หน้าจอเทอร์มินัลสิบสองจอเรียงรายเป็นรูปโค้งอยู่ในห้องเพนต์เฮ้าส์ชั้นบนสุด แสงสีฟ้าและสีแดงวาบสลับกันไปมาสะท้อนเข้ากับม่านตาของเรย์ กราฟแท่งเทียนของหุ้นบริษัทธันวา กรุ๊ป กำลังดิ่งเหิรลงเหวราวกับก้อนหินที่ถูกปล่อยจากหน้าผาสูงชัน แรงกระแทกจากการเทขายล็อตใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อสามนาทีที่แล้ว ทำให้ระบบซื้อขายอัตโนมัติถึงกับรวนจนขึ้นเตือนสีแดงฉาน
"ท่านประธานครับ! หุ้นของตระกูลธันวาร่วงหลุดแนวรับสำคัญไปแล้วสามสิบเปอร์เซ็นต์ แรงรับไม่มีเลยแม้แต่น้อย วอลุ่มการขายทะลักเข้ามาแบบไม่หยุดหย่อนครับ" เสียงของระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหูฟังไร้สายของเรย์ด้วยความตื่นตระหนก
เรย์ไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าจอนั้น เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งกระทบกันเบื้องล่างเบาๆ สายตาสะท้อนความเย็นชาและเฉียบคมราวกับพญามารที่กำลังนั่งมองความพินาศของมดปลวก
"ปล่อยให้มันไหลลงไปอีก... ซื้อเก็บทุกหุ้นที่พวกมันคายออกมาให้หมด แต่อย่าเพิ่งให้ราคาดีดกลับ เอาให้พวกมันกระอักเลือดตายคาหน้าจอให้หมดซะ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็ง
ในห้องนั่งเล่นถัดไป ลินินภรรยาสุดที่รักของเขากำลังนั่งกุมมือตัวเองด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวสามีมาโดยตลอด แต่สเกลการเคลื่อนไหวทางการเงินระดับพันล้านในวันนี้ มันใหญ่โตเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ว่าสามีผู้เคยตกอับของเธอจะดึงดันขึ้นมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ลินินเดินเข้ามาเงียบๆ วางมือเรียวบางลงบนไหล่กว้างของเรย์ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้แววตาดุดันของเรย์อ่อนแสงลงในเสี้ยววินาที
"เรย์คะ... เอ่อ คุณพี่... พี่ไหวแน่นะคะ ความเคลื่อนไหวพวกนี้มันดูน่ากลัวเหลือเกิน" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความห่วงใย
เรย์วางแก้วในมือลง หันกลับมาโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิด สัมผัสความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะปกติ เขายิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว "เพื่อเธอแล้ว ลินิน... พี่สามารถถอนรากถอนโคนอาณาจักรที่พวกมันสร้างด้วยความหยيิ่งยศให้ราบคาบเป็นหน้ากลองได้ภายในวันเดียว ไม่ต้องกลัวนะ คนที่ควรจะต้องกลัวในเวลานี้... ไม่ใช่พวกเรา"
เสียงกริ่งประตูเพนต์เฮ้าส์ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียดทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นการทุบด้วยความร้อนรนและเกรี้ยวกราด บ่งบอกถึงตัวตนของผู้มาเยือนที่กำลังสติแตกขั้นสุด
เรย์หันไปมองหน้าจอวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนตัว ภาพปรากฏร่างของธันวา ทายาทผู้เคยหยิ่งยศและเหยียบย่ำเรย์ในอดีต ใบหน้าของธันวาตอนนี้ซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ชุดสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ
"เปิดประตูให้มันเข้ามาสิ" เรย์สั่งระบบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ประตูบานใหญ่เปิดออก ธันวาพุ่งเข้ามาในห้องราวกับคนเสียสติ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องหรูหราที่ตนเองเคยฝันอยากจะครอบครอง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เรย์ ผู้ชายที่เขาเคยสาดกาแฟใส่หน้าและหัวเยาะเย้ยในร้านอาหารเมื่อหลายเดือนก่อน
"แก... ไอ้เรย์! แกทำอะไรกับหุ้นของบริษัทฉัน! โบรกเกอร์โทรมาบอกว่าบัญชีถูกบล็อก คำสั่งซื้อขายถูกปฏิเสธหมด นี่ฝีมือแกใช่ไหม แกเอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนี้วะ!" ธันวาพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อของเรย์ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะถึงตัว แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารของเรย์ก็พัดกระโชกเข้าใส่จนธันวาเข่าทรุดกระแทกพื้นพรมราคาแพงเสียงดังตุ้บ
ลินินขยับตัวเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของเรย์เล็กน้อย เรย์เอื้อมมือไปกุมมือภรรยาไว้เป็นการปลอบโยน ก่อนจะก้มมองธันวาที่นอนหอบหายใจรดรองเท้าหนังของเขาด้วยสายตาราวกับมองเศษฝุ่น
"แปลกใจนักหรือ ธันวา?" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "โลกใบนี้มันก็แค่นี้แหละ เมื่อก่อนแกเหยียบฉันจมดินเพราะคิดว่าแกมีเงิน แต่วันนี้... ฉันใช้เงินซื้อลมหายใจของตระกูลแกทั้งตระกูลได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว"
"แก... แกต้องการอะไร! ต้องการหุ้นคืนใช่ไหม? หรือต้องการเงินเท่าไหร่ พูดมาสิเว้ย!" ธันวาตะโกนทั้งน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง ความร่ำรวยและอำนาจที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
เรย์ย่อตัวลง นั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับธันวาที่กำลังสั่นเทา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"เงินงั้นเหรอ? ฉันมีจนไม่รู้จะเอาไปเผาทิ้งที่ไหนแล้ว... แต่สิ่งที่ฉันต้องการในวันนี้ คือการให้แกและพ่อของแก คลานเข่ามากราบเท้าภรรยาของฉันที่พวกแกเคยดูถูกเหยียดหยามต่างหาก"
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าซีดเผือดลงไปอีกเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาแผדเสียงแหลมดังขึ้น ผู้เป็นพ่อโทรมาแจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่า ธนาคารใหญ่สามแห่งปฏิเสธการปล่อยกู้ฉุกเฉิน และตลาดหลักทรัพย์เตรียมสั่งระงับการซื้อขายหุ้นของตระกูลเขาอย่างถาวรในอีกสามนาทีข้างหน้า
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอเทอร์มินัลขนาดใหญ่บนผนังห้องก็เปลี่ยนภาพเป็นรายงานข่าว่วนพิเศษจากสถานีโทรทัศน์เศรษฐกิจระดับประเทศ ผู้ประกาศข่าวสาวอ่านแถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ด่วนที่สุด! คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกาศสั่งพักการซื้อขายหุ้นของธันวา กรุ๊ป ทันที หลังพบความผิดปกติทางบัญชีและการเทขายอย่างไร้ขีดจำกัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปง. กำลังเข้าตรวจค้นคฤหาสน์ของตระกูลดังเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน..."
ธันวาเข่าอ่อนทรุดลงไปนอนราบกับพื้น สติหลุดลอยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างเนียบกริบ เขาหันไปมองหน้าจอที่แสดงยอดเงินคงเหลือในระบบเปย์ล้างผลาญ ซึ่งยังคงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ แบบไร้ขีดจำกัด ก่อนที่เสียงเตือนภัยพิเศษจากระบบจะดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความเงียบ
[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางการเงินจากบัญชีลับระดับโลกของ "กลุ่มพันมิตรเงา" ที่กำลังพยายามเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือเพื่อคานอำนาจกับท่าน... และเป้าหมายกำลังมุ่งตรงมาที่เพนต์เฮ้าส์แห่งนี้ในอีก 60 วินาทีข้างหน้า!]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสะใจในบทนี้นะครับ!
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 30
ความวุ่นวายในตลาดหุ้น
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!