เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะกระจกนิรภัยราคาเจ็ดหลัก ดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของตึกแฝดใจกลางย่านธุรกิจ ท่ามกลางสายตานับสิบที่จับจ้องมายังร่างเพรียวบางในชุดสูทตัดเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์
หลินเฟยปรายตามองเอกสารผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ชวนให้คนที่พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบโดยไม่ต้องมีคำขู่
"นี่คือข้อเสนอที่ทางเราเมตตาที่สุดแล้ว คุณหลิน... แบรนด์เสื้อผ้าเครื่องหนังระดับล่างของคุณ ต่อให้ดิ้นรนอีกสักกี่ชาติ ก็ไม่มีวันก้าวขึ้นมาเหยียบพรมแดงงานแฟชั่นวีกระดับโลกได้หรอกนะ เลิกฝันกลางวันแล้วขายลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้กลุ่มทุนของเราเสียเถอะ ดีกว่าต้องล้มละลายจนไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังมาจากผู้บริหารชายวัยกลางคนของตระกูลซ่ง เขากอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเหนือกว่า ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลนและกระหายชัยชนะ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่าผู้หญิงตรงหน้าเคยเป็นคนที่เขาสามารถเหยียบย่ำได้อย่างง่ายดาย
ซ่งอี้ที่นั่งอยู่ข้างกัน ยกมุมปากขึ้นยิ้มหยันอย่างสมเพช เขานึกกระHยิ้มในใจว่าหลินเฟยคงจนตรอกเต็มที ถึงได้กล้าเสนอหน้าเข้ามาในวงการแฟชั่นที่ใช้เงินและเส้นสายมหาศาลเช่นนี้
หลินเฟยไม่โต้ตอบ เธอยกเรียวนิ้วเรียvสวยขึ้นเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของคนอื่น แววตาคู่คมกวาดมองผู้บริหารทุกคนในห้องประชุมด้วยความรู้สึกราวกับพวกเขากำลังเล่นละครลิงที่น่าสมเพช
"เมตตาอย่างนั้นหรือคะ?" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นจนถึงขั้วหัวใจหลุดออกมาจากเรียวปากอิ่ม "น่าขันเสียจริง... คนที่แม้แต่ค่ากาแฟยังต้องเบิกบริษัทแม่ ยืนอยู่บนความสำเร็จปลอมๆ แล้วกล้าใช้คำว่า 'เมตตา' กับฉันอย่างนั้นหรือคะ"
ใบหน้าของตัวแทนตระกูลซ่งบิดเบี้ยวทันทีด้วยความโกรธ "หลินเฟย! อย่ามาปากดีนะ! คิดว่ามีเงินไม่กี่หยวนแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง? วงการแฟชั่นเขาวัดกันที่บารมีและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ไม่ใช่เงินสกปรกของเธอ!"
หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยอำนาจและความมั่นใจอย่างล้นปรี่ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปรับท่านั่งให้สง่างามและทรงพลังยิ่งขึ้น
"เงินสกปรกเหรอคะ? งั้นก็ลองดูนี่หน่อยสิคะ ว่าเงินสกปรกของฉันมันจะซื้อ 'บารมี' ที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนาได้สักกี่รอบ"
เธอโบกมือเพียงนิดเดียว ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างนุ่มนวล แต่ทว่าสง่างาม เลขาส่วนตัวก้าวเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตหน้าจอสีทองคำ ที่แสดงผลตัวเลขการลงทุนระดับโลกแบบเรียลไทม์ พร้อมด้วยเอกสารสิทธิ์ขาดในการถือครองแฟรนไชส์แฟชั่นระดับตำนานจากมิลานและปารีสถึงสามแบรนด์รวด!
ลมหายใจในห้องประชุมสะดุดกึกทันที ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า เมื่อเห็นชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของแบรนด์ระดับโลกเหล่านั้น... ปรากฏชื่อของ 'หลินเฟย' อย่างเด่นชัด
ซ่งอี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาพยายามอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเอาไว้แน่น
"นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้!" ซ่งอี้หวีดร้องเสียงหลง "เธอ... เธอไปเอาเงินและเส้นสายมาจากไหน? บ้าไปแล้ว!"
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่มีสมองหรอกค่ะคุณซ่ง..." หลินเฟยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง "จำใส่สมองอันน้อยนิดของพวกคุณเอาไว้ให้ดีนะคะ ว่าต่อจากนี้ไป... ศูนย์กลางของวงการแฟชั่นโลกไม่ได้อยู่ที่ตระกูลซ่งอีกต่อไปแล้ว แต่มันอยู่ใต้ฝ่าเท้าของฉันต่างหากล่ะค่ะ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องอยู่เหนืออาคารสำนักงาน แรงลมจากการลงจอดบนดาดฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่นลงมาถึงชั้นประชุม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ 'คีย์' ก้าวเดินเข้ามาในห้องประชุมราวกับเทพบุตรผู้ทรงอิทธิพล เขายื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ประดับด้วยเพชรแท้ไร้ขีดจำกัดวงเงินมาตรงหน้าหลินเฟย พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว
"เครื่องพร้อมแล้วครับที่รัก... ไปเซ็นสัญญาซื้อกิจการที่เหลือกันเถอะครับ"
หลินเฟยรับบัตรเครดิตสีดำนั้นมาถือไว้ด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะกวาดสายตามองซ่งอี้ที่กำลังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหมดสภาพกับพื้นด้วยความสะใจขั้นสุด
ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงรูดบัตรเครดิตลงบนเครื่องอนุมัติวงเงินของบริษัทตระกูลซ่ง เพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของพวกเขาทิ้งในพริบตาเดียว—!
เสียงแจ้งเตือนอนุมัติวงเงินดังขึ้นก้องห้อง พร้อมกับข้อความบนหน้าจอที่ระบุว่า: *[อนุมัติวงเงินสำเร็จ: 10,000,000,000 ดอลลาร์]*
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ซ่งอี้จะทันได้เปล่งเสียงร้องขอความเมตตา ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดผางอีกครั้งโดยชายชุดดำนับสิบคนที่เดินเข้ามาพร้อมหมายศาลอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลซ่งในข้อหาทุจริตระดับชาติ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนเสมอนะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 16
เป้าหมายใหม่คือธุรกิจแฟชั่น
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!