กระดาษไขแผ่นที่สี่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดัง *ปึก* จนแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวบนโต๊ะกระเพื่อม น้ำสีดำเข้มข้นข้างในเกือบจะกระฉอกออกมาเลอะแบบแปลนร่างที่พิมพ์มาดาเพิ่งนั่งแก้จนถึงตีสาม
"ตรงนี้... วางตำแหน่งเคาน์เตอร์บาร์ผิดหลักฮวงจุ้ยและสัดส่วนการใช้งาน สไตล์มินิมอลที่คุณพรีมพยายามขายมันดูเหมือนห้องเก็บของมินิมอลมากกว่าจะต้อนรับแขกนะคะ แก้มาใหม่... รอบนี้เอาแบบที่ดูมีรสนิยมกว่านี้หน่อย"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบเย็นชาเสียจนน่าหมั่นไส้ กรณ์ปรายตามองเธอผ่านกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยม รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบคนนั้นช่างน่าเอาส้นสูงปักลงไปกลางหน้าผากเสียจริง นี่คือรอบที่สี่แล้วค่ะที่คุณชายสถาปนิกจอมเผด็จการสั่งตีตกงานของเธอ ด้วยเหตุผลเดิมๆ ที่วนลูปราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออก... นี่ไม่ใช่การติเพื่อก่อ แต่มันคือการกลั่นแกล้งกันชัดๆ!
"คุณกรณ์คะ" เสียงหวานใสแต่เจือไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวิวรengจากความโกรธดังขึ้น พิมพ์มาดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนเรียวเสลาค้ำยันลงบนขอบโต๊ะทำงาน สายตาจิกกัดคมกริบราวกับพญาเสือดาวสาวที่พร้อมตะครุบเหยื่อ "ถ้าคุณอ่านหนังสืออกและเรียนจบสถาปัตย์มาด้วยเกรย์เฉลี่ยที่ไม่ใช่ได้มาเพราะจับฉลาก คุณก็น่าจะรู้ว่าสเปซตรงนั้นมันถูกบังคับด้วยเสาโครงสร้างหลักของตึก! หรือว่าสมองส่วนการคำนวณของคุณมันถูกฝังกลบไปพร้อมกับอีโก้สูงลิ่วจนลืมหลักวิศวกรรมพื้นฐานไปหมดแล้วคะ?"
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท ราวกับคำพูดเชือดเฉือนของเธอเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน
"ปากเก่งดีนี่ครับ... แต่ความปากเก่งไม่ได้ช่วยให้ฟังก์ชันการใช้งานของห้องนี้มันดีขึ้นหรอกนะพิมพ์มาดา" เขาจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเธอเต็มยศ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงความเย้าแหย่ที่ทำให้เลือดในกายของเธอพุ่งพล่านขึ้นมาถึงใบหน้า
"มันไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชันค่ะ!" พิมพ์มาดาตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความเหลืออด ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนทัศนียภาพระหว่างเธอกับเขาลดระยะห่างลง "คุณเล่นแง่กับฉันรอบนี้เป็นรอบที่สี่ ทั้งที่แบบแปลนสามรอบก่อนหน้า คุณเป็นคนพยักหน้ารับปากเองกับปากว่าผ่านแล้ว! คุณทำแบบนี้มันเรียกว่าโรคจิตทางจิตวิทยา หรือแค่ว่างงานไม่มีอะไรทำจนต้องมาหาเรื่องกลั่นแกล้งผู้หญิงตาดำๆ เพื่อสนองปมด้อยวัยเด็กของคุณกันแน่คะ?!"
บรรยากาศในห้องประชุมกระจกใสพลันเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยทำงานเบาๆ กลับฟังดูน่ารำคาญขึ้นมาถนัดตา กรณ์ค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตาคมกราบกราบมองสำรวจตั้งแต่ปลายผมลอนสลวยลงมาจนถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ
เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ทว่าทรงพลัง ความสูงของชายหนุ่มทำให้พิมพ์มาดาต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่แคบๆ ในห้องประชุมนี้แคบลงไปอีกหลายเท่าตัว
"ผมไม่ได้ว่างงาน... และผมก็ไม่ได้โรคจิต" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนพิมพ์มาดาต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะด้านหลัง "แต่ที่ผมต้องแก้แบบคุณถึงสี่รอบ... ก็เพราะว่าผมอยากเห็นคุณทุ่มเถียงผมด้วยตาคู่นั้นมากกว่า"
"วะ...ว่ายังไงนะคะ?" พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะรัวด้วยความโกรธ กลับสะดุดกึกแล้วเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นโน้มต่ำลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ
"คุณเก่ง พรีม..." เสียงกระซิบของเขานุ่มทุ้มและแหบพร่าลงอย่างกะทันหัน ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงประกายตาสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้ซีกแก้มของมัณฑนากรสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "แต่คุณดื้อเกินไป... และผมก็เกลียดการยอมแพ้ที่สุด"
พิมพ์มาดาสบตาคมกริบคู่นั้น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอกำหมัดแน่น พยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมาแล้วเงยหน้าสวนกลับทันทีด้วยความอวดดี
"งั้นก็เชิญแพ้ฉันให้ตายไปข้างหนึ่งเลยค่ะ!" เธอพูดลอดไรฟัน พร้อมกับยื่นมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "และกาแฟแก้วนี้... ถือว่าเป็นการชดเชยเวลาสามวันที่ฉันต้องอดนอนเพราะความเรื่องมากของคุณก็แล้วกัน!"
*พรวด!*
น้ำสีดำเข้มครึ่งแก้วถูกสาดเข้าใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของสถาปนิกหนุ่มอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี หยดกาแฟกระจายเปรอะเปื้อนเนื้อผ้าชั้นดีจนกลายเป็นดวงด่างสีเข้มสะใจ
พิมพ์มาดายิ้มหวานหยดย้อยให้เหยื่อตรงหน้า แล้วสะบัดหน้าเตรียมหมุนตัวเดินหนีออกจากห้องด้วยความสะใจขั้นสุด
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่เท้าเรียวจะได้ก้าวพ้นขอบประตู เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเบาๆ ก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามที่พวกเขาทั้งคู่คาดไม่ถึงที่สุด
"อ้าว... พรีม กรณ์ ทำไมบรรยากาศในนี้มันดูร้อนระอุขนาดนี้ล่ะครับ หรือว่ากำลังปรึกษาเรื่องดีไซน์กันจนไฟลุกท่วมห้อง?"
เสียงทุ้มคุ้นหูของธีรภัทรดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้เพื่อนสนิททั้งสองคนสลับกันไปมาอย่างรู้ทัน
พิมพ์มาดาชะתักกึก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อหันกลับไปมองสภาพของกรณ์ที่ตอนนี้เสื้อเชิ้ตขาวเปียกโชกไปด้วยคราบกาแฟ แถมสายตาคมกริบของเขาก็กำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของพ่อหนุ่มสถาปนิกคนนี้นะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นกับสงครามประสาท
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!