"คุณจะเก็บมันไว้ในลิ้นชักอีกนานแค่ไหน ริน"
เสียงของธามเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องทำงานเงียบงันจนน่าอึดอัด เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่กองเอกสารคดีเก่าที่เพิ่งได้รับมา แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาจดจ่ออยู่กับความผิดปกติของรินรดามาตลอดห้านาทีที่ผ่านมา
รินรดาไม่ได้ตอบในทันที มือเรียวบางของเธอสั่นระริกขณะวางมือทับลงบนซองจดหมายสีน้ำตาลขอบยับเยินที่เพิ่งถูกส่งมาทางไปรษณีย์เมื่อครู่ มันไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีตราประทับ มีเพียงตัวอักษรสีแดงเข้มที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'หยุดขุดคุ้ย ก่อนที่เงามืดจะกลืนกินลมหายใจเธอ'
"ธาม... ฉันคิดว่าเราควรปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน" เสียงของเธอแผ่วเบา ผิดวิสัยหญิงสาวผู้เด็ดขาดที่เคยเป็นแสงสว่างในชีวิตเขา
ธามวางปากกาลงช้าๆ เขาหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสังเกตเห็นหยาดเหงื่อซึมตามไรผมของหญิงสาว เขาไม่ได้รีบร้อนเข้าไปปลอบโยน แต่เลือกที่จะขยับเข้าใกล้ด้วยจังหวะที่มั่นคงและหนักแน่น เขารู้ดีว่ารินรดากำลังเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย นั่นคือการถูกคุกคามในพื้นที่ที่เธอคิดว่าปลอดภัยที่สุด
"ริน มองตาผม" ธามเอ่ยเสียงนุ่มทว่าเด็ดขาด "ความกลัวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเนื้อหาในจดหมาย แต่มันเกิดขึ้นเพราะคุณเริ่มรู้ว่าใครเป็นคนส่งมันมาใช่ไหม"
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมด้วยความร่าเริงบัดนี้สั่นไหวและรื้นไปด้วยม่านน้ำตา เธอไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับยื่นซองจดหมายนั้นให้เขา เมื่อธามรับมาแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา กลิ่นของน้ำมันสนจางๆ ที่ติดอยู่กับกระดาษทำให้ลมหายใจของเขาชะงักไปชั่วครู่ มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับในวันพิธีศพของครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน
"ไม่ใช่แค่จดหมายข่มขู่ แต่มันคือคำประกาศสงคราม" ธามพึมพำ น้ำเสียงของเขากลายเป็นเย็นเยียบอย่างน่าประหลาด
"ฉันเห็นเขา ธาม..." รินรดากระซิบ น้ำเสียงขาดห้วง "ตอนที่ฉันเดินกลับจากออฟฟิศเมื่อเย็นวาน มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงปากซอย เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนมอง... แต่สายตาคู่นั้น มันเหมือนกับเขามองทะลุเข้ามาถึงจิตวิญญาณของฉัน เขารู้ว่าเรากำลังทำอะไร"
ธามขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองแทบจะไม่มีเหลือ เขาเอื้อมมือไปจับไหล่บางของรินรดาไว้แน่น ความเปราะบางในใจของเขาที่พยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นรินรดาอยู่ในสภาวะนี้ แต่เขารู้ดีว่าหากเขาพังทลายลงในตอนนี้ ทั้งคู่จะไม่มีทางรอดไปได้
"คุณไม่ต้องกลัว เพราะตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ จะไม่มีใครแตะต้องคุณได้" เขาสัญญาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน "บอกผมมาตามตรง ใครที่เป็นคนส่งจดหมายนี่มา"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง "ถ้าฉันบอกคุณ... เราจะไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกเลยนะ ธาม เราจะกลายเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์"
ธามยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่มีความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว "ริน เราถูกดึงเข้ามาในเกมนี้ตั้งแต่วันที่เราเริ่มก้าวเท้าเข้าไปในรอยจารึกนั่นแล้ว การถอยหลังไม่ได้หมายถึงความปลอดภัย แต่มันหมายถึงการเดินเข้าหาคมมีดอย่างช้าๆ"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเคาะที่แผ่วเบา แต่เป็นการทุบด้วยน้ำหนักที่ก้าวร้าวและจงใจ
ทั้งสองนิ่งค้าง ธามส่งสัญญาณให้รินรดาไปอยู่ข้างหลังเขา ก่อนที่เขาจะเดินไปที่ประตูด้วยความระแวดระวัง ทันทีที่เขาแง้มประตูออก แสงไฟทางเดินที่กะพริบถี่ๆ ก็เผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่
มันไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่มันคือคนตายที่เขามั่นใจว่าได้ฝังไว้กับอดีตแล้ว—บุคคลที่สวมแหวนตราประจำตระกูลของเขารอยแผลเป็นที่มือขวานั่น... มันเป็นรอยเดียวกับของพ่อเขา
"นึกไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะ ธาม ว่าคนทรยศจะกล้าเดินกลับมาหาถึงที่" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจากใบหน้าที่เหมือนกับธามราวกับเงาในกระจก
ธามเบิกตากว้าง ความเป็นจริงที่เขายึดถือพังทลายลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 20
คำเตือนที่ต้องแลก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!