"ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากตาย"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอยลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาไม่ได้ทำให้หลินเฟยรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับยิ่งทวีความเย้ายวนและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ในเสี้ยววินาทีที่เงาร่างมหึมาของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำพุ่งทะลุประตูระเบียงเข้ามาพร้อมมีดสั้นประกายแสงวาบ หลินเฟยไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีมรกต จิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ อย่างใจเย็น ราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูกมากกว่าเผชิญหน้ากับฆาตกรมืออาชีพ
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างของมือสังหารจะลอยละลิ่วกระแทกเข้ากับชั้นวางหนังสือราคาแพงจนเศษไม้กระจายเกลื่อน คีย์ก้าวเท้าเข้ามาทางระเบียงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างของเขาเปียกชื้นด้วยละอองฝนยามค่ำคืน แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองหลินเฟยด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
"คุณเล่นกับไฟเกินไปแล้วนะคะ หลินเฟย" คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้มือสังหารที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นถึงกับตัวสั่นเทา
"ไฟเหรอคะ?" หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าบาดลึก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ "ฉันไม่ได้เล่นกับไฟค่ะ... ฉันคือคนที่จะเผาอาณาจักรของพวกมันให้ราบคาบต่างหาก"
เธอก้มลงมองมือสังหารที่นอนกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ปลายรองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงเหยียบลงบนหลังมือของมันเบาๆ ออกแรงบดขยี้เพียงเล็กน้อยจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นกรอบ แต่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากปากของชายฉกรรจ์ผู้นั้น นอกจากความหวาดกลัวที่ฉายชัดในดวงตา
"กลับไปบอกนายท่านของคุณนะคะ... ว่าของขวัญต้อนรับที่ส่งมาเมื่อครู่ ฉันรับไว้ด้วยความเต็มใจ" หลินเฟยกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าชวนฝัน แต่แววตากลับไร้ซึ่งความปรานี "และเตรียมตัวรับดอกเบี้ยคืนจากฉันได้เลย"
เพียงแค่เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณ คีย์ก็โบกมือเพียงครั้งเดียว บอดี้การ์ดในชุดสูทนับสิบก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับภูตผีที่หลุดออกมาจากความมืด พวกเขาจัดการลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของมือสังหารออกไปอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายความตายจางหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูที่อบอวลอยู่รอบตัวหลินเฟย
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของเธอก็แผדเสียงกังวานขึ้น
[ติ๊ง! ตรวจพบความสำเร็จในการเผชิญหน้าและจัดการภัยคุกคามระดับ A]
[ระบบทำการปลดล็อกของขวัญพิเศษประจำวัน: รถยนต์ไฮเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition คันเดียวในโลก 'Phantom Eclipse V12']
[ทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่บัญชีชื่อของท่านอย่างถูกกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ยานพาหนะกำลังรอท่านอยู่ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นดาดฟ้า]
หลินเฟยยกยิ้มมุมปาก รถคันที่แพงที่สุดในประเทศอย่างนั้นหรือ? ดีลเลอร์ระดับท็อปยังต้องต่อคิวรอเป็นปี แต่สำหรับเธอ แค่ดีดนิ้วทุกอย่างก็สยบแทบเท้า
"ไปกันเถอะค่ะ คีย์" หลินเฟยหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ "ฉันอยากไปลองขับของเล่นชิ้นใหม่เสียหน่อย"
คีย์ไม่ได้เอ่ยคัดค้าน เขายื่นแขนให้เธอเกาะด้วยความสุภาพ แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง แม้ว่าเธอจะต้องการดวงดาวบนท้องฟ้า เขาก็พร้อมจะคว้ามันมาให้
เมื่อลิฟต์แก้วส่วนตัวพาทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้า ลมหนาวโชยปะทะใบหน้าทันทีที่ประตูเปิดออก ภาพตรงหน้าทำให้แม้แต่หลินเฟยยังต้องกะพริบตาปริบๆ ด้วยความทึ่ง
กลางลานจอดกว้าง ท่ามกลางแสงไฟนีออนระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน 'Phantom Eclipse V12' จอดสงบนิ่งอยู่บนพื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวถังสีดำสนิทเหลือบประกายมุกสีม่วงเข้มสะท้อนแสงไฟราวกับอัญมณีต้องคำสาป ดีไซน์ล้ำอนาคตที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความดุดันทำให้มันดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบรอเวลาตะครุบเหยื่อ มูลค่าของมันสูงเสียจนสามารถซื้อคฤหาสน์หรูทั้งหลังได้สบายๆ แต่ตอนนี้มันกลับเป็นของเธออย่างไร้เงื่อนไข
กุญแจรถฝังเพชรเม็ดโตถูกส่งมาอยู่ในมือเธอจากระบบอัจฉริยะ หลินเฟยสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของอำนาจและความร่ำรวยแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว
ซ่งอี้... อดีตคู่หมั้นจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำเธอและครอบครัวเพื่อไต่เต้าไปสู่ความมั่งคั่ง ตอนนี้เขากำลังจัดงานเลี้ยงฉลองการเปิดตัวบริษัทใหม่ร่วมกับตระกูลใหญ่ในย่านใจกลางเมือง และเธอก็ตั้งใจจะขับรถคันนี้พุ่งชนประตูงานเลี้ยงของมันให้พังยับเยินด้วยมือของเธอเอง
หลินเฟยเปิดประตูกรรไกรของไฮเปอร์คาร์ก้าวเข้าไปนั่งในเบาะหนังแท้กลิ่นหอมกรุ่น นิ้วเรียวยาวกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
*ตูมมมมม—!*
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วฟากฟ้า ราวกับเสียงคำรามของพญามารที่ตื่นจากการหลับใหล แรงสั่นสะเทือนสะท้อนถึงหัวใจของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น คีย์ยืนมองเธอจากด้านข้างด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนที่เขาจะเดินไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อบินประกบและคุ้มกันเธอจากเบื้องบน
หลินเฟยเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากลานจอดดาดฟ้าด้วยความเร็วสูง รถหรูพุ่งทะลุผ่านม่านราตรีลงสู่ท้องถนนเบื้องล่าง เป้าหมายคือโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวที่ซ่งอี้กำลังยิ้มหน้าระรื่นรอรับคำชมจากสังคมชั้นสูง
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเหยียบมิดไมล์เพื่อมุ่งหน้าไปตบหน้าพวกมันให้หน้าชา หน้าจอระบบนำทางหน้ารถกลับดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ!
แสงไฟภายในรถกะพริบเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีนอย่างกะทันหัน—
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบสัญญาณรบกวนภายนอก... เส้นทางที่ท่านกำลังมุ่งหน้าไป ไม่ใช่สถานที่จัดงานของซ่งอี้ แต่เป็น 'หลุมพราง' ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับท่านโดยบุคคลปริศนาที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของท่านในชาติก่อน]
ดวงตากลมโตของหลินเฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นค่อยๆ เลือนหายไปจากริมฝีปาก เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่เบาะข้างๆ แผดเสียงกรีดร้องขึ้น พร้อมกับเบอร์โทรเข้าที่ไม่แสดงตัวตน แต่กลับมีเสียงลมหายใจคุ้นเคยกระซิบแผ่วเบามาจากปลายสาย—
"ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ... ที่รัก ฉันรอเธอมานานเหลือเกิน"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" มาโดยตลอดนะคะ!)
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 7
ของขวัญจากระบบ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!