“พ่อของฉัน... ไม่ได้ตายไปพร้อมกับความลับพวกนั้นใช่ไหม?”
เสียงของธามแหบพร่า สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้าง แสงไฟสปอร์ตไลท์จากเวทีแถลงข่าวส่องกระทบใบหน้าของเขาจนเกิดเงาตกกระทบที่ดวงตา ราวกับตัวเขาเองกำลังกลายเป็น ‘เงา’ ในรอยจารึกที่เขากำลังตามล่า
คำเตือนของหญิงสาวปริศนาเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือมีดที่กรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต
“คุณธามครับ นักข่าวรออยู่ข้างนอกแล้ว” เสียงของทีมงานคนหนึ่งตะโกนเข้ามา ทำให้ธามต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว เขาจัดเนคไทให้เข้าที่ สายตาที่เย็นชาของเขาเหลือบมองกระจกเงา เห็นเพียงชายหนุ่มที่ดูสุขุม แต่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้นคือเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
เขาเดินออกไปสู่เวที แสงแฟลชวูบวาบดั่งสายฟ้าที่ไร้เสียงกระหน่ำใส่ร่างของเขา ธามก้าวขึ้นยืนบนโพเดียม ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบจากบรรดาสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวการเปิดตัวผลงานใหม่ของเขา แต่ทว่า... วาระสำคัญของวันนี้ไม่ใช่เรื่องนิยาย
“วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อพูดถึงหนังสือเล่มใหม่” ธามกล่าว น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทรงพลัง จนทั้งหอประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน “ผมมาที่นี่เพื่อแถลงถึงเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังรอยจารึกที่สูญหายของตระกูลผม”
รินรดาที่ยืนมองอยู่หลังฉากผ้าม่าน กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ธามในตอนนี้ไม่ใช่ธามคนที่เธอรู้จัก เขาดูเหมือนคนที่ตัดสินใจจะทำลายทุกอย่าง รวมถึงทำลายตัวเองไปด้วย
“มีการค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่” ธามกล่าวต่อ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด—ชายที่เขาเรียกว่า ‘พ่อ’ มาตลอดชีวิต—นัยน์ตาคู่นั้นของบิดาไม่ได้มีความรักมอบให้ มีเพียงความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัว “หลักฐานที่ระบุว่า โศกนาฏกรรมเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจัดฉากเพื่อปกปิดความชั่วร้ายของคนบางคน ที่นั่งอยู่ในห้องนี้!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเหมือนผึ้งแตกรัง รินรดาแทบหยุดหายใจ เธอเห็นพ่อของธามยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ธามหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาวางบนโพเดียม มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะเปิดหน้ากระดาษ “ผมไม่ได้เป็นคนเขียนพินัยกรรมฉบับนั้น แต่คนที่เป็นคนร่างมันขึ้นมา คือผู้ชายที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการตายของแม่ผม!”
ทันใดนั้น ไฟในหอประชุมทั้งหมดก็ดับลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังสลับกับเสียงเก้าอี้ที่ถูกล้มลง รินรดารีบวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังเวที “ธาม! ลงมาเดี๋ยวนี้!”
“อย่าเข้ามา ริน!” เสียงธามตวาดลั่นในความมืด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปืนหนึ่งนัดที่ดังกึกก้องกัมปนาททะลุความเงียบ
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มทำงาน สาดส่องให้เห็นภาพที่ทำให้รินรดาแทบสิ้นสติ ธามยืนอยู่กลางเวที มือของเขาถือปืนที่ยังควันจางๆ แต่คนที่ล้มลงอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่พ่อของเขา... หากแต่เป็นชายในชุดสูทสีดำอีกคนที่เพิ่งพุ่งตัวมาจากด้านข้างเวทีด้วยท่าทีที่จ้องจะสังหาร
ธามหันกลับมามองรินรดา ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความเศร้า แต่มีความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น
“ริน... คุณพูดถูก” ธามพูดเสียงแผ่วขณะที่มือของเขาสั่นเทา “เขาไม่ได้อยู่ที่นี่... คนที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ เขาไม่ได้มาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเขารู้ว่าถ้าเขามา เขาจะถูกจับได้โดยลูกชายที่เขาพยายามจะฆ่ามาตลอด”
เสียงฝีเท้าจำนวนมากเริ่มกรูกันเข้ามาในหอประชุม ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบขององค์กรที่ไม่มีใครรู้จัก ธามโยนปืนทิ้งแล้วหันมาคว้าข้อมือของรินรดา
“เราต้องไป เดี๋ยวนี้”
“แต่ธาม คุณทำอะไรลงไป! นั่นมันการฆ่าคน!” รินรดาตะโกนด้วยความสับสน
“นั่นไม่ใช่คนครับริน นั่นคือหุ่นยนต์ที่มีเนื้อหนังหุ้ม... เหมือนกับสิ่งที่พวกเขาพยายามจะเปลี่ยนผมให้เป็นตั้งแต่วันที่ผมเริ่มสืบเรื่องนี้”
ธามลากเธอไปที่ทางออกฉุกเฉิน แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ทั้งสองต้องหยุดชะงัก ร่างของชายวัยกลางคนที่ธามเรียกว่าพ่อ ยืนรออยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายแข็งตัว เขามีใบหน้าที่ดูหนุ่มกว่าที่ธามจำได้ในความทรงจำนับสิบปี
“พ่อบอกแล้วใช่ไหมธาม... ว่าอย่าเล่นสนุกกับความลับ” ชายผู้นั้นกล่าวพลางยื่นมือออกมา “ส่ง ‘รหัสจารึก’ ในหัวเธอมาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป... หรือจะให้ฉันทำให้เธอกลายเป็น ‘ร่าง’ ใหม่ ที่มีหน้าที่เพียงแค่ยืนนิ่งๆ ในหอประชุมแห่งนี้ตลอดไป?”
รินรดามองไปที่ธาม เห็นหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขา แต่มันไม่ใช่ความเศร้า... มันคือการยอมรับความจริงที่เลวร้ายที่สุด
ธามหันมาสบตารินรดา ก่อนจะกระซิบเบาๆ “ถ้าผมทำอะไรลงไปหลังจากนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... อย่าหันกลับมามองนะครับ”
เขาก้าวเข้าไปหาพ่อของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็น ก่อนที่ธามจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระซิบคำเดียวที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว... “ผมไม่ใช่ธามที่คุณสร้างขึ้นมาหรอกครับ... แต่ผมคือไวรัสที่จะล้างบางระบบของคุณทิ้งทั้งหมด”
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นของธามและรินรดานะครับ
นาโนบอทมาสเตอร์ครับ
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 39
การเผชิญหน้าที่หอประชุม
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!