"ยินดีต้อนรับครับ... อ้าว! เป็นคุณนี่เอง หลินเฟย?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังลอดออกมาจากริมฝีปากของ ผู้จัดการหลิว ผู้จัดการสาขาของ "เดอะ แกรนด์ พลาซ่า" ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมืองที่เพิ่งประกาศไล่เธอออกอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสัปดาห์ก่อน สายตาดุดันและเต็มไปด้วยความเหยียดหยามกวาดมองร่างบางในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า เขายังจำได้ดีถึงวันที่ผู้หญิงคนนี้ถูกลากตัวออกไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี หลังจากซ่งอี้ อดีตคู่หมั้นจอมลวงโลกของเธอ สั่งให้ รปภ. โยนข้าวของของเธอกองไว้ที่ฟุตบาทหน้าห้าง
แต่ในวันนี้ หลินเฟยไม่ได้กลับมาในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ หรือคุณหนูตกอับที่ไร้ทางสู้ ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่ากลับซ่อนประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้เป็นจุล ท่ามกลางความตื่นตระหนกของพนักงานต้อนรับนับสิบชีวิตที่จำเธอได้
"แปลกใจเหรอคะ ผู้จัดการหลิว" หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับเย็นเยียบจนทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกสันหลังวาบ "คนที่เราเคยเหยียบย่ำ... จะมีปัญญาเดินกลับเข้ามาทางประตูหน้าได้อีกครั้ง"
"หึ! คิดว่าการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมปลอมๆ แล้วจะทำให้เธอสูงส่งขึ้นมาได้งดงามอย่างนั้นเหรอ?" ผู้จัดการหลิวแค่นAเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช เขายกแขนขึ้นกอดอก สายตากวาดมองสำรวจเธอหัวจรดเท้า "ที่นี่คือเดอะ แกรนด์ พลาซ่า สินค้าทุกชิ้นที่วางขายราคาแพงจนคนอย่างเธอทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาซื้อ อย่ามาทำเป็นเก่งแถวนี้เลย รปภ.! มานี่ซิ ลากตัวผู้หญิงสติไม่ดีคนนี้ออกไป!"
บรรยากาศรอบด้านเริ่มอึมครึม ลูกค้ากระเป๋าหนักหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ บ้างก็กระซิบกระซาบด้วยความสมเพชเวทนา ขณะที่หลินเฟยเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่สวยงามแต่กลับน่ากลัวเสียจนผู้จัดการหลิวเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ครFนนั้นเอง เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ใบพัดขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากท้องฟ้าด้านนอก กระจกใสบานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าสั่นสะเทือนตามแรงลมมหาศาล เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลทรงอิทธิพลร่อนลงจอดอย่างสง่างามบนลานจอดดาดฟ้าพิเศษของห้าง แรงกดดันจากอำนาจที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านเข้ามาจนทุกคนในโถงทางเข้าต้องหยุดหายใจ
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเข้มของ คีย์ ประธานหนุ่มผู้กทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจระดับโลก แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมกวาดมองเข้ามาในตัวอาคาร ก่อนที่ขายาวก้าวตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลินเฟยอย่างอารักษ์ขา
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาของฉัน... เตรียมตัวเตรียมใจไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในนรกได้เลย"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังกังวานไปทั่วโถงทางเข้า ผู้จัดการหลิวหน้าถอดสี ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาจำชายหนุ่มคนนี้ได้แม่นยำ—นี่คือบุคคลที่แม้แต่ประธานใหญ่ของกลุ่มบริษัทเจ้าของห้างยังต้องก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัว แล้วผู้ชายคนนี้... เรียกผู้หญิงที่เขาเพิ่งไล่ตะเพิดไปเมื่อครู่ว่า 'ภรรยา' อย่างนั้นหรือ?
หลินเฟยไม่ได้สนใจอาการสั่นเทาของผู้จัดการหลิว มือเรียวบางยกขึ้นแตะหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบด้วยแสงสีทองอร่าม ระบบอภิมหาเศรษฐีที่ถูกปลุกขึ้นมาในสมองของเธอกำลังส่งเสียงแจ้งเตือนรัวระรัว
[ติ๊ง! ตรวจพบความประสงค์ในการซื้อกิจการเดอะ แกรนด์ พลาซ่า วงเงินทั้งหมด 15,000 ล้านหยวน ทำการโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่บัญชีของท่านเรียบร้อยแล้ว...]
หน้าจอโฮโลแกรมใสโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ พร้อมกับข้อความยืนยันการเป็นเจ้าของสิทธิ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หลินเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายเลิฟสีแดงระเรื่อปัดผ่านหน้าจออย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้จัดการหลิวที่ตอนนี้ใบซีดเผือกไร้สีเลือด
"ผู้จัดการหลิวคะ" หลินเฟยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว "เมื่อกี้คุณบอกว่าฉันไม่มีปัญญาซื้ออะไรในห้างนี้ใช่ไหมคะ?"
"คุณ... คุณหลิน..." ผู้จัดการหลิวละล่ำละลักละลาน เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เขาล้มตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอโดยไม่สนใจศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป "ผม... ผมตาบอดเองครับ! โปรดเมตตาผมด้วย อย่าไล่ผมออกเลยนะคร..."
"ไล่ออกเหรอคะ?" หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจพิจารณาชายหนุ่มที่เคยเหยียบย่ำเธอย่างสมเพช "คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้จะไล่คุณออกหรอกนะ..."
เธอเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบงันบีบคั้นหัวใจของทุกคนในที่นั้น ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีด
"...เพราะในฐานะที่ฉันเป็น 'เจ้าของคนใหม่' ของเดอะ แกรนด์ พลาซ่า แห่งนี้ ฉันมีสิทธิ์ที่จะไล่ตะเพิด 'สุนัขรับใช้' อย่างคุณ ออกจากตึกของฉันได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาจ่ายค่าชดเชยแม้แต่หยวนเดียว!"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของผู้จัดการหลิวก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจติดขัด ดวง เบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังสุดขีด ขณะที่หลินเฟยหันไปสบตากับคีย์ที่ยืนอมยิ้มด้วยความเอ็นดูอยู่ข้างกาย มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุหายากให้เธอ
"ที่รักครับ..." เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยความเย้ายวน "ห้างนี้เป็นของคุณแล้ว... สนใจจะใช้สิทธิ์รูดซื้อ 'ความสุข' ของเราต่อไหมครับ?"
หลินเฟยรับบัตรเครดิตนั้นมาถือไว้ในมือ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบและการ์ดสีดำในมือประสานกันเป็นเสียงแห่งชัยชนะที่ดังก้องไปทั่วอาคาร
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปเพื่อเริ่มต้นการชำระล้างศัตรูคนต่อไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของคีย์ก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของระบบ... ซึ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยต้องแข็งค้างไปชั่วขณะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก•ตอนที่ 4
ซื้อห้างสรรพสินค้าใน 5 นาที
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!