"หลักฐานทุกชิ้น... ถูกส่งตรงถึงมือเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเรียบร้อยแล้วครับ คุณกิตติ"
สุ้มเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังของธามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการอักษราภรณ์อันทรงเกียรติ ซึ่งเคยเนืองแน่นไปด้วยผู้คนผู้มีหน้ามีตาในสังคม บัดนี้กลับกลายเป็นลานประลองแห่งความจริงที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกระดิกตัว
กิตติ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและเบื้องหลังของเงาดำที่กัดกินตระกูลของธามมานานหลายปี ชะงักค้างในท่าที่กำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รอยยิ้มเยือกเย็นที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยหน้ากากแห่งความสุขุมที่เขาสวมมาตลอดชีวิต
"คุณธาม... กำลังพูดเรื่องอะไรกันครับ ผมเกรงว่างานรื่นรมย์เช่นนี้จะไม่เหมาะกับการพูดจาเพ้อเจ้อนะ" กิตติหัวเราะในลำคอ พยายามดึงบรรยากาศให้กลับมาอยู่ใต้การควบคุม แต่เสียงปรบมือเบาๆ จากรินรดาที่ยืนเคียงข้างธาม กลับทำลายเกราะป้องกันนั้นจนย่อยยับ
"เพ้อเจ้ออย่างนั้นหรือคะ?" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปยังชายวัยกลางคน "สมุดบัญชีลับที่เชื่อมโยงเส้นทางการเงินในการฮุบที่ดินมรดกของตระกูลธาม และเอกสารปลอมแปลงลายเซ็นเมื่อสิบปีก่อน... คงไม่ได้เพ้อเจ้อตามที่คุณกิตติกล่าวอ้างหรอกกระมังคะ"
เสียงซุบซิบเริ่มดังระงับขึ้นรอบทิศทาง แสงแฟลชจากสื่อมวลชนที่แอบบันทึกภาพเหตุการณ์เริ่มสาดส่องเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง กิตติหันไปมองรอบกาย ใบหน้าที่เคยทรงอำนาจเริ่มซีดเผือด เมื่อตระหนักได้ว่าพันธมิตรทางธุรกิจที่เคยพยักหน้าให้เกียรติ ต่างพากันถอยร่นเว้นระยะห่างออกไปทีละก้าวราวกับเขากำลังป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง
ธามก้าวเข้าไปใกล้ชิดอีกนิด กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้กิตติรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบลำคอด้วยมือที่มองไม่เห็น ความเจ็บปวดในอดีต ภาพวันที่พ่อแม่ของเขาต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ความเป็นธรรมจากแผนชั่วของชายตรงหน้า ย้อนกลับมาฉายชัดในห้วงคำนึง แต่วินาทีนี้... ดวงตาของธามไม่ได้มีเพียงความเคียดแค้น แต่มันเต็มไปด้วยความนิ่งสงบของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ
"เกมจบลงแล้วครับ คุณกิตติ" ธามเอ่ยเบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน "ความอำมหิตที่คุณใช้เหยียบย่ำชีวิตคนอื่น เพื่อสร้างอาณาจักรจอมปลอมขึ้นมา วันนี้... มันได้เวลาชดใช้แล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานใหญ่ของห้องโถงก็เปิดผางออก เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายก้าวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง กิตติพยายามจะถอยหลังหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่สองนายเข้าประกบตัวอย่างรวดเร็ว กุญแจมือเหล็กถูกสวมลงบนข้อมือของนักธุรกิจใหญ่ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีคำแก้ตัว มีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ประกาศให้โลกรู้ว่า ความยุติธรรมที่รอคอยมาเนิ่นนานได้มาถึงแล้ว รินรดายื่นมือเรียวมาแตะแขนของธามเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ดึงสติของชายหนุ่มให้หลุดจากวังวนแห่งความแค้น ธามหันไปสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ดูจริงใจที่สุด
ในขณะที่กิตติถูกควบคุมตัวผ่านหน้าธามไป ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและพ่ายแพ้ของอีกฝ่ายก็หันมามองกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"แกคิดว่า... ฉันทำคนเดียวจริงๆ งั้นเหรอ, ธาม?"
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธามแข็งค้างในทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงอีกครั้ง กิตติไม่ได้ถูกพาตัวออกไปทันที แต่ชายวัยกลางคนกลับหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายก่อนพ้นขอบประตู
"คนที่อยู่เบื้องหลังเอกสารฉบับจริง... ไม่ใช่ฉัน... แต่คือคนที่กำลังนั่งจิบกาแฟรอฟังข่าวดีของคุณอยู่ที่เพนเฮาส์ในเวลานี้ต่างหาก!"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 45
จุดจบของความอำมหิต
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!