เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำที่กวาดล้างแรงลมพัดกระโชกจนแก้วคริสตัลบนโต๊ะอาหารสั่นไหว เป็นดั่งสัญญาณประกาศิตที่ดึงดูดทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงหรูหราให้หันไปมองเป็นตาเดียว ท่ามกลางความตื่นตระหนกของบรรดาแขกเหรื่อผู้ดีตีนแดง บุคคลในชุดสูทสื้อหรูระดับกูตูร์ก็ก้าวเท้าผ่านประตูบานใหญ่เข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้ทองคำ
เรย์ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าลินิน ภรรยาสาวที่กำลังกำชายเสื้อของเขาไว้แน่นด้วยความกังวล มือเรียวบางของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากเหตุการณ์เหยียดหยามก่อนหน้านี้ รอยยิ้มเยาะหยันของธันวา ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ยังคงค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบด้วยความริษยา แต่ทว่าในวินาทีนี้ รอยยิ้มนั้นกลับดูบิดเบี้ยวและไร้ค่าไปถนัดตา
"นั่น... นั่นมันเลขาธิการส่วนตัวของประธานธนาคารกลางไม่ใช่หรือ?" เสียงซุบซิบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินตรงดิ่งผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างหวาดหวั่น เขาไม่ได้ชายตามองธันวาหรือบรรดาไฮโซที่พยายามส่งยิ้มทักทายเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับหยุดยืนตรงหน้าเรย์ โค้งศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมจนเกือบ 90 องศา สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนนับร้อยในห้องโถงจนแทบไร้เสียงหายใจ
"เรียนท่านเรย์... เอกสารการเข้าซื้อกิจการในเครือทั้งหมดของตระกูลธันวา และกรรมสิทธิ์โรงแรมแห่งนี้ถูกโอนถ่ายมาเป็นของท่านเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงทุ้มกังวานกล่าวรายงานอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ธันวาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขาพยายามก้าวเข้ามาโวยวาย "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! แกเป็นใครวะไอ้ขี้คุก! เอาเงินที่ไหนมาซื้อโรงแรมนี้!"
เรย์ปรายตามองศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้ รังสีอำมหิตอันทรงพลังที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณแผ่ซ่านออกมาจนธันวาต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ความกดดันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง แต่มันคืออำนาจที่อยู่เหนือสามัญสำนึกของมนุษย์ปุถุชน
"เงินงั้นหรือ?" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง "สำหรับฉัน เงินมันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ใช้ซื้อความสุขให้ภรรยาของฉันได้เท่านั้น... และบังเอิญว่า เศษกระดาษที่ฉันมี มันมากพอที่จะซื้อหัวใจเน่าๆ ของนายด้วยซ้ำ ธันวา"
ลินินเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยแววตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ ภายในใจของเธอกลัดกลุ้มมาตลอดหลายเดือนที่พวกเขาต้องตกระกำลำบาก แต่ในยามนี้ แผ่นหลังกว้างของเรย์กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กที่ปกป้องเธอจากพายุร้ายทั้งหมด เธอสัมผัสได้ถึงความรัก ความอบอุ่น และความเด็ดเดี่ยวที่ชายหนุ่มคนนี้มีให้เสมอมาไม่เคยเปลี่ยน
"เรย์... คุณ..." ลินินเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตื้นตัน
เรย์หันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรหาสาว ความเย็นชาทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความคลั่งรักและทะนุถนอมอย่างที่สุด เขายื่นมือไปกุมมือเรียวที่สั่นเทาของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบเบาๆ "ผมบอกแล้วอย่างไรครับ ว่าผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาดูถูกคุณอีกเด็ดขาด"
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงการกุศลแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน ทุกคนต่างก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของพวกเขาไว้ในกำมือ ทว่าความวุ่นวายยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศถึงไฮไลท์สำคัญของค่ำคืนนี้ นั่นคือการประมูล "สร้อยอัญมณีแห่งนารา" โบราณวัตถุล้ำค่าที่มีมูลค่าเริ่มต้นสูงลิ่วถึงแปดหลัก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อนำรายได้ไปการกุศล
ธันวาที่พยายามตั้งสติได้ กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง เขาต้องการกู้หน้าคืนมาในงานนี้ให้ได้ จึงรีบยกป้ายประมูลแข่งทันทีอย่างไร้ความลังเล
"สิบล้าน!" ธันวาตะโกนขึ้น พร้อมกับส่งสายตาท้าทายมาทางเรย์ "แกเกนักใช่ไหมไอ้เรย์! ลองดูซิว่าแกจะมีปัญญาควักเงินสิบล้านมาสู้กับทายาทมหาเศรษฐีอย่างฉันหรือเปล่า!"
แขกเหรื่อในงานเริ่มฮือฮาอีกครั้ง หลายคนมองว่าเป็นการประชันกันอย่างไร้ทางสู้ เพราะเงินสิบล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แม้แต่คนรวยบางคนยังต้องคิดหนัก
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาไม่ได้หยิบป้ายประมูลขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่กลับควักการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามที่ไม่มีวันหมดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น การ์ดที่แม้แต่ธนาคารระดับโลกยังต้องยอมสยบ
"สิบล้านงั้นหรือครับ?" เรย์เอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก "น้อยเกินไปที่จะทำให้ภรรยาผมชายตาแล"
เขาส่งการ์ดใบนั้นให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการประมูลด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนจะกล่าวคำพูดที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องช็อกตาค้างจนแทบล้มทั้งยืน
"ผมขอประมูลด้วยราคา... หนึ่งพันล้านครับ"
สิ้นเสียงของเรย์ ห้องจัดเลี้ยงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ไร้ซึ่งเสียงหายใจ แม้แต่เข็มตกก็ยังได้ยิน ธันวาก้าวขาไม่ออก ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ขณะที่ลินินมองสามีด้วยความอัศจรรย์ใจ
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้ได้บทสรุปแล้วนั้น จู่ๆ ไฟฟ้าทั่วทั้งห้องโถงก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปริศนา...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมเวทไร้นาม" มาโดยตลอดนะครับ
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 17
งานเลี้ยงการกุศลที่วุ่นวาย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!