หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ภายในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา สะท้อนแสงสีแดงวาบระยับของกราฟหุ้นที่กำลังดิ่งหัวลงเหวอย่างบ้าคลั่ง ตัวเลขมูลค่าบริษัทที่เคยทะยานขึ้นอย่างมั่นคง บัดนี้กลับร่วงหล่นราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งดิ่งลงจากหน้าผาสูงชัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบซื้อขายหลักทรัพย์ดังระรัวไม่ขาดสาย ราวกับเสียงกongมรณะที่กำลังประกาศการล่มสลายของตระกูลผู้ดีจอมปลอม
"คุณธันวาครับ! ระบบแจ้งเตือนว่ามีแรงซื้อปริศนามหาศาลกำลังกว้านซื้อหุ้นที่เราปล่อยออกมาเพื่อพยุงตลาด... แต่... แต่มันไม่ใช่แค่การซื้อธรรมดาครับ!" เสียงของเลขาหนุ่มสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดขณะจ้องมองหน้าจอ
"แกพูดเรื่องอะไรวะ! ใครมันจะมีปัญญามากว้านซื้อหุ้นมูลค่าหลายพันล้านในเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้!" ธันวาตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวง เขาพยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการระดมทุนสำรองทั้งหมดที่มีเพื่อพยุงราคาหุ้น แต่ไม่ว่าจะเติมเงินเข้าไปเท่าไหร่ เม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนกองเพลิงที่โหมกระหน่ำ
ในขณะเดียวกัน ที่มุมห้องอันเงียบสงบ เรย์กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอุ่นๆ ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย เย็นชา ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ แตกต่างจากฝั่งของธันวาอย่างสิ้นเชิง ด้านข้างของเขาคือลินิน ภรรยาสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน เธอนั่งมองหน้าจอด้วยความระคนตกใจ ก่อนจะหันมามองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ความกังวลใจฉายชัดอยู่บนดวงตากลมโตคู่นั้น แม้เธอจะรู้ว่าเรย์เปลี่ยนไปแล้ว แต่มูลค่าเงินตราที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในขณะนี้มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
เรย์สังเกตเห็นความกังวลในแววตาของภรรยา เขาจึงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เอื้อมมืออันอบอุ่นไปกุมมือเรียวบางที่กำลังเย็นเฉียบของลินินไว้แน่น สัมผัสที่มั่นคงและอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจที่สั่นไหวของหญิงสาวสงบลงได้ในทันที
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับที่รัก..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ทุกสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ในตอนนี้ ก็เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับหยาดเหงื่อและน้ำตาที่คุณต้องเสียไปในอดีต พวกมันต้องชดใช้... ด้วยทุกสิ่งที่พวกมันมี"
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอก เธอพยักหน้ารับเบาๆ ความเชื่อใจที่มีต่อสามีคนนี้ถูกตอกย้ำให้หนักแน่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะโรยด้วยหนามแหลมหรือกองเพลิง เธอก็พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ชายคนนี้ ตราบจนลมหายใจสุดท้าย
ตัดภาพกลับมาที่ธันวาซึ่งตอนนี้สติแทบหลุดลอย มือของเขาสั่นเทาขณะถือโทรศัพท์มือถือต่อสายหาผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์และกลุ่มทุนพันธมิตร เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วนในการสกัดกั้นการโจมตีทางการเงินครั้งนี้
"ฮัลโหล! ผมธันวานะครับ! คุณต้องช่วยผม... ใครกำลังทำลายหุ้นของบริษัทผม! ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินที!" ธันวาตะโกนใส่โทรศัพท์ด้วยความสติแตก
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดออกมา "คุณธันวา... ทางเราตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วครับ ปรากฏว่าเงินทุนทั้งหมดไม่ได้มาจากกลุ่มทุนในประเทศ... แต่มันมาจากบัญชีลับระดับวีไอพีสูงสุด บัญชีที่ถูกผูกไว้กับ 'ระบบเวทมนตร์การเงินไร้ขีดจำกัด' ซึ่งมีอำนาจสั่งการเหนือระบบธนาคารโลกทั้งหมด... พูดง่ายๆ คือ คนที่กำลังเล่นงานคุณอยู่... เขามีเงินสดในมือมากกว่ามูลค่ารวมของตระกูลคุณเสียอีกครับ"
"วะ... ว่ายังไงนะ?!" ธันวาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น โทรศัพท์มือถือหลุดจากมือร่วงกระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น ดวงตาเบิกค้างด้วยความสิ้นหวังขีดสุด สมองขาวโพลน นึกไม่ออกแม้กระทั่งว่าตัวเองไปสร้างศัตรูระดับสัตว์ประหลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ในวินาทีแห่งความพ่ายแพ้และอับจนหนทางนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วงสามครั้งติด ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลธันวา—ปู่ของธันวา—ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองหลานชายด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว
"ไอ้หลานไม่เอาถ่าน! แกไปก่อเรื่องอะไรไว้ ถึงทำให้ตระกูลของเราต้องล่มสลายภายในชั่วโมงเดียวแบบนี้!" เสียงคำรามของผู้นำตระกูลสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง
ธันวาตัวสั่นงันทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองปู่ด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด แต่ก่อนที่เขาจะได้แก้ตัวใดๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ที่เป็นประโยคสั้นๆ แต่ทำเอาทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
[ท่านได้รับการแจ้งเตือน: หุ้นทั้งหมดของบริษัทธันวา โฮลดิ้งส์ ถูกซื้อกิจการเสร็จสิ้น 100% บัดนี้ อำนาจการบริหารและกรรมสิทธิ์ทั้งหมดได้โอนย้ายไปยัง 'เรย์' เรียบร้อยแล้ว]
ธันวานิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลอย่างไร้ความปรานี เขารู้ทันทีว่าเกมนี้... เขาไม่ได้แค่แพ้ แต่เขาถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่เศษศักดิ์ศรี
เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้ารูปอย่างเนี๊ยบกริบ ก่อนจะหันไปโอบไหล่ลินินเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัว มุ่งหน้าตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ที่ตอนนี้เหล่าคณะกรรมการบริหารและตระกูลธันวากำลังนั่งรอคอยชะตากรรมด้วยความตื่นกลัว
เสียงฝีเท้าของเรย์ที่กระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงก้าวเดินของมัจจุราชที่กำลังมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง
ประตูห้องประชุมใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยมือของเรย์ สายตาทุกคู่ภายในห้องนับสิบชีวิตต่างหันขวับมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้นเอง เรย์แย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอำนาจอันล้นเหลือให้แก่ทุกคนที่เคยเหยียดหยามเขาในอดีต
"สวัสดีครับทุกท่าน... หวังว่าเก้าอี้ประธานบริษัทตัวนั้น คงจะนั่งสบายดีนะครับ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังเสียจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และในวินาทีที่เรย์หยิบการ์ดสีดำขลิบทองออกมาเคาะเบาๆ บนโต๊ะประชุม เสียงระบบปฏิบัติการลึกลับก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของทุกคน—
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นและหัวใจที่พองโต แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 10
สงครามราคาเริ่มขึ้นแล้ว
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!