กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นที่ลอยวนอยู่ใกล้ต้นคอ ไม่ใช่กลิ่นของความอันตราย หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยที่หลินเฟยคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือเรียวยาวทิ้งน้ำหนักลงบนอกเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างรู้จังหวะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา
"มาช้าไปสามวินาทีนะคะ คุณคีย์" หลินเฟยเอ่ยกระซิบเสียงเบา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากขณะที่สายตายังคงจดจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่บนโต๊ะทำงาน
"พอดีเฮลิคอปเตอร์ต้องบินฝ่ากระแสลมเหนือน่านฟ้าเขตตะวันตกนิดหน่อยค่ะ แต่เพื่อคุณแล้ว ต่อให้ไกลแค่ไหน ฉันก็มาทันเวลาเสมอ" เสียงทุ้มนุ่มกระซิบตอบชิดใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่วางทับลงบนหลังมือของเธอเพื่อช่วยกดปุ่มเมาส์
หน้าจอเบื้องหน้าปรากฏหน้าต่างระบบสีดำสนิท—หน้าต่างควบคุมเครือข่ายข้อมูลลับที่เธอซื้อมาจาก 'ระบบมหาศาล' ด้วยแต้มความสะใจที่สะสมไว้จากการตบหน้าซ่งอี้และกลุ่มทุนตระกูลหลี่ในงานประมูลครั้งก่อน ข้อมูลการทุจริต ยอดเงินใต้โต๊ะ และเส้นทางการฟอกเงินของบริษัทคู่แข่งถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ รอเพียงคำสั่งเดียวเพื่อกระจายออกสู่ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียพร้อมกันในเสี้ยววินาที
"พวกเขาคิดว่าการบล็อกข่าวในสำนักพิมพ์หลักจะช่วยปิดปากฉันได้สินค้านะคะ ช่างไรเดียงสาเสียจริงยุคสมัยนี้" หลินเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจเบ็ดเสร็จ
"งั้นก็... เริ่มการแสดงได้เลยค่ะ" คีย์กระซิบกระเส่า พร้อมกับขยับนิ้วเรียวของเขาช่วยเธอกดคลิกยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย
*คลิก!*
เพียงชั่วพริบตาเดียว เซิร์ฟเวอร์ของระบบก็เริ่มทำงาน ข้อมูลหลักสิกข์ เอกสารลับทางราชการ คลิปเสียงการเจรจาต่อรองสินบนระหว่างผู้บริหารระดับสูงของคู่แข่งกับเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกอัปโหลดขึ้นสู่แพลตฟอร์มยอดฮิตนับร้อยแห่งพร้อมระบบดันฟีดอัตโนมัติที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่ากองบรรณาธิการสำนักข่าวใดๆ ในประเทศ ไม่ถึงสามนาที แฮชแท็กหัวข้อ `#ทุจริตลวงโลก` และ `#เปิดโปงหน้ากากคนดี` ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนเทรนด์โลกอย่างไร้ทางต้านทาน
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของหลินเฟยเริ่มสั่นระรัว มันแผดเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับจะระเบิด หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าที่ไม่ขาดสาย ทั้งจากบรรณาธิการสำนักข่าวชื่อดัง ทนายความประจำตระกูลคู่แข่ง และที่ขาดไม่ได้คือ... ซ่งอี้ อดีตคู่หมั้นจอม
หลินเฟยปรายตามองหน้าจอที่สว่างวาบด้วยชื่อของชายหนุ่มผู้นั้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดรับสายอย่างไม่รีบร้อน แล้วเปิดลำโพงให้เสียงโวยวายดังลั่นห้อง
*(หลินเฟย! เธอat มันบ้าอะไรกัน! ถอดคลิปพวกนั้นออกเดี๋ยวนี้! เธอรู้ไหมว่ามันทำให้หุ้นของบริษัทดิ่งเหวไปเท่าไหร่แล้ว!)เสียงของซ่งอี้ตึงเครียดและหอบสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ปลายสายเต็มไปด้วยเสียงกระหน่ำทุบโต๊ะและเสียงโกลาหลราวกับนรกแตก*
หลินเฟยยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ดื่มด่ำกับรสชาติหอมละมุนของชาอู่หลงชั้นดี ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใย
"ดิ่งเหวแค่นั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำนะคะ ซ่งอี้ คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าความพินาศที่คุณเคยหยิบยื่นให้ฉันในอดีต มันเจ็บปวดกว่านี้อีกกี่เท่า"
*(เธอ... เธอคิดจะทำลายฉันจริงๆ งั้นเหรอ? เราเคยรักกันนะหลินเฟย!)น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนแกแกมขู่กรรโชกในคราวเดียวกัน*
"ความรัก?" หลินเฟยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเยียบเย็นจนน่ากลัว "คำนั้นมันราคาถูกเกินกว่าจะเอามาพูดกับคนอย่างคุณค่ะ และอีกอย่าง... อย่าลืมเช็คยอดเงินในบัญชีบริษัทของคุณดูนะคะ ว่าตอนนี้มันเหลือศูนย์บาทถ้วนหรือยัง"
เธอตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งของอีกฝ่าย นิ้วเรียวปัดหน้าจอเพื่อดูสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลชุดใหม่จากระบบกำลังรายงานผลการอายัดทรัพย์สินและการเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของคู่แข่งโดยเจ้าหน้าที่ปราบปรามการทุจริตแบบเรียลไทม์ ความพินาศที่เธอวางแผนไว้กำลังเบ่งบานงดงามราวกับดอกไม้แห่งความแค้นที่รดด้วยหยาดเหงื่อและอำนาจเงิน
คีย์มองดูใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและทึ่งในคราวเดียวกัน เขารินชาเติมให้เธออย่างเบามือ "คุณนี่... ร้ายกาจขึ้นทุกวันเลยนะคะ หวานใจของฉัน"
"เขาเรียกMการเอาคืนที่สมศักดิ์ศรีต่างหากล่ะคะ" หลินเฟยหันไปสบตาคมกริบของชายหนุ่ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่เกมนี้ยังไม่จบแค่นี้หรอกค่ะ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แขกไม่ได้รับเชิญคนสำคัญคงจะมาเคาะประตูห้องทำงานฉันแล้ว"
สิ้นเสียงของเธอ ประตูบานใหญ่ห้องทำงานส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์—พ่อเลี้ยงของซ่งอี้—ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเขียวคล้ำและดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาจ้องมองหลินเฟยด้วยรังสีอำมหิต พร้อมกับลูกน้องชุดดำอีกสี่คนที่ยืนดักซุ่มอยู่ที่หน้าประตู
"นังเด็กสารเลว! แกกล้ามากนะที่กล้าเล่นเกมสกปรกแบบนี้!" ชายวัยกลางคนตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลั่นวาจาด้วยความเกรี้ยวกราด "คิดว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำลายตระกูลหลี่ได้หรือไง วันนี้ถ้าแกไม่เซ็นชื่อถอนฟ้องและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนั้นให้ฉัน แกไม่ได้ออกไปจากที่นี่แน่!"
หลินเฟยไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม วางแก้วชาลงบนจานรองด้วยเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงประสาทสัมผัสของทุกคนในห้อง
เธอยกยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองชายร่างใหญ่ที่ยืนขวางประตูอยู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบแต่ทรงพลัง "ลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวสคะ แล้วคุณจะได้รู้ว่านรกบนดินที่แท้จริง... หน้าตาเป็นอย่างไร"
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นเหนืออาคารสำนักงาน กระจกใสบานยักษ์ของห้องทำงานสั่นสะเทือนตามแรงลม พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องเข้ามาภายในห้อง ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ถูกล็อกไว้ตลอดกาลกลับเปิดออกอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทราคาแพงระยับนับสิบชีวิตที่ก้าวเดินออกมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
และตรงกลางแถวคือร่างสูงสง่าของชายหนุ่มอีกคน—ผู้ทรงอำนาจระดับท็อปของประเทศที่ไม่มีใครกล้าต่อกร—ผู้ซึ่งกุมชะตากรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดไว้ในกำมือ และเขากำลังเดินตรงมาหยุดอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของหลินเฟย พร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลฉบับล่าสุดที่ประทับตราสีแดงฉาน
"ขอโทษทีนะคะที่ต้องขัดจังหวะ แต่พอดีฉันนำหมายศาลอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคุณมาส่งมอบ... ให้ถึงมือด้วยตัวเองค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ! — ม่านหมอกโรแมนซ์
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 21
ใช้ระบบทำลายชื่อเสียง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!