“คุณมั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่เห็นในกระจกนั่นคือ ‘ตัวจริง’ ของเธอ?”
เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดิน กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นอับของหนังสือเก่าคลุ้งไปทั่วบริเวณ ‘วิชัย’ ศัตรูคู่อาฆาตที่ธามเคยเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับกลายเป็นที่พึ่งพิงเดียวที่เหลืออยู่บนเส้นทางอันมืดมิด
ธามขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคมชัด เขามองผ่านความมืดไปยังใบหน้าของชายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสาบานว่าจะลากเข้าคุกให้ได้ แต่วันนี้ สถานการณ์บังคับให้เขาต้องยอมวางดาบในมือลง เพื่อกุมมือศัตรูแทน
“รินรดาไม่เคยโกหกผม” ธามเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในใจกลับสั่นคลอนเหมือนแก้วที่รอวันแตกสลาย “แต่สิ่งที่เธอพูด... สิ่งที่เธอทิ้งไว้ให้ผมดูในกระจกบานนั้น มันไม่ใช่ตัวตนที่ผมรู้จัก”
วิชัยหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาหรี่มองธามราวกับกำลังชำแหละเนื้อแท้ของคนตรงหน้าด้วยสายตา “ความรักทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนตาบอดเสมอ ธาม คุณกำลังเล่นอยู่กับไฟที่ลามเลียไปถึงรากเหง้าของตระกูลคุณแล้ว รินรดาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก แต่เธอแค่ ‘แสดงละคร’ ได้แนบเนียนกว่าที่คนอย่างคุณจะจินตนาการถึง”
ธามลุกขึ้นพรวด เก้าอี้ไม้ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เขากระชากคอเสื้อของวิชัยอย่างลืมตัว แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นเหมือนที่เคยเป็น แต่มันคือความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่ว่าหากสิ่งที่วิชัยพูดเป็นความจริง ชีวิตที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาใหม่พังทลายลงแน่
“บอกมา... ว่าคุณรู้อะไร” ธามเค้นเสียง “ถ้าคุณมีเบาะแสของไอ้พวกที่อยู่เบื้องหลังรอยจารึกนั่น ก็คายออกมา อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับผม”
วิชัยไม่ขัดขืน เขายังคงยิ้มเย็นเยียบพลางปัดมือธามออกเบาๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะ “ศัตรูของศัตรูคือมิตร... แต่จำไว้ว่ามิตรคนนี้ไม่ได้ทำฟรีๆ สิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่ ไม่ใช่แค่ฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวคุณ แต่มันคือความลับที่คนตระกูลคุณปกปิดมานานนับร้อยปี และรินรดาก็เป็นคนเดียวที่ถือกุญแจดอกนั้นไว้”
ธามเปิดซองเอกสารออก ด้านในมีเพียงภาพถ่ายใบเก่าที่ซีดจาง เป็นภาพของหญิงสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน คนหนึ่งคือแม่ของเขา ส่วนอีกคน... คือคนที่เขาสงสัยมาตลอดว่าอาจจะเป็น ‘แม่’ ของรินรดา
“คุณหมายความว่ายังไง?” ธามพลิกภาพถ่ายไปมา มือของเขาสั่นระริก
“แม่ของคุณกับแม่ของรินรดาเป็นพี่น้องฝาแฝดที่ถูกแยกจากกันตั้งแต่เกิด” วิชัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมมาข้างหลังธามพร้อมกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “รินรดาไม่ได้ช่วยคุณเพราะรัก แต่เธอช่วยคุณเพราะ ‘ภารกิจ’ บางอย่างที่เธอจำเป็นต้องทำให้สำเร็จตามคำสั่งของคนในตระกูลจารึก ซึ่งคนคนนั้น... ก็คือคนที่บงการให้ทุกอย่างเกิดขึ้นในคืนที่คุณสูญเสียทุกคนไป”
คำพูดของวิชัยเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมของธาม ความไว้ใจที่เขาเคยมีให้กับหญิงสาวผู้เป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ธามหวนนึกถึงท่าทางของรินรดาในกระจกบานนั้น แววตาที่ว่างเปล่าและถ้อยคำที่ตัดเยื่อใย... มันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องลับที่เต็มไปด้วยรอยจารึกโบราณที่วิชัยรวบรวมไว้ พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผนังฝั่งหนึ่ง เป็นสัญลักษณ์รูปงูพันคบเพลิงที่ถูกแกะสลักไว้ด้วยเลือดแห้งกรัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏบนแหวนที่รินรดาสวมติดนิ้วอยู่เสมอ
ธามทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ความเงียบในห้องเริ่มกัดกินประสาทสัมผัส เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด รินรดาที่ร่าเริง รินรดาที่ปกป้องเขา และรินรดาคนที่กำลังพยายาม ‘จบเรื่องนี้’ ในแบบที่เขาไม่เข้าใจ
“ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้โกหก?” ธามเงยหน้าถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
วิชัยเดินไปที่ตู้เซฟขนาดใหญ่ข้างกำแพง หมุนรหัสอย่างชำนาญ ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาวางตรงหน้า “คนอย่างผมไม่จำเป็นต้องโกหกให้เสียเวลา เพราะความจริงมันน่ากลัวกว่าคำลวงหลายเท่านัก นี่คือบันทึกของรินรดา... เล่มที่คุณไม่เคยเห็น และบันทึกนี้แหละที่จะบอกคุณเองว่า คืนนี้คือคืนสุดท้ายที่คุณจะได้ใช้ชีวิตในฐานะคนปกติ”
ธามหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ หน้าแรกที่เปิดออกมาปรากฏลายมือที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือลายมือของรินรดา แต่เนื้อหาข้างในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
*‘ถึงธาม... ในวันที่คุณอ่านบันทึกเล่มนี้ ฉันอาจจะไม่ได้อยู่ข้างๆ คุณอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะฉันจากไปไหน แต่เพราะฉันคือคนที่จะต้องส่งคุณไปนรกด้วยมือของฉันเอง เพื่อปกป้องรอยจารึกที่เหลืออยู่’*
ขณะที่ธามกำลังจะพลิกหน้าต่อไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องลับ เสียงปืนที่ถูกปลดเซฟดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ ก่อนที่ประตูเหล็กจะถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่สวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้า มือข้างหนึ่งของบุคคลนั้นถือมีดสั้นที่มีสัญลักษณ์งูพันคบเพลิงสลักไว้อย่างชัดเจน
“ไม่คิดเลยนะว่าคุณจะพาเขามาที่นี่...” เสียงที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากหน้ากากเหล็ก น้ำเสียงนั้นเย็นชาไร้ความรู้สึกจนธามถึงกับหยุดหายใจ “ขอบใจนะวิชัย ที่ช่วยทำหน้าที่ตัวล่อให้ฉันปิดบัญชีนี้เสียที”
ธามมองร่างในหน้ากากนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความจริงจะตอกย้ำลงกลางใจ เมื่อคนคนนั้นขยับมือถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เขาเห็นในกระจกเมื่อคืน... ใบหน้าของรินรดาที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดและรอยยิ้มที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ริน... นี่เธอ...” ธามพูดไม่ออก ในมือยังคงกำบันทึกเล่มนั้นไว้แน่น
“เลิกเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าสมเพชนั่นเสียที” รินรดากล่าว พลางยกมีดขึ้นเล็งไปที่หัวใจของเขา “เพราะนับจากวินาทีนี้ไป... จะไม่มีบรรณาธิการรินรดาอีกแล้ว มีเพียงผู้คุมรอยจารึกที่จะต้องกำจัด ‘เป้าหมาย’ อย่างคุณทิ้งเสีย”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ลงมือ จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังมาจากมุมมืดของห้อง... เสียงที่ไม่ใช่ของรินรดา และไม่ใช่ของวิชัย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ
นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 26
เบาะแสจากศัตรูเก่า
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!