"ถ้าพวกคุณยังมีเวลามาวิจารณ์การทำงานของผม ผมว่าเอาเวลาไปตรวจเช็กยอดขายที่ตกต่ำลงสามเดือนซ้อนของห้างฯ จะดีกว่านะครับ"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยพลังกดดันประหลาดดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ของห้างสรรพสินค้าลักชูรีเซนเตอร์ เรย์ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง หลังจากที่เขาเพิ่งถูกผู้จัดการแผนกตบหน้าฉานด้วยคำพูดดูถูกดูแคลนว่า 'ไอ้คนตกอับไม่มีหัวนอนปลายเท้า' เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บรรดาผู้บริหารระดับสูงต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่มีใครกล้าสบตากับชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงพนักงานพาร์ทไทม์ก้นแถว ผู้ซึ่งถูกไล่อروجออกอย่างไม่เป็นธรรม แต่ในวันนี้ เขากลับยืนอยู่ ณ จุดที่เหนือกว่าด้วยรัศมีบางอย่างที่ทำให้ผู้ทรงอิทธิพลหลายคนต้องตัวสั่นเทา
ลินิน ภรรยาสาวที่นั่งอยู่เคียงข้าง ชายเสื้อของเธอยังคงมีรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยจากเหตุการณ์ชุลมุนด้านล่าง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอมองแผ่นหลังของสามีด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความรัก ความเชื่อมั่น และความภาคภูมิใจ มือเรียวบางเอื้อมไปกุมมือหนาของเรย์ไว้แน่น ราจะส่งกระแสความอบอุ่นบอกเขาว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็พร้อมจะก้าวเดินเคียงข้างเขาไปจนสุดขอบโลก
"แก! ไอ้เรย์! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาพูดจาอวดดีในห้องประชุมคณะกรรมการบริหารแบบนี้วะ!"
ธันวา ทายาทผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นอดีตหัวหน้างานจอมกร่างที่เคยกลั่นแกล้งเรย์สารพัด ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความอับอายต่อหน้าผู้บริหารคนอื่นๆ นิ้วสั่นเทาชี้หน้าเรย์ "ยามตกอับอย่างแก ต่อให้ขายวิญญาณให้ซาตานก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่กระเบื้องสักแผ่นในห้างนี้หรอก รปภ.! ไปลากคอมันออกไปเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงคำรามของธันวา รปภ.ร่างยักษ์สองคนก้าวพรวดเข้ามาในห้อง แต่ทว่า... ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาใกล้เรย์เลยแม้แต่น้อย เมื่อเรย์เพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา พร้อมกับสะบัดข้อมือเบาๆ แรงกดดันระดับมหาเวทจากต่างมิติก็แผ่พุ่งออกไปโดยไร้เสียง ราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง รปภ. ทั้งสองคนเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีโดยที่เรย์ยังไม่ทันได้แตะต้องตัวด้วยซ้ำ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของธันวา
เรย์ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมไม้สักทองทีละก้าว ฝีเท้าของเขาหนักแน่นมั่นคง ทุกย่างก้าวสร้างความกดดันให้ผู้บริหารหลายคนต้องเอนหลังหนี เขาหยุดยืนตรงหน้าธันวา ส่งยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ไล่ผมออกงั้นหรือครับ ธันวา..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยือกถึงกระดูกดำ "น่าเสียดายจริงๆ นะครับ ที่คนที่มีอำนาจไล่คนอื่นออกจากที่นี่ในตอนนี้... ไม่ใช่คุณอีกต่อไปแล้ว"
"เพ้อเจ้ออะไรของแกวะ!" ธันวาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "ห้างนี้มีมูลค่าหลายหมื่นล้าน! ตระกูลของฉันถือหุ้นใหญ่ที่สุด แกมันก็แค่... อุ๊บ!"
ธันวาพูดได้แค่นั้น เมื่อประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายสูงสุดของกลุ่มบริษัทแม่ระดับโลกเดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลซึม แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณ แต่เขากลับโค้งคำนับให้เรย์ในมุมเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมที่สุด
"ท่านประธานครับ... ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ" เสียงของผู้อำนวยการสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
คำว่า "ท่านประธาน" กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของทุกคนในห้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถלออกจากเบ้า สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกลบความทรงจำ
เรย์หันไปมองภรรยาสาวแวบหนึ่ง ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความรักให้ลินิน ก่อนจะหันกลับมามองกลุ่มคนที่เคยเหยียดหยามเขาด้วยแววตาราจพญาอินทรีย์มองเหยื่อ
"ธันวา คุณบอกว่าห้างนี้มีมูลค่าหลายหมื่นล้านสินะครับ..." เรย์เอ่ยพร้อมกับหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงวิบวับราวกับห้วงอวกาศออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท บัตรใบเดียวในโลกที่ไม่มีวงเงินจำกัดจากระบบเปย์ล้างผลาญ "น่าเสียดายจัง... ที่สำหรับผมแล้ว มันเป็นแค่เศษเงินทอนจากการซื้อของเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเอง"
เรย์โยนบัตรเครดิตสีดำลงบนโต๊ะประชุมกระจกเสียงดังสนั่น *กริ๊ง*
"จัดการโอนเงินส่วนที่เหลือให้จบซะ แล้วก็..." เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงด้วยความเด็ดขาด "ไล่ตะردไอ้สวะที่ไม่มีความสามารถเหล่านี้ออกไปให้หมด เริ่มตั้งแต่คุณธันวาเป็นคนแรก... เดี๋ยวนี้!"
ธันวาล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองเพิ่งหาเรื่องกับใครเข้า
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของผู้บริหารทุกคนในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทุกคนหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือประกาศด่วนที่สุดจากสำนักงานใหญ่: *การซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ประธานคนใหม่คือนาย "เรย์" และมีการปลดพนักงานระดับสูงยกแผงทันที*
ลินินมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เธอก้าวเข้าไปใกล้เรย์ แล้วสวมกอดเอวของเขาไว้แน่นซบใบหน้าลงกับอกอุ่น เรย์ยกมือขึ้นโอบกอดภรรยาสาวด้วยความรักและทะนุถนอม สายตาของเขายังคงมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี
ทว่า... ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงาม เสียงปรบมือปริศนาก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม... *แปะ แปะ แปะ*
ร่างของชายลึกลับในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มอันตรายประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ
"ยอดเยี่ยมมากครับท่านประธาน... ไม่นึกเลยว่าคุณจะกวาดล้างหนี้สินทั้งหมดของที่นี่ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง..." ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เรย์ต้องหรี่ตาลงด้วยความระแวง "แต่เกรงว่า... ของขวัญต้อนรับที่คุณซื้อมาเมื่อกี้ จะเป็นเพียงแค่ 'จุดเริ่มต้น' ของเกมที่สนุกกว่านี้เท่านั้นนะครับ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับพลังแห่งความสะใจในตอนนี้นะครับ
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 6
ซื้อห้างสรรพสินค้าด้วยความหมั่นไส้
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!