เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 9

ความสวยที่ทำเอาตะลึง

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เสียงกระซิบกระซาบในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาวเงียบลงทันที เมื่อบานประตูไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือผ้าไหมสีดำสนิท สายตานับร้อยคู่ภายในงานระดมมองไปยังจุดเดียวกัน บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวسเราะและเสียงชนแก้วคริสตัลกลับกลายเป็นความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง ทว่าสำหรับหลินเฟยแล้ว ความเงียบงันนี้คือเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในค่ำคืนนี้ ร่างระหงในชุดราตรีลองยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม ตัวชุดเป็นผ้าซาตินไหมอิตาลีสีดำสนิทปักประดับด้วยเพชรแท้ล้านเม็ดที่เล่นแสงไฟระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดวงดาวนับพันดวง รายละเอียดการตัดเย็บเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความทรงอำนาจ แผ่นหลังเนียนละเอียดถูกเปิดโล่งเผยให้เห็นผิวขาวราวน้ำนมตัดกับความมืดมิดของเนื้อผ้าอย่างไร้ที่ติ บนลำคอระหงสวมสร้อยเพชรน้ำงามจากคอลเลกชันจำกัดของแบรนด์ระดับโลกที่แม้แต่ภริยาท่านทูตยังต้องลอบกลืนน้ำลาย "นั่น... นั่นมันใครกัน?" เสียงอุทานเบาๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง "แต่งตัวราวกับราชินี... แต่หน้าตาคุ้นๆ นะ หรือว่าจะเป็น..." ซ่งอี้ที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่กลางกลุ่มนักธุรกิจหนุ่ม ชะงักกึกทันทีเมื่อหันมาเห็นใบหน้านั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแก้วเกือบหลุดจากมือ ร่างสูงโปร่งสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำและทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมาในหัว แต่วันนี้... ผู้หญิงคนนี้ไม่มีเค้าลางของความยากจนหรือความน่าสมเพชหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงรัศมีของความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่แผ่ออกมาจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก หลินเฟยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่คมกวาดมองฝูงชนที่เคยเหยียดหยามเธอด้วยสายตราบาปในอดีต ราวกับพวกเขากำลังมองดูฝุ่นผงใต้รองเท้าส้นสูงคริสตัลของเธอ "อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกท่าน... อ้อ ไม่สิ ดึกป่านนี้แล้ว คงต้องเรียกว่าราตรีสวัสดิ์สำหรับบางคนมากกว่านะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วห้องโถง สะกดทุกคู่สายตาให้ตรึงอยู่กับที่ ซ่งอี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างก้าวเข้ามาหาโดยอัตโนมัติราวกับถูกสะกดจิต "หลิน... เฟย? เธอ... เธอเอาเงินมาจากไหน? ชุดนี้... ชุดนี้มันราคาไม่ต่ำกว่าแปดหลักไม่ใช่เหรอ!" หลินเฟยหยุดเดิน ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้เคยเป็นอดีตคนรัก เธอเอียงคอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและขบขัน เหมือนกำลังมองดูตัวตลกที่พยายามเล่นละครบนเวทีที่ใหญ่เกินตัว "เงินเหรอคะ?" หลินเฟยหัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย,ยหยันจนซ่งอี้รู้สึกหน้าชา "แปลกจังนะคะ ทั้งที่เราคบกันมาตั้งหลายปี คุณถึงไม่เคยรู้เลยว่า... เงินจำนวนแค่แปดหลักเนี่ย สำหรับฉันมันเป็นแค่เศษเงินที่ใช้ซื้อกระดาษทิชชูเช็ดรองเท้าก็ยังได้เลยค่ะ" เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่ บรรดาไฮโซสาวที่เคยรุมกลั่นแกล้งเธอก่อนหน้านี้ต่างพากันหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับต้องรีบหลบสายตาเมื่อหลินเฟยปรายตามองผ่าน "เธอโกหก! เธอก็แค่ผู้หญิงตกอับที่ถูกฉันทิ้งไม่ใช่หรือไง!" ซ่งอี้เริ่มสติหลุด ความอับอายที่ถูกห้อมล้อมด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็นทำให้เขาหมดมาดคุณชายผู้ดี "ถูกทิ้ง?" หลินเฟยทวนคำ รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าคมคายยิ่งเด่นชัดขึ้น "คุณเข้าใจผิดมหันต์เลยค่ะ ซ่งอี้... ขยะที่ฉันเป็นคนโยนทิ้งลงถังขยะไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่า 'ถูกทิ้ง' กันคะ? หรือว่าสมองของคุณมันเสื่อมสภาพไปตามอายุขัยที่แก่ลงทุกวัน?" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องยนต์ทรงพลังก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอกอาคาร แรงลมจากการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ทำให้กระจกใสบานยักษ์ของห้องจัดเลี้ยงสั่นสะเทือน ทุกคนหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความตื่นตระหนก เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนลานดาดฟ้าของโรงแรมอย่างแม่นยำ ประตูห้องโดยสารเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวออกมาด้วยความมั่นคง คีย์ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกระแสลมแรง เส้นผมสีเข้มปลิวไสวเล็กน้อยตามแรงลม แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่หลินเฟยด้วยประกายความอบอุ่นและลุ่มลึกที่จดจ้องเพียงเธอผู้เดียว เขาก้าวเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงผ่านฝูงชนที่รีบถอยร่นเปิดทางให้อย่างหวาดกลัว ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างหลินเฟย พร้อมกับถือวิสาสะโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยความสนิทสนม "รอนานไหมครับที่รัก" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ขัดกับบรรยากาศรอบข้างที่เยือกเย็นจนน่ากลัว "ไม่นานค่ะคุณคีย์..." หลินเฟยเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "แค่จัดการกับสุนัขข้างถนนที่เห่าเสียงดังนิดหน่อยเองค่ะ" ซ่งอี้หน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด เมื่อตระหนักได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายหลินเฟยในตอนนี้ คือบุคคลที่แม้แต่ตระกูลซ่งของเขาก็ยังต้องก้มหัวให้ถึงพื้น คีย์ปรายตามองซ่งอี้เพียงแวบเดียว ราวกับกำลังมองมดปลวกไร้ค่า ก่อนจะหันไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะหายากจากกระเป๋าเสื้อสูท ยื่นให้กับผู้จัดการโรงแรมที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล "ค่าเสียหายทั้งหมดในค่ำคืนนี้... รวมถึงค่าทำความสะอาดอากาศที่เปื้อนกลิ่นอายของคนไร้ค่าพวกนี้ หักจากบัตรใบนี้ได้เลย ไม่จำกัดวงเงินครับ" เสียงรูดบัตรเครื่อง EDC ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนในที่นั้น... *ตื๊ด!* — การทำรายการอนุมัติสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ม่านหมอกโรแมนซ์
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%