"ถ้านี่คือทางเลือกเดียวที่จะรักษาสมดุลของเรื่องทั้งหมดเอาไว้ ผมก็พร้อมจะจ่ายมันด้วยชีวิต... แต่อย่าขอให้ผมทิ้งคุณไปเลย ริน"
เสียงของธามแหบพร่าราวกับเศษแก้วที่บาดลึกอยู่ในลำคอ เขาไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา หากแต่จ้องมองไปยังกองเอกสารและร่องรอยของการขีดฆ่าบนกระดาษที่กระจายเกลื่อนพื้นห้องทำงานมืดสลัว แสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบเพียงเสี้ยวใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของความเหนื่อยล้าและพันธนาการแห่งอดีต
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอไม่ได้เดินเข้าไปกอดปลอบประโลมตามสัญชาตญาณอย่างที่เคยทำ แต่เธอยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู มือเรียวบางกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัด ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะผิดปกติ
"คุณพูดเหมือนว่าการเสียสละคือการแก้ปัญหาเพียงหนึ่งเดียว แต่คุณลืมไปหรือเปล่าธาม?" รินรดาเดินเข้ามาช้าๆ เสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือ "คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนข้างหลังเขาจะรู้สึกยังไง เมื่อรู้ว่าแสงสว่างสุดท้ายที่เขามี... เลือกที่จะดับไฟลงด้วยมือตัวเองเพียงเพราะกลัวความมืด"
ธามหันกลับมา ดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับไหวระริกเหมือนเปลวเทียนต้องลม "ผมสูญเสียครอบครัวไปตอนอายุสิบสอง... ผมอยู่ในกองเพลิงที่พรากทุกอย่างไป และผมสาบานกับตัวเองไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งต้องเจอเหตุการณ์แบบเดิม ผมจะไม่ยอมให้ใครมาพัวพันกับเงาในใจผมอีก คุณไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกที่เห็นคนที่เรารักต้องเจ็บปวดเพราะตัวตนของเรา... มันทรมานแค่ไหน"
"แล้วคุณคิดว่าการที่คุณผลักไสฉันออกไป มันทำให้ฉันเจ็บน้อยกว่าเหรอ?"
รินรดาสาวเท้าเข้าประชิดจนระยะห่างของทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น เธอยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่ม นิ้วโป้งเกลี่ยรอยขมวดคิ้วที่ฝังแน่นด้วยความเครียดออกอย่างแผ่วเบา ธามหลับตาลงรับสัมผัสนั้นราวกับคนกระหายน้ำที่พบหยดน้ำกลางทะเลทราย
"สัญญาได้ไหม" เธอกระซิบ เสียงของเธอในยามนี้อ่อนโยนแต่หนักแน่นดั่งประกาศิต "ไม่ว่ารอยจารึกนั่นจะนำพาความจริงอันโหดร้ายแค่ไหนมาให้เรา ไม่ว่าโลกใบนี้จะบีบบังคับให้คุณต้องเลือกทางไหน... อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังอีก"
ธามลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ภายใน ในนั้นไม่มีความกลัว มีเพียงความมุ่งมั่นที่พร้อมจะเผชิญพายุโหมกระหน่ำไปพร้อมกับเขา
"ริน... ถ้าคุณอยู่ คุณอาจจะต้องเสียสละมากกว่าแค่เวลา คุณอาจจะต้องเสียตัวตนไปกับความมืดมิดของผมด้วยซ้ำ"
"ถ้าความมืดนั้นทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน... ฉันก็ยินดีที่จะเป็นเงาให้คุณ"
วินาทีนั้น ธามคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก อ้อมกอดที่ดูเหมือนจะพยายามผสานหัวใจสองดวงเข้าด้วยกัน ท่ามกลางความกดดันจากภายนอกที่ไล่ล่าเข้ามาทุกขณะ จิตใจที่เคยแตกร้าวของเขาเริ่มปะติดปะต่อด้วยพันธสัญญาที่ไม่มีสิ่งใดลบเลือนได้
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนเปราะบาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ให้จังหวะแปลกประหลาด—จังหวะที่ธามไม่ได้ยินมานานกว่าสิบปี
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
ธามชะงัก ร่างกายของเขากลายเป็นหินในทันที มือที่โอบกอดรินรดาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรูคนเดิม แต่เพราะจังหวะเคาะประตูนั่นคือ "รหัสลับ" ที่มีเพียงคนเดียวในโลกที่รู้... คนที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบสองปีก่อน
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสีดำสนิทที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดิน กลิ่นอายของขี้เถ้าและกระดาษเก่าโชยเข้ามากระทบจมูก ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกปีกกว้างเงยขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง
"ธาม... นายยังติดค้างคำตอบที่ฉันยังไม่ได้ถามอีกหนึ่งเรื่องนะ... เรื่องที่ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนจุดไฟในวันนั้น"
ธามปล่อยรินรดาออกจากอ้อมกอด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสับสนและหวาดหวั่น ขณะที่รินรดามองร่างตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่คาดไม่ถึงว่า "ปม" ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของชายคนรัก กำลังก้าวเข้ามาทวงถามถึงจุดจบด้วยตัวเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านวินาทีแห่งการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 36
พันธสัญญาแห่งใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!