“ถ้าคืนนี้ผมไม่กลับมา... คุณจะทำยังไง?”
ธามวางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานที่รกไปด้วยเอกสารข้อมูลรหัสลับ เสียงโลหะกระทบไม้ดังกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตาย เขาไม่หันไปมองคนถาม แต่สายตาคมกริบจับจ้องไปยังแผนผังโครงสร้างของ ‘เดอะคอร์’ ที่สั่นไหวอยู่บนจอโฮโลแกรม
รินรดาที่นั่งอยู่บนขอบโต๊ะฝั่งตรงข้ามไม่ได้หลบตา เธอขยับตัวลงมายืนเต็มความสูง ก้าวเข้าหาเขาช้าๆ จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่เธอใช้ประจำอบอวลอยู่ในรัศมีที่เขาสามารถสัมผัสได้ มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือหนาของชายหนุ่ม บีบกระชับแน่นจนธามรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเธอ
“คำถามนี้น่ารำคาญชะมัด” เธอตอบ เสียงเรียบแต่ทว่าหนักแน่น “คุณก็รู้ว่าฉันเป็นบรรณาธิการ ไม่ใช่แม่หมอที่จะมานั่งทำนายดวงใคร ถ้าคุณไม่กลับมา ฉันก็แค่เผาเอกสารพวกนี้ทิ้ง แล้วไปหาโปรเจกต์ใหม่ทำ... จบ”
“ปากเก่ง” ธามแค่นยิ้ม มุมปากหยักยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แววตาที่เคยหม่นแสงด้วยความกังวลไหวระริก “คุณไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก ริน”
“รู้ดีจังนะ” รินรดาโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของชายหนุ่ม “ในเมื่อคุณรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง ก็เลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังชีวิตที่ชอบแบกโลกไว้คนเดียวสักที นี่มันแผนการบ้าบิ่นที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา และฉัน... ไม่มีวันปล่อยให้คุณไปรับความเสี่ยงนั่นเพียงลำพัง”
ธามนิ่งไป ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วครู่ เคมีระหว่างพวกเขามันเหมือนไฟฟ้าที่จ่อจะสปาร์กอยู่ตลอดเวลา ความเงียบในห้องนี้ไม่ได้สื่อถึงความว่างเปล่า แต่มันคือความอัดอั้นของพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอก
“นี่ไม่ใช่การชวนไปเดทนะ ริน” ธามพยายามดึงมือกลับ แต่เธอไม่ยอมปล่อย “ถ้าเราก้าวเท้าออกจากประตูห้องนี้ไป สิ่งที่เราเคยเป็น... ความสัมพันธ์แบบที่คนอื่นมองเห็น มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป คุณแน่ใจแล้วเหรอ?”
รินรดาสบตากับเขาตรงๆ ความเด็ดขาดในดวงตาคู่สวยทำเอาธามแทบจะแพ้ราบคาบ “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณกลายเป็นคนขี้ขลาดขนาดนี้ ธาม? คนที่ฉันรู้จักคือคนที่กล้าจารึกประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่คนที่มายืนลังเลเพราะกลัวว่าจะเสียอะไรไป... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณเป็นคนดึงฉันเข้ามาในโลกมืดๆ นี่เอง”
เธอขยับมือขึ้นมาลูบไล้สันกรามของเขาเบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับดึงดูดทุกความสนใจของธามให้จมดิ่งลงไป “เรามาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีทางให้ถอยกลับหรอกครับ... มีแต่ต้องลุยไปให้สุด”
ธามหลับตาลงรับสัมผัสจากปลายนิ้วเธอ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้ามาประชิดตัวจนอกแกร่งชนกับแผ่นหลังบางของเขา เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้
“ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ... ต่อให้ต้องพังทลายทุกอย่างเพื่อดึงคุณออกมาจากกองเพลิง ผมก็จะทำ”
“งั้นก็อย่าเพิ่งรีบตาย” รินรดาหันกลับมาประจันหน้า จังหวะหัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน “เพราะถ้าคุณตาย... ฉันจะตามไปด่าคุณถึงในนรก ไม่ให้ได้พักผ่อนแน่”
ธามหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่หาได้ยากยิ่ง เขาก้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบแตะกัน จังหวะเวลาเหมือนหยุดหมุน ความตึงเครียดของภารกิจในวันพรุ่งนี้ถูกแทนที่ด้วยความห่วงหาที่ยากจะหาคำนิยาม
“ตกลงครับ... จะไม่ยอมให้คุณต้องไปด่าผมในนรกคนเดียว”
ธามยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอม สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการเก็บภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนที่สงครามในความคิดจะเริ่มขึ้น ในขณะที่รินรดาเองก็ไม่คิดจะถอยหนี เธอกลับโน้มตัวเข้าหาเขามากขึ้น ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดมหาศาลที่เธอก็ไม่อาจต้านทานได้เช่นกัน
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังจะถูกทำลายด้วยสัมผัสที่เฝ้ารอ...
*ปัง!*
เสียงประตูด้านนอกถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่กรูเข้ามาในโถงทางเดิน ธามผละตัวออกจากรินรดาทันที สายตาเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาและระแวดระวังอย่างรวดเร็ว
“ธาม!” เสียงของวิกรม หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยดังลั่นมาจากหน้าห้อง “สัญญาณเตือนภัยที่ฐานชั้นล่างดังแล้ว! มีใครบางคนเจาะระบบรหัสผ่านที่เราเพิ่งอัปเดตเมื่อครู่... มันไม่ใช่การสุ่ม แต่มันคือการบุกรุกโดยตรง!”
ธามมองหน้ากับรินรดาชั่วขณะ ความรู้สึกเหมือนพายุที่รอคอยมานานได้เริ่มกระชากประตูห้องนี้ออกแล้ว เขารีบคว้าอุปกรณ์สื่อสารและปืนคู่ใจขึ้นมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่เขารู้ดีว่าไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
“ดูเหมือนศัตรูจะไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้แล้วนะ” ธามพูด พลางปลดเซฟตี้ปืน
รินรดาหยิบเครื่องส่งสัญญาณรหัสลับขึ้นมา ดวงตาของเธอฉายแวววาวด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ดี... งั้นเรามาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายพังทลาย”
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลที่เริ่มคืบคลานเข้ามา เสียงสัญญาณโทรศัพท์ส่วนตัวของธามที่เขาเคยตั้งค่าให้เฉพาะคนสำคัญเท่านั้นกลับดังขึ้น... มันเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้เห็นมานานหลายปี เบอร์ของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับทั้งหมดในอดีตของเขาแล้ว
ธามชะงักฝีเท้า มือที่ถือปืนสั่นไหวเพียงชั่ววูบเมื่อเห็นชื่อผู้โทรที่ปรากฏบนหน้าจอ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 34
ก่อนพายุจะเข้า
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!