กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—หรือบางที มันเป็นเพียงจินตนาการที่เกาะกุมประสาทสัมผัสของธาม หลังจากประโยคขู่ฆ่าผ่านปลายสายของโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าดังขึ้น
เขายืนนิ่งอยู่ริมกระจกใสร้านกาแฟ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทงหัวใจ เสียงเครื่องชงเอสเพรสโซ่คำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ด้านนอกถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นระลอก รินรดายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง เธอก้มหน้าลงอ่านต้นฉบับในแท็บเล็ตโดยไม่รู้ตัวเลยว่า เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา เส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายเพิ่งจะถูกลากผ่านศีรษะเธอไปอย่างเฉียดฉิว
ธามสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความชื้นของฝนปะปนกับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดวิ่งพล่านเข้าสู่ปอด เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
"ธาม... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าคุณซีดมากเลย"
เสียงของรินรดาแทรกเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นจากจอภาพ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แววตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความจริงใจ—สิ่งเดียวในโลกตอนนี้ที่คอยเหนี่ยวรั้งไม่ให้ธามดำดิ่งลงไปในห้วงเหวลึกแห่งความแค้นและการทำลายล้าง
"เปล่า..." ธามพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากลืนก้อนสะอื้นแห่งความโกรธลงคอ "แค่... แอร์ในร้านนี้มันหนาวไปหน่อย"
เขารู้ดีว่ามันคือคำโกหก ปลายสายเมื่อครู่ไม่ได้ต้องการแค่ขู่ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า "พวกมัน" เข้าใกล้ตัวเขาและคนที่เขาแคร์มากกว่าที่คิด เกมกระดานนี้ไม่ได้เล่นกันแค่ในหน้ากระดาษจารึกโบราณอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังเดิมพันด้วยลมหายใจ
สิบห้านาทีต่อมา ธามตัดสินใจส่งรินรดากลับคอนโดมิเนียมโดยมีรถแท็กซี่มารับถึงหน้าร้าน แม้เธอจะดื้อดึงอยากอยู่ช่วยเคลียร์งานต่อ แต่สายตาที่เฉียบคมและดุดันเป็นครั้งแรกของธามทำให้เธอจำต้องยอมถอยอย่างเสียไม่ได้
รถแท็กซี่เคลื่อนตัวหายลับไปกับสายฝน ธามยืนรอจนกระทั่งไฟท้ายรถสีแดงกลืนหายไปกับความมืดของถนนใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับ แล้วสาวเท้ากึ่งวิ่งไปยังอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของตนเองที่อยู่ห่างออกไปเพียงสองบล็อกตึก
หัวใจของเขากระหน่ำเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยหอบ แต่เป็นลางสังหรณ์บางอย่างที่ร้องเตือนอยู่เบื้องลึก
*แกร็ก.*
เสียงไขกุญแจห้องพักชั้นสามดังขึ้น ธามผลักบานประตูไม้เก่าๆ ให้เปิดออก แรงลมยามค่ำคืนพัดกลิ่นอัปมงคลบางอย่างลอยปะทะจมูก ความมืดสนิทภายในห้องทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปควานหาสวิตช์ไฟข้างฝาผนัง
แสงนีออนสีนวลสาดส่องลงกระทบพื้นห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลลมหายใจของธามก็สะดุดกึก
ห้องพักขนาดกะทัดรัดของเขาไม่ได้อยู่ในสภาพเดิม
ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ประตูและหน้าต่างยังคงล็อกสนิทจากด้านใน ทว่า... ทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องถูก "ย้ายที่"
กองหนังสือโบราณ เอกสารงานวิจัยเกี่ยวกับรอยจารึกอารยธรรมโบราณที่เคยกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงาน ถูกรวบรวมและเรียงลำดับใหม่ตามตัวอักษรอย่างประณีตราวกับบรรณารักษ์โรคจิตเป็นคนจัดวาง ภาพถ่ายครอบครัวที่คว่ำหน้าไว้บนชั้นหนังสือ ถูกพลิกกลับมาตั้งตรง หันหน้ามองตรงมายังประตูทางเข้าอย่างจงใจ
ธามก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเดินอยู่บนสนามประลองที่เต็มไปด้วยกับระเบิด
*ไม่มีอะไรสูญหาย...*
เขากวาดสายตาสำรวจอย่างรวดเร็ว แล็ปท็อปเครื่องเก่าที่เก็บข้อมูลลับทั้งหมดเกี่ยวกับคดีการตายของพ่อยังคงวางอยู่บนโต๊ะ สมุดบันทึกหนังแท้เล่มโปรดก็ยังอยู่ครบถ้วน แม้แต่เงินสดจำนวนหนึ่งที่ซุกไว้ในลิ้นชักก็ยังไม่มีการแตะต้อง
พวกมันไม่ได้มาเพื่อ "ปล้น"
ความตระหนักรู้นี้แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง เย็นเยียบจนน่าขนลุก พวกมันเข้ามาเพื่อ "ส่งสาร"
ธามเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนสมุดบันทึกหนังแท้ที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่า ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงสด—สีเดียวกับสนิมเหล็กที่เขาจินตนาการไว้ที่ร้านกาแฟ
มีข้อความสั้นๆ เขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง:
*“ของที่แกตามหา ไม่ได้อยู่กับเรา... แต่มันอยู่ในตัวแก... ธาม”*
มือของธามสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำในอดีตเมื่อสิบปีก่อน—วันที่ครอบครัวของเขาต้องสังเวยให้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ปริศนา—พรั่งพรูเข้ามาในหัว ประโยคสุดท้ายที่พ่อเคยกระซิบข้างหูก่อนจะผลักเขาเข้าตู้เซฟลับใต้พื้นห้อง คืออะไรกันแน่?
ฉับพลัน ความเงียบงันภายในห้องก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา... ดังมาจากระเบียงด้านนอก
ระเบียงห้องพักชั้นสามที่ไม่มีทางหนีไฟ!
ธามผนґตัวหลบเข้ามุมมืดทันที สัญชาตญาณดิบในตัวตื่นเต็มพิกัด สายตาจ้องเขม็งไปยังผ้าม่านสีทึบที่ปลิวไสวตามแรงลมฝน เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งทาบทับลงบนผ้าม่าน พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง—ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ประตูกระจกบานเลื่อนระเบียงค่อยๆ ถูกดันเปิดออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ตัดกับกลิ่นฝน... กลิ่นเดียวกับที่เคยโชว์หราอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของรอยจารึกปริศนาที่เขากำลังแปลความหมายอยู่
และก่อนที่ธามจะทันได้หยิบสิ่งของใดๆ มาป้องกันตัว เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบจากความตายก็ลอยล่องเข้ามาในความมืด
"นายช้าไปก้าวเดียว... ธาม... และตอนนี้ เพื่อนผู้หญิงคนนั้นของนาย กำลังจิบกาแฟแก้วสุดท้ายในชีวิตของเธอแล้วล่ะ"
***
ขอบคุณจากใจจริงที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 6
ค่ำคืนที่ไม่ปลอดภัย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!