“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้ากลับมาเหยียบในที่ที่มึงควรจะตายไปตั้งนานแล้ว”
เสียงของธามแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น เขาไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นราวกับน้ำแข็งที่บดขยี้ประสาทสัมผัสของผู้ฟัง ชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนนั้นไม่ได้สะทกสะท้าน เขายังคงยิ้ม ยิ้มที่ทำให้ธามรู้สึกเหมือนมีหนอนชอนไชไปตามสันหลัง
“ความแค้นมันทำให้คุณดูแย่ลงนะ ธาม” ชายผู้นั้นเอ่ยเบาๆ ก่อนจะขว้างแฟ้มเอกสารลงบนพื้นถนนคอนกรีตที่เปียกชื้น “ในนี้มีทุกอย่างที่คุณพยายามฝังกลบ แต่น่าเสียดาย... ความจริงมักจะชอบโผล่มาทักทายในเวลาที่คนเราเปราะบางที่สุดเสมอ”
ในจังหวะที่ธามกำลังจะพุ่งตัวออกจากรถ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังรถบรรทุกจอดเสียเลนถัดไป รินรดา! เธอวิ่งเข้ามาในจุดอับสายตาของเขาเพียงเพราะต้องการตามหาเขาหลังจากเห็นเขาวู่วามขับรถไล่ตามชายปริศนาคนนี้มา
เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของปีศาจ รถบรรทุกคันใหญ่เสียหลักจากคราบน้ำมันบนถนน มันไถลเข้ามาหาจุดที่รินรดายืนอยู่เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังตระครุบเหยื่อ
“ริน!”
ธามไม่รอให้สมองสั่งการ ร่างกายของเขาขยับไปเองด้วยสัญชาตญาณ เขาเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตพุ่งตัดหน้าเส้นทางของรถบรรทุกคันนั้น แรงปะทะที่เกิดขึ้นไม่ใช่การชนธรรมดา แต่มันคือการพุ่งเข้าใส่กำแพงเหล็กเพื่อเบี่ยงวิถีมรณะนั้นให้พ้นจากหญิงสาวที่เขารักที่สุด
เสียงเหล็กฉีกขาดดังสนั่นดั่งเสียงฟ้าผ่า ร่างของธามถูกแรงเหวี่ยงกระแทกเข้ากับพวงมาลัยและคอนโซลหน้าอย่างจัง เลือดสีแดงฉานเริ่มไหลรินจากขมับลงมาอาบใบหน้า ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่ในวินาทีที่สติเขากำลังจะหลุดลอย สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือรินรดาที่นั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความตกใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ธาม! ธามครับ! ได้ยินฉันไหม!” รินรดาตะโกนเรียก เสียงของเธอสั่นเครือราวกับจะขาดใจ เธอพยายามดึงประตูรถที่บิดเบี้ยวให้เปิดออก
ธามพยายามขยับปาก ความเจ็บปวดที่หน้าอกทำให้เขารู้ว่าซี่โครงคงหักไปไม่น้อย แต่สิ่งที่เขาทำได้คือการฝืนยิ้มที่ดูน่าเวทนาที่สุดให้เธอเห็น “ผม... ผมไม่เป็นไร... ริน อย่าร้อง...”
“อย่าเพิ่งพูด! อยู่นิ่งๆ นะ” มือที่สั่นเทาของรินรดาพยายามกดแผลที่ขมับของเขา เลือดอุ่นๆ เปื้อนมือเธอจนกลายเป็นสีแดงฉาน “ทำไมคุณถึงทำแบบนี้... ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อฉัน”
ธามมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ ความลับที่เขาสะสมมาตลอดชีวิตดูเล็กลงถนัดตาเหลือเพียงความปรารถนาเดียว คือการปกป้องเธอให้พ้นจากเงาอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาไม่จบสิ้น
“เพราะสำหรับผม...” ธามกระซิบ แววตาของเขาอ่อนแสงลงเหลือเพียงความรักที่ซ่อนเร้น “ชีวิตของคุณ... มีค่ากว่าความจริงที่ผมตามหามาทั้งชีวิต”
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะตอบโต้ ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงไซเรนที่เริ่มแว่วมาจากที่ไกลๆ ร่างของชายในชุดสูทสีเทาก็เดินย้อนกลับมา เขาไม่ได้เข้ามาช่วย แต่เขากลับหยิบแฟ้มเอกสารที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างใจเย็น สายตาที่เขามองธามไม่ได้มีความสงสาร มีเพียงความสมเพชและเย้ยหยัน
ชายคนนั้นโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูธามที่กำลังสะลึมสะลือ เสียงกระซิบนั้นช่างเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าอากาศยามค่ำคืน “ทำดีมากธาม... การได้เห็นคุณเจ็บปวดเพื่อปกป้องใครสักคน มันเป็นบทเรียนที่ล้ำค่ากว่าการตายเปล่าๆ มากนัก”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนามบัตรใบหนึ่งที่เปื้อนเลือดของธามวางไว้บนคอนโซลรถ
“จำไว้ให้ดี... การช่วยคนรักได้ในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปกป้องเธอได้ในวันหน้า เพราะสิ่งที่ผมถืออยู่ในมือนี้... คือตั๋วสัญญาที่ผมจะใช้ทำลายชีวิตของเธอ หากคุณยังคิดจะขัดขวางผมอีกครั้ง”
ธามพยายามจะคว้าแขนชายผู้นั้น แต่แรงของเขาหมดสิ้นไปแล้ว ร่างกายของเขาทรุดลงกับเบาะหนัง สายตาเริ่มพร่ามัว แต่ทว่าก่อนที่ชายชุดสูทจะหันหลังกลับไป เขากลับพูดประโยคสุดท้ายที่ทำเอาหัวใจของธามแทบหยุดเต้น
“อ้อ... ลืมบอกไป พ่อของคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่แฟ้มนี้บอกไว้หรอกนะ แต่มันเป็นเพราะความใจอ่อนแบบเดียวกับที่คุณเพิ่งแสดงให้เห็นนี่แหละ... คอยดูเถอะ ว่าคนถัดไปที่จะต้องจากไปเพราะความรักของคุณ... คือใคร”
ร่างนั้นเดินหายไปในม่านหมอกควันของรถที่พังยับเยิน ทิ้งให้ธามจมอยู่กับความจริงที่หนักอึ้งกว่าบาดแผลบนร่างกาย รินรดาที่ยังไม่ได้รับรู้ถึงคำพูดนั้นยังคงร้องไห้กอดเขาแน่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าในมือของศัตรูที่เพิ่งจากไป มีหลักฐานบางอย่างที่พร้อมจะเปลี่ยนสถานะจากคนรักให้กลายเป็นหมากตัวสำคัญในการแก้แค้น
ธามกัดฟันแน่นจนเลือดซิบที่มุมปาก ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นมาในใจ เขาพลาดไปแล้ว... เขาพลาดที่ให้ศัตรูเข้าใกล้เธอมากเกินไป
ในตอนนั้นเอง เสียงสัญญาณโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของธามก็ดังขึ้น เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้ามันขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏชื่อที่เขาไม่ได้เห็นมานานหลายปี... ชื่อของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับของครอบครัวเขาเมื่อหลายปีก่อน
ปลายสายรับแล้วนิ่งเงียบ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดออกมา “ไง... ธาม ลูกชายที่น่าสงสาร ดูเหมือนว่าเรื่องราวในตอนนี้... จะเริ่มน่าสนุกขึ้นแล้วนะ”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดในครั้งนี้ไปพร้อมกับผมครับ
นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 24
ความเจ็บปวดที่ได้มา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!