เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 17

นางร้ายที่น่าเกรงขาม

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เสียงกระดาษนับร้อยแผ่นที่ถูกพลิกเปิดด้วยความเร็วจากปลายนิ้วของเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ฟังดูคล้ายเสียงฝนที่กำลังตกลงมาซัดสาดใส่หลังคาโครงสร้างบ้านที่ผุพัง—และในที่นี้ บ้านที่กำลังพังทลายลงมาจนไม่เหลือชิ้นดี ก็คือตระกูลซ่งผู้เคยผยองเดชเหนือวงการธุรกิจมานานหลายทศวรรษ ซ่งอี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง สีหน้าที่เคยหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยหลินเฟยเมื่อสิบนาทีที่แล้ว บัดนี้บิดเบี้ยวซีดเผือดจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองหมายศาลที่ประทับตราแดงฉานในมือของชายชุดดำอย่างคนเสียสติริมฝีปากสั่นระริกจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่พยางค์เดียว "มะ... ไม่จริง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! พวกคุณเอาอำนาจอะไรมาอายัดทรัพย์สินของบริษัทผม! หุ้นในมือผมตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์นะ!" ซ่งอี้แผדเสียงคำรามออกมาด้วยความเคียดแค้นผสมความหวาดกลัวสุดขีด เขาดิ้นรนพยายามจะลุกขึ้นคว้าเอกสารเหล่านั้น แต่กลับถูกชายชุดดำเพียงคนเดียวใช้มือข้างเดียวกดไหล่ไว้ ราวกับภูเขาทั้งลูกทับลงมาจนเขาขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย หลินเฟยยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม ร่างเพรียวระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีขาวสะอาดตาขับเนศความสง่างามเยือกเย็น เธอยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางเล่นเบาๆ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าเป็นเพียงฉากละครสัตว์ราคาถูกที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเธอเลยแม้แต่น้อย "อำนาจเหรอคะคุณซ่ง..." หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เธอกวาดสายตาคมกริบมองอดีตคู่หมั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเธอสารพัด "ก่อนที่คุณจะถามหาอำนาจจากคนอื่น ช่วยกรุณาหันไปดูบัญชีลับที่คุณแอบยักยอกเงินของบริษัทในเครือไปล้างหนี้การพนันที่มาเก๊าก่อนดีกว่าไหมคะ?" สิ้นเสียงหวานใสแต่น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของหลินเฟย บรรดาผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริหารที่นั่งตัวลีบอยู่รอบโต๊ะต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตกตะลึง พวกเขาหันไปมองซ่งอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที จากความเกรงใจกลายเป็นความรังเกียจและหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าไฟบรรลัยกัลป์ที่กำลังเผาผลาญตระกูลซ่งจะลามมาถึงตัวพวกเขาเองด้วย "คุณ... คุณรู้เรื่องบัญชีลับนั้นได้ยังไง!" ซ่งอี้หันขวับมามองหน้าหลินเฟย ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกพล่าน ความลับที่เขาซ่อนไว้เป็นอย่างดี แม้แต่พ่อแท้ๆ ของเขายังไม่รู้ ทำไมผู้หญิงที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับเศษขยะถึงล่วงรู้ทุกย่างก้าวของเขาได้ละเอียดลออฟราวกับไปนั่งอยู่ในหัวใจ หลินเฟยเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นนิดเป็นรอยยิ้มหยันที่สวยงามแต่เย็นชาถึงกระดูกดำ "โลกใบนี้ไม่มีความลับหรอกค่ะคุณซ่ง... โดยเฉพาะความลับที่ถูกซื้อมาด้วยเงินมูลค่าหลายพันล้าน" เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับสาบเสื้อให้เรียบร้อยด้วยท่าทางเย่อหยิ่งโดยธรรมชาติ ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ตอนนี้หมดสภาพคุกเข่าอยู่แทบเท้าเธอ "คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่า การที่คุณทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งในวันที่เธอกำลังตกต่ำที่สุด แล้ววิ่งไปซุกตัวอยู่ใต้กระโปรงของคุณหนูตระกูลใหญ่ จะทำให้คุณปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดได้ตลอดไป?" ซ่งอี้ตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ความกดดันมหาศาลจากบรรยากาศรอบตัวหลินเฟยทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบลำคอเขาไว้แน่น ผู้หญิงตรงหน้าในตอนนี้ไม่ใช่หลินเฟยคนเดิมที่ยอมก้มหัวให้เขาอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกลายเป็น 'ราชินี' ผู้กุมชะตาชีวิตและลมหายใจของคนตระกูลซ่งไว้ทั้งหมดในกำมือ "หลินเฟย... ฉัน... ฉันขอร้อง..." เสียงของซ่งอี้ขาดห้วง เขาละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี พยายามจะเอื้อมมือไปแตะชายกระโปรงสูทของเธอเพื่อขอความเมตตา "เราเคย... เคยรักกันนะ ขอร้องล่ะ ช่วยยกโทษให้ฉันสักครั้ง..." *เพี๊ยะ!* เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องประชุม ไม่ใช่ฝ่ามือของหลินเฟย แต่เป็นมือของประธานอาวุโสแห่งตระกูลซ่ง—พ่อแท้ๆ ของซ่งอี้ที่เพิ่งถูกพยุงเข้ามาในห้องด้วยสภาพลมจับ ใบหน้าชราภาพสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและสิ้นหวัง "แก! ไอ้ลูก1รยชั่ว! แกทำลายตระกูลของเราจนไม่เหลืออะไรแล้ว!" ผู้เป็นพ่อตบซซ่งอี้ซ้ำอีกครั้งจนมุมปากแตกมีเลือดไหลซึม ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหลินเฟยด้วยความอัปยศอดสู "คุณหนูหลิน... ได้โปรด... เมตตาตระกูลซ่งของเราด้วยเถفرครับ เรายอมจำนนทุกอย่างแล้ว ขอแค่ปล่อยให้พวกเรามีทางเดิน..." หลินเฟยปรายตามองสองพ่อลูกที่กราบกรานอยู่แทบเท้าด้วยแววตาไร้ความรู้สึก ความเมตตาเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปที่จะหยิบยื่นให้แก่คนที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นให้จมดิน "ทางเดินเหรอคะ?" หลินเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ "วันที่ฉันถูกพวกคุณขับไล่ออกจากตระกูลโดยไม่มีแม้แต่เงินติดตัวสักบาท... พวกคุณเคยเผื่อแผ่ทางเดินให้ฉันบ้างไหมคะ?" คำถามนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวของหลินเฟยในเวลานี้ ทำให้ผู้มีอิทธิพลหลายคนในแวดวงธุรกิจตระหนักได้ทันทีว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชื่อของ 'หลินเฟย' จะกลายเป็นเขตอันตรายสูงสุดที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาล้ำเส้นอีกต่อไป ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของหลินเฟยก็สั่นครืดคราดขึ้นทำลายความเงียบ เธอยกมันขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายโดยไม่ละสายตาจากสองพ่อลูกที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยาก "ครับคุณเฟย..." เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของคีย์ดังลอดออกมาจากลำโพงเบาๆ แต่ชัดเจนพอที่จะได้ยินกันทั่วทั้งห้อง "เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วครับ และตอนนี้... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่กำลังพยายามเดินทางมาที่บริษัทของคุณโดยอ้างคำสั่งจาก 'เบื้องบน'—คุณจะให้ผมจัดการส่งพวกเขากลับนรก หรือจะให้ผมพาคุณบินหนีไปทานมื้อค่ำที่ปารีสก่อนดีครับ?" หลินเฟยยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "ส่งพวกเขากลับนรกไปก่อนค่ะคุณคีย์..." หลินเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ส่วนฉัน... คงต้องขอเคลียร์บัญชีกับคนที่เหลือให้เรียบร้อยเสียก่อน... อ้อ เตรียมบัตรเครดิตดำของคุณไว้ด้วยนะคะ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอยากจะซื้อตึกสำนักงานใหญ่ของตระกูลซ่งมาทำเป็นที่จอดเฮลิคอปเตอร์เล่นเสียหน่อยค่ะ" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%