ยวในมุมมืดของห้อง เอเลียสขยับกาย กลิ่นอายของยาสูบจางๆ และน้ำหอมกลิ่นไม้หอมประจำตัวของเขาอบอวลขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้ามาใกล้ "ของบางอย่างก็ไม่ได้มีไว้เพื่อชื่นชมความงาม แต่มันมีไว้เพื่อเตือนใจถึงราคาที่ต้องจ่าย ลินิน... วางมันลงเสีย" "ราคาที่ต้องจ่าย?" ลินินหมุนตัวกลับมา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพินิจใบหน้าของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "รูปของสตรีท่านนี้... ท่านบอกฉันว่าท่านกำพร้าแม่ตั้งแต่จำความได้ แต่ทำไมในห้องลับที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือนี้ ถึงมีภาพเหมือนของท่านมารดาที่ถูกกรีดทำลายด้วยของมีคมที่ดวงตาเช่นนี้คะ?" เอเลียสชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบแน่นจนนูนเด่นชัด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหู "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยที่น่ารักในบางเวลา แต่ในตระกูลคาร์ลอส มันคือบัตรผ่านสู่ความตาย" ลินินไม่ถอยหนี เธอหยิบเศษกระดาษชิ้นนั้นขึ้นมา มันไม่ใช่แค่เศษกระดาษ แต่มันคือจดหมายที่เขียนด้วยลายมือสั่นเทา มีใจความเพียงสั้นๆ ว่า *'ความจริงใต้เถ้าถ่านจะรอคอยวันที่ถูกเปิดเผย... หากเอเลียสไม่ทำ ลูกต้องเป็นคนจบมัน'* "ใครคือคนเขียนคะ?" ลินินถามเสียงแผ่ว ลึกๆ ในใจของเธอสั่นสะท้าน เธอสัมผัสได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ในแววตาของชายตรงหน้า ความกลัวที่ถูกฉาบไว้ด้วยอำนาจที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง "เลิกพยายามค้นหาอดีตที่ตายไปแล้วเถอะ" เอเลียสคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงทว่าหนักแน่นดั่งพันธนาการ "คามิลล่ากำลังจับตาดูเธออยู่ เธอไม่ใช่คนโง่ และเธอก็โหดเหี้ยมกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ ถ้าเธอขุดคุ้ยเรื่องมารดาของฉัน... เธอก็เท่ากับจุดไฟเผาบ้านหลังนี้ทิ้งเสียเอง" "ท่านกลัวหรือคะ?" ลินินสบตาเขาตรงๆ ความเย่อหยิ่งในตัวตนของเธอเปล่งประกายออกมา "ท่านกลัวความลับของมารดาท่านเสียจนต้องกักขังภาพของท่านไว้ในมุมมืด หรือจริงๆ แล้วท่านกลัวว่าหากความจริงปรากฏ ท่านจะไม่เหลือที่ยืนในฐานะทายาทตระกูลคาร์ลอสอีกต่อไป?" เอเลียสปล่อยมือเธอราวกับถูกของร้อน เขาหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างนั้นดูอ้างว้างและโดดเดี่ยวในสายตาของลินิน "แม่ของฉันไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุ และท่านก็ไม่ได้เป็นสตรีผู้สูงศักดิ์อย่างที่หน้าประวัติศาสตร์จดบันทึกไว้ ท่านคือจุดเริ่มต้นของคำสาปที่ครอบงำบ้านหลังนี้... และฉันกำลังพยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้มันกัดกินเธอไปด้วย" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงนาฬิกาลูกตุ้มโบราณในห้องโถงใหญ่ดังสะท้อนผ่านผนังเข้ามาเป็นจังหวะ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นช้าลงเรื่อยๆ ลินินมองภาพวาดนั้นอีกครั้ง แสงเทียนที่เต้นระริกทำให้รอยกรีดที่ดวงตาของสตรีในภาพดูเหมือนน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาเป็นสายเลือด "เซบาสเตียนบอกฉันว่าท่านไม่ได้เป็นคนดูแลห้องนี้เพียงลำพัง" ลินินทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีคนทำความสะอาดรอยคราบเลือดที่มุมห้องก่อนฉันจะเข้ามาเพียงไม่กี่นาที... ท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงลำพังใช่ไหมคะ?" เอเลียสแข็งค้างไปทันที สายตาของเขาตวัดไปที่ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ก่อนจะหันมามองลินินด้วยความตระหนกที่ไม่อาจซ่อนได้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ แผ่วเบาแต่จงใจให้ได้ยินก็ดังขึ้นจากด้านหลังของลินิน กลิ่นหอมฟุ้งของดอกลิลลี่ที่ฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียนลอยมากระทบจมูก ก่อนที่เสียงเย็นเยียบของผู้หญิงคนหนึ่งจะดังขึ้นข้างหลังเธอ "ช่างเป็นคำถามที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ คุณลินิน" ลินินตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันกลับไปมอง พบเลดี้คามิลล่าในชุดสีดำสนิท ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ในมือของเธอถือถุงมือหนังที่เปื้อนคราบสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิท "หวังว่าความลับที่คุณเพิ่งค้นพบ จะไม่ทำให้คุณรีบด่วนจากโลกนี้ไปเสียก่อนนะคะ... เพราะงานแต่งงานของเรา ยังต้องรอคุณเป็นพยานอยู่" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับปริศนาบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะลับใต้เงาจันทร์ค้างคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%