"หมายความว่ายังไงคะคุณน้ำหวาน ที่บอกว่าออฟฟิศฝั่งโครงสร้างปิดปรับปรุงระบบท่อด่วน แล้วพวกเราต้อง... ย้ายมารวมกันตรงนี้?"
น้ำเสียงของพิมพ์มาดาตวัดสูงขึ้นเล็กน้อย เจือแววไม่เชื่อหูขณะกวาดตามองห้องทำงานขนาดกลางที่ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่แบบเฉพาะกิจ โต๊ะทำงานไม้สักตัวยาวถูกดันให้หันหน้าเข้าหากันโดยมีฉากกั้นเตี้ยๆ กั้นกลาง ราวกับคอกสัตว์ทดลองในห้องแล็บที่ออกแบบมาเพื่อกักขังนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องสองคนไว้ด้วยกันเพื่อดูว่าจะฆ่ากันตายก่อนส่งงานหรือไม่อย่างไร
"คืองี้ค่ะคุณพรีม คุณมินตราโทรมาสั่งการด่วนเมื่อกี้นี้เลยค่ะ บอกว่าไหนๆ ก็ต้องรีโนเวตโรงแรม 'The Azure Bliss' ริมทะเลที่ภูเก็ตให้เสร็จภายในสี่เดือน ทั้งทีมสถาปนิกและมัณฑนากรต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ห้ามมีข้ออ้างเรื่องการประสานงานช้าเด็ดขาด และ... เอ่อ..." น้ำหวาน เลขานุกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะกับสายตาดุราวกับแม่เสือสาวของพิมพ์มาดา "ท่านประธานอนุมัติงบทำห้องนี้เป็น War Room เฉพาะกิจให้พวกคุณสองคนใช้ร่วมกันค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น กรณ์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉยราatน้ำแข็งก็แค่นجเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมินต์และบุคลิกที่แผ่รังสีความกดดันรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา
"ดีเหมือนกันครับ ผมจะได้ไม่ต้องเดินข้ามตึกไปฟังคุณแก้ตัวเรื่องเลือกใช้วัสดุห่วยๆ ที่ไม่เข้ากับโครงสร้างรับน้ำหนักอีก" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ดวงตาสีนิลคมกริบมองเลยผ่านฉากกั้นมากวาดสำรวจโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่เต็มไปด้วยตัวอย่างผ้า วอลเปเปอร์ และแพנטโทนสีราวกับกำลังประเมินพื้นที่สนามรบ
พิมพ์มาดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออด มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองดัง *ปึ้ง!* จนข้าวของกระเด้ง
"ปากเสียแบบนี้ สมแล้วนะคะที่วิศวกรเขาเกลียดคุณครึ่งบริษัท! วัสดุกُرของฉันผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเพื่อความหรูหราและผ่อนคลาย ไม่ใช่แข็งกระด้างแล้วก็น่าเบื่อเหมือนแปลนแท่งปูนไม่มีหัวใจของคุณ!"
"ถ้าแปลนของผมไม่มีหัวใจ แปลนของคุณก็คงเป็นแค่ศาลพระภูมิเคลือบทองที่พร้อมจะพังครืนลงมาเพราะรับน้ำหนักแรงลมทะเลไม่ไหวล่ะครับ คุณพิมมาดา" กรณ์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน พิมพ์มาดาผนวกคิ้วเข้าหากันโดยสัญชาตญาณแต่ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว "จำไว้ด้วยว่า *แปลนนี้เธอไม่ได้ออกแบบคนเดียว* ทุกเส้นที่คุณขีด ผมต้องเป็นคนเซ็นอนุมัติโครงสร้าง... เพราะฉะนั้น เลิกฝันกลางวันแล้วก้มหน้าก้มตาแก้แบบซะ"
"นี่คุณ!"
พิมพ์มาดาอ้าปากจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบที่เตรียมไว้ในใจ แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อกๆ*
ธีรภัทรโผล่ศีรษะเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนๆ ตามสไตล์นักลงทุนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ในมือถือแก้วกาแฟเย็นสองแก้วท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับไม่ได้กลิ่นอายสงครามประสาทที่คุกรุ่นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่แม้แต่น้อย
"โอ้โห บรรยากาศอบอุ่นน่ารักน่าชังสมกับเป็นคู่หูโปรเจกต์ร้อยล้านจริงๆ ด้วยแฮะ" ธีรภัทรแซวพลางเดินดุ่มๆ เข้ามาวางกาแฟลงบนโต๊ะของทั้งคู่ "พอดีผมแวะเอาเอกสารสัญญามาให้คุณมินตราเซ็นแถวนี้ เลยแวะมาดูว่าสถาปนิกปากจัดกับมัณฑนากรสายป่วนเขาตีกันไปถึงไหนแล้ว"
"ถ้าว่างมากนัก นายเอาเอกสารไปกินหัวคิวที่อื่นไป๊ ธีร์!" พิมพ์มาดาหันไปแหวใส่เพื่อนสนิทเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
"ใจเย็นสิคุณเพื่อนรัก ผมหวังดีหรอกนะเนี่ย กลัวว่าอยู่ในห้องเดียวกันสองต่อสองสัปดาห์เดียว เดี๋ยวจากคู่กัดจะกลายเป็นคู่รักแล้วผมจะไม่ได้เป็นพยานรักให้" ธีรภัทรหัวเราะรơiในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะหันไปตบบ่ากรณ์ที่ยืนหน้าตึงเป็นรูปปั้นหิน "ฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะคุณกรณ์ ยัยนี่ดื้อเงียบแต่ปากแซ่บเป็นที่หนึ่ง"
"ผมไม่มีเวลามาดูแลเด็กเอาแต่ใจหรอกครับ ถ้าไม่ติดว่าคุณมินตราเป็นคนสั่ง ผมคงเลือกทำงานคนเดียวตั้งแต่แรกดีกว่ามานั่งเถียงเรื่องสีกับผ้าม่าน" กรณ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีคมกริบชำเลืองมองมัณฑนากรสาวที่กำลังแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างไม่ยอมแพ้
"เชิญประสาทกินกันไปตามสบายเลยครับคุณสถาปนิก เชิญ!" พิมพ์มาดากระแทกเสียงใส่ หยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมากดหน้าจอแรงๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด "อ้อ! แล้วก็บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าโครงสร้างห่วยๆ ของคุณทำให้ฉันต้องรื้อแบบห้องสวีทใหม่แม้แต่นقطเดียว ฉันจะฟ้องคุณมินตราให้หักโบนัสคุณครึ่งหนึ่งแน่!"
"เชิญฟ้องได้เลยครับ เพราะถ้างานนี้พัง คนแรกที่จะโดนเฉดหัวออกจากโปรเจกต์ไม่ใช่ผม... แต่เป็นมัณฑนากรที่เอาแต่ใช้ความรู้สึกเหนือเหตุผลอย่างคุณ" กรณ์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ก่อนจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามลงนั่งแล้วเปิดแล็ปท็อปของตัวเองขึ้นมาบ้าง บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสนิททันที มีเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดที่รัวเร็วกดดันประสาท
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทอดเงาลากยาวบนพื้นห้อง ความเงียบงันเริ่มกัดกินพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ พิมพ์มาดานั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้าจอ เธอกำลังพยายามปรับสัดส่วนของห้องพักริมทะเลให้เข้ากับแนวคิด 'Modern Tropical' แต่ติดตรงที่เสาโครงสร้างรับน้ำหนักขนาดใหญ่กลางห้องที่กรณ์ออกแบบไว้ มันช่างขวางหูขวางตาและทำลายสุนทรียภาพในการตกแต่งภายในของเธอสิ้นเชิง
*หมับ!*
พิมพ์มาดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินดุ่มๆ ไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะฝั่งตรงข้าม ใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนแปลนโครงสร้างที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแล็ปท็อปของกรณ์ทันที
"คุณกรณ์! เสาต้นนี้ในโซน Living Room มันกินพื้นที่ใช้สอยไปตั้งสองเมตร คุณขยับมันไปอีกหน่อยไม่ได้หรือไงคะ? แบบนี้ฉันจะวางโซฟาเบดรับวิวทะเลยังไง!"
กรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสีนิลคมปราบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองเธอด้วยแววตาท้าทายที่ชวนให้อยากหยิกให้เนื้อเขียว
"ถ้าผมขยับเสานั้น แปลนวิศวกรรมทั้งหมดต้องคำนวณใหม่ และฐานรากฝั่งทิศตะวันตกจะรับแรงลมพายุไม่ได้... อยากได้วิวสวยจนยอมให้แขกโรงแรมโดนพายุพัดตึกถล่มทับตายหรือไงครับ พิมพ์มาดา"
"คุณก็พูดเวอร์เกินไป! ฉันแค่บอกว่า..." พิมพ์มาดากลั้วหายใจฮึดฮัด ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขามากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพื่อชี้ให้เห็นจุดที่มีปัญหา จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอโชยเข้าจมูกสถาปนิกหนุ่มจนเขาชะงักไปชั่วขณะ
กรณ์นิ่งงันไป ดวงตาคมกริบเลื่อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมามองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะไล่สายตาขึ้นสบกับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความเงียบงันที่แปลกประหลาดเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มเกิดสะดุดกึกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
พิมพ์มาดารู้สึกตัวว่าเผลอยืนประชิดตัวเขาเกินไปเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับนัยน์ตาคมลึกล้ำที่กำลังมองเธอด้วยประกายแปลกประหลาด แววตาคู่นั้นไม่มีความเยาะเย้ยถากถางเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มบางอย่างที่ทำให้แผ่นหลังของเธอร้อนวูบวาบอย่างประหลาด
"Ehem..." กรณ์กระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด แต่ไม่ยอมถอยหลังหนี เขากลับเอื้อมมือไปคว้าเมาส์แล้วเลื่อนหน้าจอเข้าหาเธอ ใกล้จนมือของเขาสัมผัสโดนหลังมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ ผิวสัมผัสอุ่นจัดทำให้ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย
"ถ้า... ถ้าคุณอยากได้โซฟาเบดตรงนั้นจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์เปลี่ยนเป็นแหบพร่าลงเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ "เราอาจจะต้องเปลี่ยนวัสดุทำเสาเป็นเหล็กกล้าไฮบริดแทนคอนกรีต... ซึ่งมันแพงขึ้น และผมต้องเป็นคนขออนุมัติงบเพิ่มจากคุณมินตราเอง"
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานออกแบบอย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปหมดเมื่อรับรู้ถึงไอความร้อนจากร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้เสียจนเธอแทบจะหลอมละลาย เธอเบี่ยงสายตาหนีริมฝีปากหยักลึกที่อยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา
"ะ... งั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็..."
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างอวบอัดในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงของมินตราที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากวาดมองคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอยู่เหนือโต๊ะทำงานด้วยท่าทางหมิ่นเหม่ ก่อนที่เธอจะตบมือเสียงดังสองครั้งแล้วเอدเสียงแหลมสูง
"โอ๊ะ โอ! ฉันมารบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานร่วมกันของพวกคุณหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันมีเรื่องด่วนจะประกาศให้ทราบ... ว่าฉันเพิ่งเปลี่ยนใจ และพวกคุณมีเวลาเหลือแค่สองเดือนเท่านั้น!"
ไวโอเล็ตการ์เด้น
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้าว่าสองคนนี้จะรอดจากเงื้อมมือคุณมินตราได้ยังไงค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 2
แปลนนี้เธอไม่ได้ออกแบบคนเดียว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!