เสียงปรบมือระลอกแล้วระลอกเล่าดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร ชายชุดสูทสีเข้มราคาแพงนับร้อยชีวิตกำลังยืนเรียงรายราวกับสุนัขรับใช้ที่รอคอยเศษเนื้อจากนายใหญ่ ทว่าศูนย์กลางของสายตาทั้งหมดกลับไม่ใช่ประธานกรรมการผู้ทรงอิทธิพล หรือนักธุรกิจระดับพันล้านคนใด หากแต่เป็นร่างระหงในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าแท่นโพเดียม
ลินินกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่สามีของเธอยังเป็นเพียงไอ้ขยะไร้ค่าที่ถูกเหยียบย่ำ สังคมรอบข้างต่างรุมทึ้งและหัวเยาะเย้ยหยัน ครอบครัวของเธอถูกขับไล่ออกจากตระกูล และตัวเธอก็เกือบจะถูกบีบให้เซ็นใบหย่าเพื่อแลกกับเศษเงินทุรเสนียด
"ไงล่ะ ลินิน? สามีขยะของเธอหายหัวไปไหนเสียล่ะ หรือว่ารู้ตัวว่าสู้บารมีของฉันไม่ได้ เลยมุดหัวลงรูหนีไปแล้ว?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นจากธันวา ทายาทหนุ่มแห่งตระกูลดังผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของเมือง เขายืนกอดอกด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาที่เขามองลินินเต็มไปด้วยความโลภโมโทสันและต้องการเหยียบย่ำให้จมดิน รอบกายของเขาคือกลุ่มคนใหญ่คนโตที่พร้อมจะพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำพูด เพื่อเลียแข้งเลียขาผู้มีอิทธิพล
ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว แม้ร่างจะบอบบางราวกับกิ่งไม้ที่พร้อมหักโค่น แต่เธอกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "เรย์ไม่ใช่สวะ... และเขาไม่เคยหนีไปไหน!"
"ปากดีนักนะอีผู้หญิงชั้นต่ำ!" ธันวาตวาดลบความสุภาพทิ้งสิ้น ความโกรธพุ่งพล่านเมื่อถูกหญิงสาวที่ตนหมายปองหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล เขายกมือขึ้นทำท่าจะตบลงบนใบหน้าหวาน
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงปรบมือเบาๆ แต่กลับทรงพลังจนกดทับเสียงพูดคุยทั้งหมดในห้องโถงให้เงียบกริบราวกับถูกมนต์สะกด ดังมาจากประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ทุกสายตาหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิท ปักลวดลายอักขระเวทสีทองจางๆ ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า และเพียงแค่สายตาคู่เดียวที่ตวัดผ่าน เหล่ามหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลที่เคยผยองกลับต้องผถดถอยหลังไปคนละก้าวโดยไม่รู้ตัว ความกดดันอันหนักอึ้งแผ่ซ่านออกมาราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"เรย์..." ลินินหลุดปากเรียกชื่อสามี หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงบนหลังมือ
เรย์ไม่ได้ชายตามองคนอื่นนอกจากภรรยาของตน เขาก้าวผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้ราวกับเจ้านายกำลังเดินตรวจตราอาณาจักร สายตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึกเมื่อทอดมองร่างบางที่สั่นเทา เขาก้าวเข้าไปใกล้ ถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนมาคลุมไหล่ให้เธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับกระซิบเสียงนุ่ม "ผมบอกแล้วไงว่าผมจะกลับมา และไม่มีใครหน้าไหนในที่นี้... ที่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องปลายเส้นผมของคุณ"
ธันวาหน้าถอดสี ชั่วขณะหนึ่งเขาจำชายหนุ่มตรงหน้าแทบไม่ได้ เรย์ที่เคยเป็นไอ้หนุ่มตกอับ สภาพมอมแมม ไร้เรี่ยวแรงจะสู้คน บัดนี้กลับมีรัศมีและบารมีที่กดขี่จนเขาหายใจไม่ออกจากอก แต่ด้วยความหยิ่งยโสและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ธันวาจึงกัดฟันกรอดแล้วตะโกนขึ้น
"แก... ไอ้สวะเรย์! กล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาที่นี่ งานเลี้ยงระดับไฮโซแบบนี้ไม่ใช่ที่สำหรับพวกยาจกไพร่ชั้นต่ำอย่างแก ไสหัวออกไปซะ! หรือจะต้องให้บอดี้การ์ดหามออกไป!"
สิ้นเสียงของธันวา เหล่าบอดี้การ์ดชุดสูทนับสิบคนก็ก้าวออกมารุมล้อมเรย์และลินินไว้ตรงกลางทันที ทุกคนชักกระบองไฟฟ้าและเตรียมพร้อมใช้กำลัง
เรย์ไม่แม้แต่จะชายตามองบรรดาบอดี้การ์ดเหล่านั้น เขายังคงกุมมือลินินไว้แน่น มืออีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบ "บัตรเครดิตสีดำสนิท" ที่สะท้อนประกายแสงลึกลับออกมา
บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบสงบลงอย่างไร้เหตุผล ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากปอด
"แกถือเศษพลาสติกอะไรมาวะ คิดจะหลอกเด็กหรือไง?" ธันวาหัวร่อเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจ "การ์ดดำวงเงินไม่จำกัดน่ะมีแค่ตระกูลระดับโลกไม่กี่ใบหรอกไอ้โง่! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ!"
เรย์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ เขากดโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมการเงินทั่วโลกเพียงปลายนิ้วสัมผัส เสียงทุ้มต่ำเอמהออกมาชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลธันวา... ภายในสามวินาที"
"ฮ่าๆๆๆ มันเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว!" ธันวาหัวลั่นหัวร่อ แต่เสียงหัวเราะของเขากลับต้องสะดุดกึก เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของบรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนล้อมรอบเริ่มสั่นระรัวพร้อมกันนับร้อยเครื่อง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความและอีเมลจากธนาคารกลางดังระงับสับเปลี่ยนกันจนน่ากลัว บรรดาผู้จัดการธนาคารและหุ้นส่วนใหญ่ของตระกูลธันวาต่างหน้าซีดเผือด มือไม้สั่นเทาขณะเปิดหน้าจออ่านรายงานด่วน
*ติ๊ง!*
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้องโถง ซึ่งถูกแฮกเข้าระบบโดยสมบูรณ์ด้วยพลังเวทมนตร์แห่งความมั่งคั่ง
[ แจ้งเตือนระบบสูงสุด: หุ้นทั้งหมดของตระกูลธันวาถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงโดยบุคคลนิรนาม นามว่า 'เรย์' สถานะปัจจุบัน: ล้มละลายและถูกถอดถอนสิทธิ์ทางกฎหมายทั้งหมด ]
ธันวาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพ้างbขยายกว้างด้วยความช็อกสุดขีด เขาหันไปมองหน้าพ่อตัวเองที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ซึ่งตอนนี้เป็นลมล้มพับไปเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของธันวาสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
เรย์ก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวธันวาที่นอนหมอบราบคาบอยู่แทบเท้า ใช้สายตาดุจดั่งพญายามองเหยื่อผู้ต่ำต้อย เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางใจคนฟัง
"เมื่อครู่... แกบอกว่าจะให้ใครไสหัวออกไปนะ?"
ธันวาอ้าปากพะงาบๆ น้ำตาและน้ำมูกไหลปนเปกันด้วยความอัปยศอดสู เขาพยายามจะอ้าปากขอร้องชีวิต แต่ทว่า...
ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลในเครื่องแบบทหารระดับสูงและหน่วยรบพิเศษติดอาวุธครบมือที่ก้าวเข้ามาล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในกำมือ และผู้ที่เดินนำหน้าเข้ามาด้วยท่าทีเคารพยำเกรงสุดขีด คือชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของตระกูลที่ใหญ่ที่สุดที่แม้แต่ธันวายังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้ามอง
ชายชราเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเรย์ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วก้มศีรษะแนบพื้นต่อหน้าชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้!
"ท่านประธานเรย์... ทุกอย่างตามบัญชาเสร็จสิ้นแล้วครับ..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสะใจในบทนี้นะครับ!
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 32
เรย์ในสายตาคนทั้งเมือง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!