"ถ้าท่านยังเอาแต่ขุดรากหญ้าวิญญาณพวกนั้นมากองรวมกันเป็นรูปทรงประหลาดอีกแม้แต่ต้นเดียว ข้าจะเอาดาบเล่มนี้ฟันกระดูกซี่โครงของท่านให้ขาดเป็นสองท่อนจริงๆ ด้วย เซริอัส"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับคมดาบหนักอึ้งที่ปักลงกับพื้นดินเสียงดัง *ตุบ* คือคำทักทายยามสายของลิลลี่ อัศวินสาวผู้ตกกระไดพลอยโจนมาเป็นทั้งผู้คุ้มกันและแรงงานทาสจำเป็น เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อยบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าลึกเข้ามาในเขตป่าชั้นนอกของดันเจี้ยนระดับ E ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความชื้นและฝูงแมลงน่ารำคาญ
เซริอัส เด็กหนุ่มเจ้าของฉายาเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดผู้มองโลกในแง่ดีเกินกว่าเหตุ ชะืองานตรงหน้าลงเล็กน้อย เขาหันกลับมาส่งยิ้มตาหยีที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบดินปืนบนแก้ม
"ใจเย็นก่อนสิครับท่านลิลลี่ นี่ไม่ใช่แค่การขุดรากหญ้าเล่นแก้เซ็งนะ แต่มันคือศิลปะการจัดวางทรัพยากรเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจต่างหากล่ะครับ ดูนี่สิ..." เซริอัสผายมือไปยังซากโครงกระดูกของ 'สไลيمกิ่งไม้' สามตัวที่เขาเพิ่งจัดการไปเมื่อครู่ บนซี่โครงของพวกมันถูกร้อยเรียงด้วยรากของ 'สมุนไพรรากโลหิต' จนเกิดเป็นโครงสร้างคล้ายตะกร้าสานมือขนาดจิ๋ว "ถ้าเราเอาสมุนไพรดิบๆ ไปขายที่กิลด์นักผจญภัย เราจะได้ราคาแค่ก้านละ 5 เหรียญทองแดง แต่ถ้าเราใช้สกิล [เย็บปักถักร้อยแห่งความตาย] จัดทรงให้มันกลายเป็น 'แจกันโครงกระดูกใส่สมุนไพร' ล่ะก็... มูลค่าของมันจะพุ่งพรวดขึ้นไปถึง 30 เหรียญทองแดงเลยทีเดียวเชียวนะครับ!"
ลิลลี่กะพริบตาปริบๆ เผลออ้าปากค้างเล็กน้อยก่อนจะหุบลง ใบหน้าเคร่งขรึมฉายแววเหลือเชื่อระคนเหนื่อยหน่าย เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ
"เจ้า... เอาสกิลสายมืดที่ใช้ปลุกชีพกองทัพศพมาถักโครเชต์ขายเนี่ยนะ? ถ้าบรรพบุรุษเนโครแมนเซอร์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตมาเห็นเข้า พวกเขาคงพากันปีนขึ้นมาจากหลุมเพื่อมาบีบคอเจ้าให้ตายรอบสองแน่ๆ"
"โถ่ ท่านก็พูดเกินไปครับ ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ความตายก็ต้องกินได้เหมือนกันจริงไหมครับน้องจิ๋ว?" เซริอัสหันไปเอานิ้วจิ้มเบาๆ ที่กะโหลกจิ๋วขนาดเท่ากำปั้นตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังส่งเสียง *กรร...* เล็กๆ ในลำคอราวกับจะเห็นด้วยกับผู้เป็นนาย
นี่คือภาพชีวิตประจำวันในช่วงสามวันที่ผ่านมา หลังจากที่เซริอัสตัดสินใจปักหลักตั้งตัวในเมืองชายขอบแห่งนี้ แทนที่จะเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าดันเจี้ยนลึกๆ เพื่อหาทางรอดแบบพวกฮีโร่สายบู๊ เขากลับเลือกใช้กลยุทธ์ "เกษตรกรรมเนโครแมนเซอร์" ด้วยการส่งลูกน้องซากศพขนาดจิ๋วออกตระเวนหาของป่า ขุดสมุนไพร จับแมลงเวทมนตร์ และล่ามอนสเตอร์ระดับล่างสุดกากเพื่อนำชิ้นส่วนมาแปรูปขาย
โลกของดันเจี้ยนและเกมออนไลน์นี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพลังโจมตีรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วย "ระบบเศรษฐกิจ" และเซริอัสก็คือพ่อค้าหน้าเลือดที่สวมชุดคลุมคล้ายนักเวทมืดคนนั้นแหละครับ
"เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา วันนี้เป้าหมายของเราคือการเก็บ 'เห็ดเรืองแสงราตรี' ให้ได้สิบดอก และถ้าโชคดีเราอาจจะได้เจอกับ 'รังผึ้งป่าทมิฬ' ที่อยู่แถบนี้ด้วย" เซริอัสลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกางเกง หยิบไม้เท้ากระดูกคู่ใจขึ้นมาพาดบ่า "ถ้าเราได้น้ำผึ้งป่าทมิฬมาล่ะก็ ผมจะทำเมนูแพנקเค้กซากศพ... เอ๊ย แพנקเค้กน้ำผึ้งราดแยมบลูเบอร์รี่ให้ท่านลิลลี่ทานเป็นการตอบแทนความเหนื่อยยากในวันนี้เลยครับ!"
"ข้าขอผ่านเรื่องเมนูอาหารพิสดารของเจ้าจะดีกว่า..." ลิลลี่ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ แต่เธอก็ยอมขยับตัวเดินตามหลังเด็กหนุ่มไปติดๆ สัญชาตญาณนักรบของเธอบอกว่า แม้เซริอัสจะดูเป็นคนเพี้ยนๆ และชอบทำเรื่องแปลกประหลาด แต่ทุกย่างก้าวที่เด็กหนุ่มคนนี้เดินผ่าน พื้นที่รอบข้างกลับปลอดภัยจากกับดักและมอนสเตอร์ซุ่มโจมตีอย่างน่าประหลาด ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับสิ่งผิดปกติทำงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามแนวป่าทึบ แสงแดดยามสายลอดผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบลงมาเป็นลำแสงสีทองสาดส่องลงบนพื้นหญ้าชื้นแฉะ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงฝีเท้าของพวกเขาเอง จนกระทั่ง...
*กรอบแกรบ...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นไม่ไกลจากพุ่มไม้หนาทึบด้านหน้า ลิลลี่ชักดาบออกจากฝักด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า ท่าทางผ่อนคลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงอัศวินสาวผู้พร้อมประจันหน้ากับอันตราย ดวงตากลมโตหรี่ลงมองตรงไปยังจุดเกิดเหตุ
"ระวังตัวด้วยเซริอัส มีบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามา... และมันไม่ใช่สไลม์กระจอกๆ แน่นอน" เสียงกระซิบของลิลลี่ต่ำลง แฝงไปด้วยจิตสังหารที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
เซริอัสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขายังคงยิ้มบางๆ มือขวาหมุนไม้เท้ากระดูกเล่นเบาๆ สายตาสอดส่องไปยังพุ่มไม้ไหววับนั้นอย่างใจเย็น รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง แต่เป็นรอยยิ้มของนักวิเคราะห์ที่กำลังประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนครั้งใหม่
"ครับ... ผมเห็นแล้วล่ะครับ" เซริอัสตอบเสียงเรียบ "ดูเหมือนว่าลูกค้ารายใหญ่... เอ๊ย แขกไม่速เชิญของเรา จะเดินทางมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ"
พุ่มไม้เบื้องหน้าสั่นไหวอย่างรุนแรง กลิ่นอายความกดดันระดับที่ทำให้หายใจติดขัดแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดภายในโพรงไม้ใหญ่ เงาร่างมหึมาค่อยๆ ก้าวล่วงออกมา เผยให้เห็นดวงตาสสีแดงฉานคู่โตที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาทั้งสองด้วยความกระหายเลือด
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานที่มีกรอบอักษรระยิบระยับแบบฉบับของระบบดันเจี้ยน ก็เด้งขึ้นตรงหน้าของเซริอัสโดยไม่มีี่สัญญาณเตือนล่วงหน้า!
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์พิเศษระดับความยาก "ภัยพิบัติเงียบ" - มินิบอส "ราชوส์: ราช าแห่งหมาป่าพฤกษาคลั่ง" ปรากฏตัวในเขตหวงห้าม!]**
**[เงื่อนไขพิเศษ: เนื่องจากผู้เล่นได้ทำการ "รบกวนระบบนิเวศ" ของป่าชั้นนอกติดกันสามวัน ระบบจึงส่งบอสมาลงทัณฑ์โดยอัตโนมัติ]**
**[คำเตือนจากดันเจี้ยน: "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม... ถ้าเจ้ายังรอดออกไปได้นะ"]**
เซริอัสหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกริบสะท้อนเงาของเขี้ยวสีขาวโพลนที่กำลังแยกยเขี้ยวคำรามอยู่เบื้องหน้า ขณะที่เสียงหัวใจของลิลลี่เต้นระรัวอยู่ข้างกาย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา 3 ตอนแล้วนะครับ ครั้งหน้าเรามาลุ้นกันครับว่าคู่นี้จะเอาตัวรอดจากเจ้าหมาป่ายักษ์ตัวนี้ยังไง!
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 3
การผจญภัยที่ไม่ได้เริ่มจากฮีโร่
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!