“วางปืนลงซะ ริน… นี่ไม่ใช่เรื่องตลก”
ธามเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัว ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาไม่ได้หันไปมองคนข้างหลัง แต่เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของปากกระบอกโลหะที่กดแนบขมับ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอไปเสียแล้ว
“ตลกเหรอครับธาม?” เสียงของรินรดาแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความอบอุ่นร่าเริงที่เคยเป็นดั่งแสงตะวัน กลายเป็นน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชาดุจน้ำแข็งที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก “คุณคิดว่าชีวิตคนเรามันเป็นเรื่องเล่นๆ ตั้งแต่ตอนไหน”
ธามหลับตาลงช้าๆ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวดุจกลองศึก ความเจ็บปวดจากการทรยศไม่ได้อยู่ที่บาดแผล แต่กลับอยู่ที่ความไว้วางใจที่เขาเคยมอบให้เธออย่างไม่มีเงื่อนไขตลอดสิบปีที่ผ่านมา
“ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่น… โดยเฉพาะเรื่องที่คุณทำอยู่ตอนนี้” ธามเอ่ยเบาๆ ขณะที่มือของเขาค่อยๆ เลื่อนไปที่ขอบโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า “ความสัมพันธ์ของเรา… ความทรงจำทั้งหมดที่คุณพยายามสร้างมันขึ้นมา มันเป็นเพียงแผนการหนึ่งที่ถูกวางไว้เพื่อปิดปากผมใช่ไหม?”
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่านั่นไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข แต่มันคือเสียงของความสมเพช “ความทรงจำเหรอครับ? สิ่งที่งดงามที่สุด มักจะซ่อนพิษร้ายแรงที่สุดเอาไว้เสมอ คุณฉลาดพอที่จะถอดรหัสลับของจารึกชุดนั้นได้ แต่คุณกลับโง่เขลาเหลือเกินที่คิดว่าจะมีใครสักคนยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินภายนอก ประตูห้องทำงานถูกพังเข้ามาโดยชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้า แววตาของพวกเขาวาวโรจน์ด้วยความประสงค์ร้าย
“จบกันแค่นี้เถอะธาม” รินรดากระซิบข้างหูเขา “เมื่อคุณตาย ความลับเรื่องจารึกนั่นจะถูกฝังไปพร้อมกับคุณ และโลกจะหมุนต่อไปโดยที่ไม่มีใครต้องตั้งคำถามกับความจริงที่เน่าเฟะพวกนั้นอีก”
ธามตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้น เขาไม่รอให้คมกระสุนตัดสินชีวิต เขาอาศัยจังหวะที่รินรดาเผลอไผลไปชั่วขณะ เอี้ยวตัวหลบคมกระบอกปืนแล้วกระแทกศอกใส่ชายร่างยักษ์คนแรกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้น เสียงปะทะกันดังกึกก้อง ห้องทำงานที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของตำราและกระดาษ กลายเป็นสมรภูมิเลือดในทันที
“วิ่งไปที่ห้องใต้ดิน!” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล
ธามไม่หันไปมองว่านั่นคือเสียงของใคร เขาเพียงแต่คว้าเก้าอี้ไม้ตัวหนักเหวี่ยงเข้าใส่ร่างชายชุดดำที่ขวางทางอยู่ แรงปะทะทำให้พวกมันถอยร่นไปชั่วครู่ ธามพุ่งตัวออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วสูงสุด หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยอะดรีนาลีน แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงคำถามเดียวที่วนเวียนไม่หยุด—ทำไมต้องเป็นรินรดา?
เขาหลบเข้าไปในมุมมืดของห้องเก็บเอกสารชั้นล่าง เสียงฝีเท้าของศัตรูยังคงไล่ล่ามาไม่ห่าง ความเจ็บปวดเริ่มกัดกินร่างกายจากการที่เขาถูกกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะเมื่อครู่ แต่เขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป บาดแผลทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลในใจที่ถูกรินรดาฝากไว้
ทันใดนั้น ประตูห้องลับด้านหลังก็เปิดออกเบาๆ พร้อมกับมือคู่หนึ่งที่คว้าต้นแขนเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นทั้งเด็ดขาดและแฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนก ธามเตรียมจะโจมตีตอบโต้ ทว่าเมื่อแสงไฟสลัวจากห้องใต้ดินกระทบใบหน้าของผู้ที่อยู่ตรงหน้า เขากลับต้องหยุดชะงัก
ไม่ใช่ศัตรู… แต่เป็น ‘อลิสา’ น้องสาวของรินรดาที่เขาคิดว่าเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน
เธอยกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นเชิงสั่งให้เงียบ สายตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาธามต้องเย็นวาบไปทั้งหัวใจ
“ไม่ต้องถามว่าฉันเป็นใคร แต่ฟังให้ดีธาม… คนที่คุณเห็นเมื่อกี้ไม่ใช่พี่สาวฉัน และถ้าคุณไม่อยากตายในอีกสามนาทีข้างหน้า คุณต้องเลิกตามหาความจริง เพราะตอนนี้รินรดาตัวจริงไม่ได้อยู่ที่นี่มานานแล้ว… คนที่สั่งฆ่าคุณ คือพ่อของคุณเอง”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งความลวงไปพร้อมกับผมครับ
นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 38
พายุที่โหมกระหน่ำ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!