“ป้าไม่ได้ทำ... ป้าแค่ยืนดูมันมอดไหม้ไปพร้อมกับเศษเสี้ยวของความตายที่ไม่มีใครอยากจดจำ”
เสียงสั่นเครือของป้าสร้อย แม่บ้านเก่าแก่ประจำตระกูลดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ธามกำมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ สายตาจดจ้องไปยังหญิงชราที่พยายามหลบสายตาไปมองบานหน้าต่างที่ปิดตาย ราวกับกลัวว่าความทรงจำที่ขังไว้ข้างนอกนั่นจะทะลุเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง
รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ธาม ขยับตัวเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกจากตัวชายหนุ่มข้างกาย เขาไม่ได้โกรธจนสติหลุด แต่เขากำลัง 'เย็นชา' จนน่ากลัว
“คุณบอกว่าคืนนั้นไม่ได้มีแค่พวกเราที่อยู่ในบ้าน” ธามเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “แต่บันทึกในแฟ้มคดีระบุชัดเจนว่าบ้านทั้งหลังถูกล็อกตายจากด้านใน ไม่มีใครเข้า ไม่มีใครออก นอกจากครอบครัวของผม... ป้ากำลังจะบอกว่าตำรวจโกหก หรือป้ากำลังโกหกผมกันแน่”
ป้าสร้อยเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยวัยชราสั่นระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับจะรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ “ในคืนที่ไฟเริ่มลามเลียผ้าม่านห้องโถง ป้าเห็นเงา... ไม่ใช่เงาของมนุษย์ หรือถ้าใช่ มันก็ไม่ใช่เงาที่ควรจะมีตัวตนอยู่ในบ้านหลังนี้ ป้าเห็นคุณท่านยืนอยู่ตรงโถงบันได แต่เขายืนอยู่กับ... ‘สิ่งนั้น’”
รินรดาเผลอกลั้นหายใจ เธอเอื้อมมือไปแตะแขนธามเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่ธามกลับไม่สนใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนใบหน้าแทบจะชิดกับหญิงชรา
“สิ่งนั้นคืออะไร” ธามเค้นเสียง
“เป็นบางอย่างที่ถูกขังอยู่ในรอยจารึกใต้ถุนเรือน” ป้าสร้อยกระซิบ เสียงนั้นแผ่วเบาจนเหมือนลมหายใจ “แม่ของคุณท่านเคยเตือนเสมอว่าอย่าเปิดมัน อย่าอ่านสิ่งที่บรรพบุรุษสั่งให้ลบเลือน แต่คืนนั้น... พ่อของคุณธามเลือกที่จะเปิดมัน เพราะเขารู้ว่าถ้าไม่ทำ เขาก็ต้องสูญเสียทุกอย่างให้กับการล่มสลายของธุรกิจ สิ่งที่ป้าเห็นในคืนนั้นคือเปลวไฟที่ไม่ได้เป็นสีส้ม แต่มันเป็นสีน้ำเงิน... สีเดียวกับรอยสักปริศนาที่ข้อมือซ้ายของคุณธามในตอนนี้!”
ธามชะงักกึก เขาเลิกแขนเสื้อขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นรอยจารึกรูปอักขระแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยรู้ว่ามันมาจากไหน มันฝังลึกอยู่บนผิวหนังมาตั้งแต่จำความได้ ราวกับเครื่องหมายตราประทับแห่งพันธะสัญญาที่เขาไม่อาจหลีกหนี
“ผมไม่มีรอยสัก” ธามแย้ง แต่เมื่อมองลงไปที่ข้อมือ ความจริงก็กระแทกเข้ากลางใจ รอยนั้นเด่นชัด... และดูเหมือนมันจะขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิตอยู่ใต้ผิวหนัง
“มันไม่ได้อยู่บนตัวคุณมาแต่เกิดหรอกคุณธาม” ป้าสร้อยสะอื้น “มันถูกส่งผ่าน... เหมือนคำสาปที่รอวันเรียกคืน คืนนั้นท่านไม่ได้ตายเพราะไฟคลอก แต่ท่านตายเพราะ ‘ข้อแลกเปลี่ยน’ ที่ท่านทำไว้กับเงาในรอยจารึกนั้น”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเขามาจากมุมมืดของห้อง เธอหันขวับไปมองที่มุมอับสายตา แต่พบเพียงความว่างเปล่า ทว่าเมื่อเธอมองกลับมาที่ธาม สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
เงาของธามที่ทอดอยู่บนผนัง... มันไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของเขา
“ธาม... ระวัง!” รินรดาร้องเตือน
ทว่ามันสายเกินไป เสียงเคาะจังหวะประหลาดดังขึ้นจากใต้พื้นไม้ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของธามที่เต้นรัวแรงจนแทบระเบิด ประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับไอเย็นที่พัดโชยเข้ามาจนกระดาษบนโต๊ะปลิวว่อน
ทว่าผู้ที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้นไม่ใช่ใครที่พวกเขาคาดคิด
ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตา เขาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ธามจำได้ดีจากรูปถ่ายเก่าๆ ในตู้เซฟที่ถูกเผาทำลายไปนานแล้ว บุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน
“พ่อ?” ธามพึมพำ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง
ชายคนนั้นวางกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบพื้นดัง *ตึง* อย่างหนักแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง “ฉันรอให้แกเป็นคนเปิดมันมานานมากแล้ว... ธาม”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในปริศนาอันดำมืดนี้ไปกับผมครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ•ตอนที่ 9
ความลับที่ถูกปิดตาย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรกลเซลล์พิฆาต: นาโนบอทพลิกชะตามนุษยชาติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!