กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่จงใจปล่อยออกมาให้ดังพอดีในระยะประชิด
"โอ๊ะ ตายจริง... ชุดนี้ของคุณหนูหลินดูคุ้นตาเสียจริงนะคะ เหมือนคอลเลกชันเก่าของปีมะรอมมะร่อที่ตกรุ่นไปจนห้างสรรพสินค้าเขาเลิกรับบริจาคแล้วเสียอีก หรือว่า... นี่จะเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณแม่ยอมตัดใจแบ่งให้ก่อนจะถูกยึดคฤหาสน์คะเนี่ย?"
เสียงหวานหยดย้อยของ 'ไป๋ลู่' นางเอกผู้แสนอ่อนหวานและบริสุทธิ์ผุดผ่องในสายตาของคนทั้งงานดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดานั้น จงใจก้าวเข้ามาใกล้ เพื่อขับเน้นให้เห็นความแตกต่างระหว่างความหรูหราอลังการของเธอ กับชุดเดรสสีดำเรียบง่ายที่หลินเฟยสวมใส่—แม้จะเป็นผ้าไหมเนื้อดีที่สั่งตัดพิเศษจากมิลาน แต่ในสายตาของฝูงชนผู้หิวกระหายความตลกขบขัน มันคือสัญลักษณ์ของความตกอับ
รอบตัวพวกเขามีสายตานับร้อยคู่จับจ้อง บางคนซุบซิบ บางคนหัวเราะคิกคักรอชมความอับيของอดีตคุณหนูตระกูลหลินที่บัดนี้เหลือเพียงตัวคนเดียว
ซ่งอี้ อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้ผันตัวไปซบตักไป๋ลู่ ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีเหนือกว่า ดวงตาคมกริบมองหลินเฟยด้วยความสมเพชเวทนาที่เจือปนความเย่อหยิ่ง "หลินเฟย... เธอควรจะขอบคุณไป๋ลู่เสียด้วยซ้ำที่ยังอุตส่าห์ทักทายคนตกอับอย่างเธอ งานเลี้ยงระดับไฮโซแบบนี้ ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าภาษีสังคมหรอกนะ กลับไปเสียเถอะ ก่อนที่ฉันจะต้องเรียก รปภ. มาเชิญเธอออกไปให้ขายหน้าไปมากกว่านี้"
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูเงียบลงถนัดตา ทุกคนรอคอยปฏิกิริยาของหลินเฟย
พวกเขารอคอยน้ำตา ความโกรธเกรี้ยว หรือท่าทีลนลานวิ่งหนีออกไปด้วยความอัปยศอดสูเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัว
หลินเฟยไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและคมกริบราศีกษัตริย์ เธอก้มลงมองแก้วแชมเปญในมือของไป๋ลู่ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดหวั่น
"เสื้อผ้าที่ตกรุ่น... ยังไงเสียก็ยังดีกว่าคนที่ 'สันดานตกรุ่น' จนต้องคอยแย่งของเหลือเดนจากคนอื่นไม่ใช่หรือคะ คุณหนูไป๋?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ รอยยิ้มของไป๋ลู่แข็งค้างทันที ดวงตากลมโตคู่เดิมสั่นระริกด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดดำมืดในอดีต
"เธอ!... หลินเฟย ปากคอเราะร้ายขึ้นเป็นกองเลยนะคะ สงสัยจะเครียดเรื่องหนี้สินจนสติเพี้ยนไปแล้วล่ะสิซ่งอี้ ดูเธอสิคะ พูดจาไม่น่ารักเอาเสียเลย" ไป๋ลู่รีบหันไปออดอ้อนชายหนุ่มข้างกายทันที ซ่งอี้ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเท้าเข้ามาหมายจะต่อว่าหญิงสาวให้สาสม
ทว่า ก่อนที่ฝ่ามือของซ่งอี้จะได้ยกขึ้นชี้หน้า หลินเฟยก็ขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความกดดันบางอย่างจากตัวเธอทำให้ชายหนุ่มชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว
จังหวะนั้นเอง... เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าประตูหลักของงาน
"รบกวนถอยหน่อยครับ พอดีผมเกรงว่าอากาศแถวนี้มันจะสกปรกเกินกว่าที่คนระดับภรรยาผมควรจะสูดดม"
ทุกลมหายใจในห้องโถงราวกับถูกกระชากหายไปชั่วขณะ
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสลักแต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าแผ่รังสีคุกคามที่ทำให้มหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองยังต้องก้มหน้าหลบสายตา
คีย์... ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของตลาดการเงินโลก และเป็นผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนี้ ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
หลอดไฟระย้าคริสตัลนับพันดวงส่องกระทบเรือนร่างของเขา แต่สิ่งที่สะดุดตาทุกคนยิ่งกว่าคือสายตาที่คีย์มองหลินเฟย—มันไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจผู้เย็นชา แต่มันคือความลุ่มหลง หวงแหน และทะนุถนอมราวกับเธอคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล
คีย์เดินตรงดิ่งเข้าไปหาหลินเฟย ไม่สนใจสายตาตกตะลึงนับร้อยคู่ เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวบางของเธอขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างแผ่วเบา ต่อหน้าธารกำนัล
"ขอโทษที่มาช้านะคะ ที่รัก... พอดีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวต้องจอดเติมน้ำมันพิเศษนิดหน่อย เรื่องน่ารำคาญพวกนี้... ให้สามีจัดการเองดีไหมคะ?"
คำว่า 'ภรรยา' และ 'สามี' หลุดออกมาจากปากของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตานองหญิงใด ทำให้ไป๋ลู่หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ส่วนซ่งอี้ถึงกับอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
หลินเฟยแย้มรอยยิ้มเย้ายวน เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาคนที่เคยเหยียดหยามเธอทีละคน ก่อนจะกระซิบตอบคีย์ด้วยเสียงที่ดังพอให้รอบข้างได้ยินชัดเจน
"จัดการได้เลยค่ะ ที่รัก... พอดีฉันอยากเปลี่ยนบรรยากาศงานเลี้ยงน่าเบื่อนี้ ให้กลายเป็นงานฉลุดกรรมสักหน่อยพอดี"
คีย์พยักหน้ารับอย่างตามใจ เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆ ด้านหลัง รปภ. ในชุดสูทดำนับสิบคนก้าวพรวดพราดเข้ามาล้อมรอบพื้นที่จัดงานทันที พร้อมกับที่ผู้จัดการโรงแรมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโค้งคำนับจนหัวแทบชนพื้น
"ทะ... ท่านประธานคีย์! ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้รับใช้หรือครับ ทางเรา..."
"ไม่ต้องรับใช้อะไรฉันหรอก..." คีย์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดุจใบมีดโกน "แค่ช่วยไล่ 'แขกไร้มารยาท' กลุ่มนี้ออกไปให้พ้นสายตาภรรยาฉัน แล้วก็... ช่วยเช็คบิลค่าเสียหายทั้งหมดของค่ำคืนนี้ลงในบัญชีส่วนตัวของตระกูลซ่งด้วย เพราะฉันจะซื้อโรงแรมนี้ทิ้งเพื่อทำเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวแทน!"
สิ้นเสียงประกาศนั้น... ความเงียบงันระดับป่าช้าก็เข้าปกคลุมห้องโถงทันที
ซ่งอี้หน้าถอดสีเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนไป๋ลู่กรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความสติแตกเมื่อรู้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดของเธอกำลังจะถูกกวาดล้างในชั่วพริบตา
หลินเฟยปรายตามองอดีตคู่หมั้นด้วยรอยยิ้มสมเพช ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบการ์ดสีดำสนิทประดับเพชรแท้จากกระเป๋าเสื้อของคีย์ มาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์
"อุ๊ย... ตายจริง มือลั่นรูดวงเงินเล่นไปสักพันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อซื้อหุ้นใหญ่ของบริษัทคุณซ่งเมื่อกี้... จะถือเป็นการรบกวนเวลาสนุกของคุณหรือเปล่าคะ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจในครั้งนี้นะคะ
--- ม่านหมอกโรแมนซ์ ---
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 8
งานเลี้ยงที่น่าเบื่อ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!