“ถ้าความจริงที่เธอเห็นมันทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงมาขนาดนั้น... ธาม คุณจะปล่อยให้มันฝังร่างคุณไว้ใต้ซากปรักหักพังนั่นจริงๆ เหรอครับ”
รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อย เธอขยับกายเข้าไปใกล้ธามที่นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานเล็กๆ ของเขา กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่รอบตัว แต่ในยามนี้ สิ่งที่รบกวนสมาธิธามมากที่สุดกลับเป็นลมหายใจอุ่นๆ ของหญิงสาวข้างกาย
ธามไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่จ้องมองเอกสารบนโต๊ะที่เพิ่งเผยความลับอันดำมืดเกี่ยวกับภูมิหลังของครอบครัวเขาให้ประจักษ์ นัยน์ตาสีเข้มที่เคยฉายแววสุขุม บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ความเป็นจริงที่เขาเคยยึดถือว่าเป็น ‘ความยุติธรรม’ แท้จริงแล้วเป็นเพียงม่านหมอกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบดบังความโสมม
“ผมไม่รู้...” ธามพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า “ถ้าสิ่งที่ผมตามหามาตลอดชีวิตมันเป็นเพียงเรื่องโกหก... แล้วตัวตนของผมล่ะริน มันจะยังมีความหมายอะไรหลงเหลืออยู่”
รินรดาไม่พูดพร่ำ เธอเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้ ความร้อนจากฝ่ามือของเธอซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจที่หนาวเหน็บของเขา ธามชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ชักมือออก กลับกัน เขากลับกระชับมือเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอคลายออก แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาจะเลือนหายไปในเงามืด
“ความหมายของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับอดีตที่ผิดพลาดของใครนะครับ” รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา “แต่ขึ้นอยู่กับว่าหลังจากนี้ คุณจะก้าวเดินไปในทิศทางไหนต่างหาก คุณไม่ใช่เศษเสี้ยวของโศกนาฏกรรมเหล่านั้น คุณคือธาม... ชายคนที่ฉันรู้จัก... ชายคนที่เข้มแข็งพอจะโอบกอดความเจ็บปวดไว้ได้”
สายตาของทั้งสองประสานกันท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงาน ในความเงียบงันที่บีบคั้นนั้น อารมณ์ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบมานานเริ่มก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่เพียงความเห็นใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน แต่มันคือความโหยหาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย
ธามเลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาแตะที่แก้มของรินรดาอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างทะนุถนอม รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสนั้น ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองรบที่กำลังโหมโรงท่ามกลางสนามเพลาะแห่งอารมณ์
“ริน...” ธามเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้ “ถ้าผมต้องสูญเสียทุกอย่างไปจริงๆ ผมจะยังเหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวไว้อีกบ้าง”
รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยของเธอคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่ใสกระจ่าง “คุณยังมีฉันครับ... ต่อให้โลกทั้งใบจะพลิกกลับด้าน หรือความจริงจะร้ายกาจแค่ไหน ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งคุณไปไหนแน่นอน”
ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนคำสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าศิลาจารึก ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจของเขาปะทะกับริมฝีปากของเธอ ความลังเลในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทาน ทั้งสองคนยืนอยู่บนเส้นขนานของความสัมพันธ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่ราวกับสงครามภายในใจกำลังคลี่คลายลงด้วยความใกล้ชิดที่แสนหวานและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงก็ทำลายภวังค์ลงทันที!
ธามผละออกจากรินรดาด้วยความตกใจ เขารีบก้าวไปที่ประตูและเปิดมันออกด้วยความระแวดระวัง แต่สิ่งที่รออยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นไม่ใช่ใครที่เขาคาดคิด แต่เป็นซองจดหมายสีดำสนิทที่ถูกสอดทิ้งไว้กับพื้น พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาจนน่าขนลุก
'ความจริงที่ตามหา... คือคำสาปที่จะพาพวกคุณไปสู่ความตายในอีกไม่กี่อึดใจ'
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งอักษรกับผม "นาโนบอทมาสเตอร์" นะครับ
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 21
ความรักท่ามกลางสงคราม
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!