"ขอโทษทีนะคะที่ต้องขัดจังหวะ แต่พอดีฉันนำหมายศาลอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคุณมาส่งมอบ... ให้ถึงมือด้วยตัวเองค่ะ"
ซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีกลางห้องประชุมใหญ่ เสียงกระทบพื้นผิวดัง *ปึก* หนักหน่วงราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางหน้าอกของทุกคนในห้อง โดยเฉพาะซ่งอี้... อดีตคู่หมั้นจอมปลอมที่เคยตบหน้าปฏิเสธความสัมพันธ์ของเธออย่างไร้เยื่อใยเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกโพ้างłสท้อนภาพหญิงสาวในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
หลินเฟยกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมของบริษัท 'ซ่ง กรุ๊ป' อาณาจักรธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามครอบครัวของเธอจนต้องจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความอับي
"คุณ... คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะหลินเฟย!" ซ่งอี้ผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดังลั่น มือที่ชี้มาทางเธอกำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน "นี่มันเรื่องบ้าอะไร! หมายศาลบ้าอะไรกัน! ตระกูลซ่งของเรามีรากฐานมั่นคงระดับประเทศ เธอเป็นแค่ผู้หญิงตกอับ ไม่มีทางที่จะ..."
"ไม่มีทางงั้นเหรอคะ?" หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจมหาศาลดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ส้นสูงสีดำสนิทกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของเขา
เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของซ่งอี้ด้วยท่าทางสบายๆ แต่อีกฝ่ายกลับตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี
"ตระกูลซ่งที่มั่นคงของคุณ กำลังจะกลายเป็นอดีตภายในสาม... สอง... หนึ่ง... นาทีนี้ค่ะ"
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่เลขาฯ ส่วนตัวของเธอจะเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทที่แสดงตัวเลขและกราฟฟิกการเงินสีแดงฉาน ซึ่งกำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความเร็วสูง
"เรียนท่านประธานหลินค่ะ ทางตลาดหลักทรัพย์อนุมัติคำสั่งซื้อหุ้นล็อตใหญ่ที่สุดในกระดานเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้เราถือครองหุ้นของ 'ซ่ง กรุ๊ป' เกินกว่าร้อยละ 51 เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะคุณเฟย"
เสียงรายงานที่ชัดถ้อยชัดคำเปรียบเสมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ลงกลางห้องประชุม ซ่งอี้ทรุดฮวบลงไปกองกับเก้าอี้ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! หุ้นของซ่ง กรุ๊ป มูลค่าตั้งเท่าไหร่! เธؤ... เธอเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น!" ซ่งอี้ตะโกนลั่นอย่างคนเสียสติ พยายามคว้าเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาดูแต่ก็มือไม้อ่อนจนทำมันร่วงกระจายเต็มพื้น
หลินเฟยย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของอดีตคู่หมั้นจอมโลภขึ้นมาบังคับให้สบตาเธอ ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่า เย็นชา และสะใจอย่างที่สุด
"เงินจากไหนน่ะเหรอคะ? ก็มาจากเงินที่คุณเคยหัวเราะเยาะฉัน ว่าเป็นเศษเงินที่ไม่มีค่าไงคะซ่งอี้" เธอยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "จำได้ไหมคะที่คุณเคยบอกว่า ผู้หญิงอย่างฉันต่อให้ทำงานทั้งชีวิตก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาในตึกนี้... น่าเสียดายนะคะ ตอนนี้ฉันไม่ได้แค่เหยียบเข้ามา แต่ฉันเป็น 'เจ้าของ' ที่มีสิทธิ์ไล่คุณออกไปพ้นบริษัทนี้ต่างหากล่ะคะ"
"เธอ... อีปีศาจ!" ซ่งอี้คำรามด้วยความเคียดแค้นสุดขีด พยายามเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหญิงสาวเพื่อระบายความอัปยศ
ทว่า...
*หมับ!*
ข้อมือของซ่งอี้ถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาของใครบางคนที่มีแรงบีบมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาบังร่างของหลินเฟยไว้ในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาและดุดันยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก แค่เพียงปรายตามอง ซ่งอี้ก็รู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็นมดปลวกที่พร้อมจะถูกบดขยี้ให้แหลکคามือได้ทุกเมื่อ
"มือสกปรกๆ ของแก... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเฉียด ภรรยา ของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ คีย์ ปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนในห้อง เขาใช้มืออีกข้างหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาเช็ดมือราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก ก่อนจะทิ้งมันลงบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย
หลินเฟยแย้มยิ้มบางๆ ให้กับชายหนุ่มที่คอยยืนเคียงข้างเธอเสมอมา คีย์ส่งสายตาอ่อนโยนกลับมาให้เธอก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับการ์ดชุดสูทสีดำด้านนอกที่กรูเข้ามาคุมตัวคณะผู้บริหารของซ่ง กรุ๊ป ทั้งหมด
"เชิญพวกคุณออกจากบริษัทของ 'ภรรยาผม' ได้แล้วครับ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าขัดขืน
ซ่งอี้ถูกลากตัวออกไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี เสียงโวยวายและร้องขอความเมตตาค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความหวาดกลัวที่ปกคลุมไปทั่วห้องประชุม หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก1 เพื่อซึมซับความหอมหวานแห่งชัยชนะ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะหันไปขอบคุณคีย์ เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอกลับสั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*Rrrrr...*
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่กลับมีรหัสพื้นที่ที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาด หลินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะกดรับสาย
"ฮัลโหลค่ะ?"
("สวัสดีค่ะคุณหลินเฟย... หรือควรจะเรียกว่า 'ทายาทคนสุดท้ายแห่งตระกูลที่สาบสูญ' ดีคะ?") ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นและอันตรายอย่างยิ่งยวด ("เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่กับซ่งอี้ มันเป็นแค่การละเล่นเด็กๆ เท่านั้นเองนะคะ... สนใจมาฟังความจริงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งฆ่าพ่อแม่ของคุณเมื่อสิบปีก่อน ไหมล่ะคะ?")
หัวใจของหลินเฟยกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังในพริบตาเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวของหลินเฟยในตอนนี้นะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 22
ซื้อหุ้นใหญ่ของบริษัทศัตรู
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!