"ก๊อปปี้งานออกแบบคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิของลินินไปทั้งหมด... แล้วตัดราคาลงครึ่งหนึ่งในวินาทีที่สินค้าพวกมันวางแผงครับคุณธันวา"
เสียงรายงานจากชายสวมสูทสีเทาเข้มดังขึ้นภายในห้องทำงานหรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงจากป้ายโฆษณาด้านนอกสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทาบทับลงบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มหยันเหยียดอยู่บนมุมปากตลอดเวลา
ธันวา ทายาทลำดับที่สองแห่งตระกูลอภิมหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียนธุรกิจนำเข้าอัญมณีและแฟชั่น เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีมองออกไปเบื้องล่างด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเต็มเปี่ยม
"ทำดีมาก... คนพวกนั้นคิดว่าแค่มีความพยายามและฝีมือเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถลืมตาอ้าปากในวงการนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบารมีของตระกูลใหญ่สินะครับ" ธันวาหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "ในเมื่อลินินปฏิเสธข้อเสนออันแสนกรุณาของผม เธอก็สมควรต้องชดใช้ด้วยการล้มละลายและแบกหนี้ก้อนโตจนไม่มีแผ่นดินจะ กินข้าว แล้วล่ะครับ"
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเหนื่อยล้า ลินินกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจความเรียบร้อยของร่างแบบเสื้อผ้าชุดสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทา ความกดดันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ดวงตากลมโตคู่นั้นหมองคล้ำ แต่แววตาที่สะท้อนออกมายังคงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น
เรย์ก้าวเข้ามาเงียบเชียบดั่งเงา
มือหนาอบอุ่นเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรศาสาวอย่างอ่อนโยน สัมผัสนั้นทำให้ร่างกายที่เกร็งเครียดของลินินค่อยๆ ผ่อนคลายลง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปากของหญิงสาว แม้จะเหนื่อยล้าแต่เธอก็ยังคงหันมาส่งยิ้มให้สามีเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นห่วง
"ไหวไหมครับคนดี?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามด้วยความห่วงใย ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความรักที่ยากจะหาคำใดมาเปรียบ
"ไหวค่ะ... เอ่อ... ไหวครับคุณเรย์" ลินินเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเรย์เลิกคิ้วขึ้นอย่างหยอกล้อ "ลินินหมายถึง... ลินินไหวค่ะ พรุ่งนี้งานเปิดตัวคอลเลกชันแรกของเราจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทุกอย่างต้องออกมาสมบูรณ์แบบแน่นอนค่ะ"
เรย์มองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
ในอดีตชาติ เขาคือจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถพลิกผันมหาสมุทรและสั่นคลอนอาณาจักรด้วยปลายนิ้ว แต่กลับไร้ซึ่งความหมายใดๆ เมื่อต้องสูญเสียคนที่รักที่สุดไป มาในชาตินี้... ในร่างของชายหนุ่มตกอับที่เคยถูกเหยียบย่ำ ระบบเปย์ล้างผลาญได้มอบโอกาสให้เขาปกป้องเธอกลับคืนมา และเขาจะไม่ยอมให้เศษสวะหน้าไหนมาทำลายรอยยิ้มนี้เป็นอันขาด
ทว่า... สัญชาตญาณอันแหลมคมของจอมเวทกลับเริ่มส่งเสียงเตือนภัยลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
พลังงานเวทมนตร์แปลกประหลาดที่เจือปนด้วยความอิจฉาริษยาและกลิ่นอายของเงินตราสกปรกกำลังแผ่ขยายเข้ามาใกล้ตัวเรื่อยๆ ดั่งงูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ใบไม้แห้ง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ
ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเนื่องจากดึกมากแล้ว เธอเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง ก่อนที่ใบหน้าจะซีดเผือดลงทันทีเมื่อพบกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทราคาแพงผู้หนึ่ง ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
"สวัสดีครับคุณลินิน... ผมเป็นตัวแทนจากบริษัทแฟชั่นรายใหญ่" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันโดยไม่รอให้อذنอนุญาตให้เข้าห้อง เขาก้าวล้ำเข้ามาด้านในทันที "ผมเกรงว่าคุณจะต้องยกเลิกงานเปิดตัวในวันพรุ่งนี้เสียแล้วล่ะครับ เพราะผลงานทั้งหมดของคุณถูกจดลิขสิทธิ์ตัดหน้าไปโดยกลุ่มทุนใหญ่เรียบร้อยแล้ว และถ้าคุณยังดื้อดึงจะจัดงานต่อไป... ทางเราจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่คุณไม่มีปัญญาชดใช้ไปตลอดชีวิตแน่นอนครับ"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง ลินินยืนแข็งทื่อ ซองเอกสารหลุดจากมือร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้อง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโลกความเป็นจริงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ความเหนื่อยยากหยาดเหงื่อทั้งหมดที่เธอทุ่มเทมาแรมปีถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานีในพริบตาเดียว
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง..." เสียงของลินินสั่นพร่า ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายนิ่งสงบจนอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขาก้าวเข้ามาบังร่างของภรรศาสาวไว้เบื้องหลัง ปัดป้องความเลวร้ายทั้งหมดไม่ให้แตะต้องตัวเธอได้แม้แต่น้อย
"แกเป็นใคร..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ทว่ากลับทรงพลังจนชายในชุดสูทถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
"ฉ...ฉันเป็นตัวแทนของคุณธันวา!" ชายคนนั้นพยายามเชิดหน้าขึ้นขู่กลับเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "ตระกูลธันวามีเงินซื้อได้ทุกอย่าง! คนจนๆ อย่างพวกแกไม่มีทางสู้ทุนมหาศาลของเราได้หรอก เลิกดิ้นรนแล้วกราบขอร้องให้คุณธันวาเมตตาเถอะครับ!"
เรย์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นเหมือนยามมองภรรยา หากแต่เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังจะปลิดชีพเหยื่อ
มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงสีเงินยวดยวงออกมาอย่างแผ่วเบา
มิติอากาศรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อยจากการไหลเวียนของพลังงานเวทมนตร์อันไร้ขีดจำกัดที่เชื่อมต่อกับระบบ
"ซื้อทุกอย่างได้งั้นหรือครับ..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก "น่าสนใจดีนี่ครับ... งั้นเรามาลองดูกันสิว่า เงินของตระกูลกระจอกๆ นั่น จะมีค่าสักแค่ไหน เมื่อต้องเจอกับมหาอำนาจที่แท้จริง"
เรย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดต่อสายตรงหาเลขาคนสนิทของระบบด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง
**[ระบบเปย์ล้างผลาญ ทำการยืนยันคำสั่งซื้อ: กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทธันวา กรุ๊ป และยกเลิกสัญญาลิขสิทธิ์ทุกฉบับที่เกี่ยวข้องทันที ไม่จำกัดวงเงิน]**
สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของเรย์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของชายในชุดสูทก็พลันสั่นระรัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงข้อความแจ้งเตือนสถานะล่มสลายของบริษัทคู่ปรับที่ดังระงับไม่หยุดหย่อน!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นและหัวใจที่พองโต แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย•ตอนที่ 8
ศัตรูคนแรกปรากฏกาย
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์ล้างผลาญ: จอมเวทพันล้านทะลุมิติสยบคนรวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!