จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 6

ค่ำคืนที่ไม่ปลอดภัย

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—หรือบางที มันเป็นเพียงจินตนาการที่เกาะกุมประสาทสัมผัสของธาม หลังจากประโยคขู่ฆ่าผ่านปลายสายของโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าดังขึ้น เขายืนนิ่งอยู่ริมกระจกใสร้านกาแฟ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทงหัวใจ เสียงเครื่องชงเอสเพรสโซ่คำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ด้านนอกถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นระลอก รินรดายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง เธอก้มหน้าลงอ่านต้นฉบับในแท็บเล็ตโดยไม่รู้ตัวเลยว่า เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา เส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายเพิ่งจะถูกลากผ่านศีรษะเธอไปอย่างเฉียดฉิว ธามสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความชื้นของฝนปะปนกับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดวิ่งพล่านเข้าสู่ปอด เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว "ธาม... เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าคุณซีดมากเลย" เสียงของรินรดาแทรกเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นจากจอภาพ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แววตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความจริงใจ—สิ่งเดียวในโลกตอนนี้ที่คอยเหนี่ยวรั้งไม่ให้ธามดำดิ่งลงไปในห้วงเหวลึกแห่งความแค้นและการทำลายล้าง "เปล่า..." ธามพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากลืนก้อนสะอื้นแห่งความโกรธลงคอ "แค่... แอร์ในร้านนี้มันหนาวไปหน่อย" เขารู้ดีว่ามันคือคำโกหก ปลายสายเมื่อครู่ไม่ได้ต้องการแค่ขู่ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า "พวกมัน" เข้าใกล้ตัวเขาและคนที่เขาแคร์มากกว่าที่คิด เกมกระดานนี้ไม่ได้เล่นกันแค่ในหน้ากระดาษจารึกโบราณอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังเดิมพันด้วยลมหายใจ สิบห้านาทีต่อมา ธามตัดสินใจส่งรินรดากลับคอนโดมิเนียมโดยมีรถแท็กซี่มารับถึงหน้าร้าน แม้เธอจะดื้อดึงอยากอยู่ช่วยเคลียร์งานต่อ แต่สายตาที่เฉียบคมและดุดันเป็นครั้งแรกของธามทำให้เธอจำต้องยอมถอยอย่างเสียไม่ได้ รถแท็กซี่เคลื่อนตัวหายลับไปกับสายฝน ธามยืนรอจนกระทั่งไฟท้ายรถสีแดงกลืนหายไปกับความมืดของถนนใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับ แล้วสาวเท้ากึ่งวิ่งไปยังอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของตนเองที่อยู่ห่างออกไปเพียงสองบล็อกตึก หัวใจของเขากระหน่ำเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยหอบ แต่เป็นลางสังหรณ์บางอย่างที่ร้องเตือนอยู่เบื้องลึก *แกร็ก.* เสียงไขกุญแจห้องพักชั้นสามดังขึ้น ธามผลักบานประตูไม้เก่าๆ ให้เปิดออก แรงลมยามค่ำคืนพัดกลิ่นอัปมงคลบางอย่างลอยปะทะจมูก ความมืดสนิทภายในห้องทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปควานหาสวิตช์ไฟข้างฝาผนัง แสงนีออนสีนวลสาดส่องลงกระทบพื้นห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลลมหายใจของธามก็สะดุดกึก ห้องพักขนาดกะทัดรัดของเขาไม่ได้อยู่ในสภาพเดิม ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ประตูและหน้าต่างยังคงล็อกสนิทจากด้านใน ทว่า... ทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องถูก "ย้ายที่" กองหนังสือโบราณ เอกสารงานวิจัยเกี่ยวกับรอยจารึกอารยธรรมโบราณที่เคยกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงาน ถูกรวบรวมและเรียงลำดับใหม่ตามตัวอักษรอย่างประณีตราวกับบรรณารักษ์โรคจิตเป็นคนจัดวาง ภาพถ่ายครอบครัวที่คว่ำหน้าไว้บนชั้นหนังสือ ถูกพลิกกลับมาตั้งตรง หันหน้ามองตรงมายังประตูทางเข้าอย่างจงใจ ธามก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเดินอยู่บนสนามประลองที่เต็มไปด้วยกับระเบิด *ไม่มีอะไรสูญหาย...* เขากวาดสายตาสำรวจอย่างรวดเร็ว แล็ปท็อปเครื่องเก่าที่เก็บข้อมูลลับทั้งหมดเกี่ยวกับคดีการตายของพ่อยังคงวางอยู่บนโต๊ะ สมุดบันทึกหนังแท้เล่มโปรดก็ยังอยู่ครบถ้วน แม้แต่เงินสดจำนวนหนึ่งที่ซุกไว้ในลิ้นชักก็ยังไม่มีการแตะต้อง พวกมันไม่ได้มาเพื่อ "ปล้น" ความตระหนักรู้นี้แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง เย็นเยียบจนน่าขนลุก พวกมันเข้ามาเพื่อ "ส่งสาร" ธามเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนสมุดบันทึกหนังแท้ที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่า ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงสด—สีเดียวกับสนิมเหล็กที่เขาจินตนาการไว้ที่ร้านกาแฟ มีข้อความสั้นๆ เขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง: *“ของที่แกตามหา ไม่ได้อยู่กับเรา... แต่มันอยู่ในตัวแก... ธาม”* มือของธามสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำในอดีตเมื่อสิบปีก่อน—วันที่ครอบครัวของเขาต้องสังเวยให้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ปริศนา—พรั่งพรูเข้ามาในหัว ประโยคสุดท้ายที่พ่อเคยกระซิบข้างหูก่อนจะผลักเขาเข้าตู้เซฟลับใต้พื้นห้อง คืออะไรกันแน่? ฉับพลัน ความเงียบงันภายในห้องก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา... ดังมาจากระเบียงด้านนอก ระเบียงห้องพักชั้นสามที่ไม่มีทางหนีไฟ! ธามผนґตัวหลบเข้ามุมมืดทันที สัญชาตญาณดิบในตัวตื่นเต็มพิกัด สายตาจ้องเขม็งไปยังผ้าม่านสีทึบที่ปลิวไสวตามแรงลมฝน เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งทาบทับลงบนผ้าม่าน พร้อมกับเสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง—ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ประตูกระจกบานเลื่อนระเบียงค่อยๆ ถูกดันเปิดออกอย่างเชื่องช้า พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ตัดกับกลิ่นฝน... กลิ่นเดียวกับที่เคยโชว์หราอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของรอยจารึกปริศนาที่เขากำลังแปลความหมายอยู่ และก่อนที่ธามจะทันได้หยิบสิ่งของใดๆ มาป้องกันตัว เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบจากความตายก็ลอยล่องเข้ามาในความมืด "นายช้าไปก้าวเดียว... ธาม... และตอนนี้ เพื่อนผู้หญิงคนนั้นของนาย กำลังจิบกาแฟแก้วสุดท้ายในชีวิตของเธอแล้วล่ะ" *** ขอบคุณจากใจจริงที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%