“อย่าเปิดมัน... ธาม ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะเห็นโลกที่พังทลายลงตรงหน้า”
รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว แต่น้ำเสียงนั้นสั่นไหวและหนักแน่นพอที่จะทำให้มือของธามที่กำลังถือแฟลชไดรฟ์สีเงินดวงเล็กหยุดชะงักลงกลางอากาศ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเอกสารเก่าเก็บของพ่อเขาสะท้อนกับผิวโลหะเย็นเฉียบ มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือคำสารภาพที่อาจกลายเป็นคมมีดกรีดลึกถึงกระดูก
ธามไม่ตอบ สายตาของเขาสะท้อนความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความร้าวราน เขาค่อยๆ เสียบอุปกรณ์นั้นเข้ากับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องเก่า เสียงพัดลมระบายอากาศครางหึ่งราวกับเสียงลมหายใจที่อ่อนแรงของคนใกล้ตาย
“ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ริน” ธามพึมพำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดต่ำ “ตั้งแต่วันที่พวกเขาจากไป ผมใช้ชีวิตอยู่กับคำถามว่าทำไม… และตอนนี้ คำตอบมันอยู่ห่างแค่ปลายนิ้ว ถ้าผมไม่กล้าพอที่จะเปิดรับความจริง ผมก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายที่เดินได้หรอกครับ”
เขากดเมาส์คลิกซ้าย ไฟล์เสียงเพียงไฟล์เดียวปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นามสกุลไฟล์ที่แปลกตาและรหัสล็อกที่เขาเพิ่งถอดได้ด้วยรหัสผ่านวันเกิดแม่—ความผิดพลาดซ้ำซากที่พ่อเขามักทำเสมอ เสียงกราฟิกคลื่นความถี่ค่อยๆ ขยับตัว แสดงให้เห็นว่ามันยังคงรอคอยที่จะถูกถ่ายทอดออกมา
รินรดาขยับเข้ามาใกล้ มือบางวางลงบนไหล่ที่เกร็งแน่นของธาม เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากตัวเขา หญิงสาวไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่เป็นหลักยึดเดียวในห้วงเวลาที่โลกทั้งใบกำลังจะหมุนกลับตาลปัตร
เสียงคลิกเมาส์ดังขึ้นอีกครั้ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ราวกับกาลเวลาถูกหยุดเอาไว้
*“ธาม... ถ้าลูกได้ยินเสียงนี้ แสดงว่าสิ่งที่พ่อกลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว”*
เสียงของพ่อ—มันแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ธามไม่เคยเห็นมาก่อนในวัยเด็ก เสียงกระดาษพลิกไหวและเสียงลมหายใจหนักๆ แทรกเข้ามาเป็นระยะ
“พ่อ...” ธามพึมพัง มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
*“อย่าตามหาความจริงด้วยความแค้น เพราะในรอยจารึกที่ลูกกำลังอ่าน มันไม่ได้มีแค่เรื่องของประวัติศาสตร์ครอบครัวเรา แต่มันคือกลไกของคนที่ชักใยโลกใบนี้อยู่ข้างหลัง… คนที่ลูกไว้ใจที่สุด อาจเป็นคนที่ถือมีดจ่อคอลูกในตอนนี้”*
เสียงนั้นขาดช่วงไปชั่วครู่ ตามมาด้วยเสียงปืนนัดเดียวที่ดังสนั่นจนคนฟังสะดุ้งสุดตัว รินรดาเบิกตากว้าง เธอคว้ามือธามไว้แน่นด้วยความตกใจ ขณะที่ในไฟล์เสียงนั้นมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ไมโครโฟน
*“ธาม... ฟังพ่อให้ดีนะ รหัสที่อยู่ในสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินน่ะ ไม่ใช่สมบัติ แต่เป็นรายชื่อ... คนทรยศที่แท้จริงคือ—”*
เสียงของพ่อหายไป กลายเป็นสัญญาณรบกวนที่บาดหูยาวเหยียด ก่อนจะตัดเข้าสู่ความเงียบสนิทที่น่าขนลุก
ธามนั่งตัวแข็งทื่อ สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งรับรู้ ความรู้สึกโกรธแค้นที่เคยมีกลับกลายเป็นความเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง หากสิ่งที่พ่อพูดเป็นความจริง คนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดในฐานะ 'เพื่อนสนิท' หรือแม้แต่ 'ที่ปรึกษา' ต่างก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยาย
“ริน...” ธามหันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขามีความระแวงที่เขาพยายามปิดบัง แต่มันกลับชัดเจนเกินกว่าจะซ่อนไว้ได้ “คุณรู้ไหมว่าทำไมพ่อถึงทิ้งสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่กลับส่งรหัสลับมาให้ผมในวิธีที่เสี่ยงที่สุด?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาของเธอไหววูบราวกับมีเรื่องบางอย่างที่เธอปิดบังไว้ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไรตอบโต้ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น… สามครั้ง จังหวะหนักแน่นที่คุ้นเคย
ทั้งคู่หันไปมองที่ประตูพร้อมกัน หัวใจของธามเต้นรัวราวกับกลองรบ
“ธาม... เปิดประตูเถอะ” เสียงจากฝั่งตรงข้ามประตูคือเสียงที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด “ผมรู้ว่าคุณเพิ่งฟังไฟล์นั้นจบ และผมก็รู้ด้วยว่าคุณกำลังจะทำอะไรต่อไป”
ธามลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาสอดเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะเพื่อคว้าของบางอย่างไว้มั่น เขาหันไปสบตารินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าเต็มไปด้วยรอยร้าวของความไว้ใจ
เมื่อมือของเขาจับลูกบิดประตู รินรดาก็ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “อย่าเปิดธาม... เพราะคนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่แล้ว”
นาโนบอทมาสเตอร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 31
เสียงจากความตาย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!