"ถ้าคุณยังเดินสะดุดก้อนหินก้อนเดิมเป็นครั้งที่สาม ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมต่อหน้าหน่วยลาดตระเวนของมหาวิหารนะครับ เซริอัส"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเหนื่อยหน่ายระคนขันของลิลลี่ ดังลอดผ่านความเงียบงันของห้องโถงใต้ดินชั้นที่สี่ อัศวินสาวในชุดเกราะเหล็กกล้าขัดเงายืนกอดอกพิงผนังหินชื้นแฉะ แววตาสีฟ้าคมกริบมองเด็กหนุ่มผมยุ่งเหยิงที่กำลังนั่งยองๆ เอาไม้เขี่ยซากกระดูกโครงกระดูกยามที่เพิ่งหมดสภาพไปเมื่อครู่
เซริอัสเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มเจื่อนๆ แسenเป็นเอกลักษณ์ถูกส่งให้เธอทันที มือข้างหนึ่งเกาหัวแกรกๆ อย่างจนปัญญา
"โธ่ ลิลลี่ครับ อย่าเพิ่งด่วนสรุปแบบนั้นสิครับ ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ตกค้างต่างหาก... อีกอย่าง ก้อนหินก้อนนั้นมันวางตัวอยู่ในมุมอับสายตาพอดีนะ"
"มุมอับสายตาสำหรับคนที่ไม่ยอมเงยหน้ามองทางต่างหากล่ะครับ" ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียด เธอขยับดาบยาวที่เหน็บอยู่ข้างเอวเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ "ว่าแต่... สภาพแวดล้อมรอบตัวเรามันแปลกไปจากตอนที่เราลงมาสำรวจเมื่อวานนี้หรือเปล่าครับ? ผมรู้สึกเหมือน... อุณหภูมิลดลง และกลิ่นอายมานาในอากาศมันหนาแน่นจนเกือบจะกลายเป็นของเหลวอยู่แล้ว"
คำพูดของลิลลี่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเซริอัสจางหายไป ความขี้เล่นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความจริงจังในชั่วพริบตา เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะยื่นมือไปแตะผนังหินสีดำสนิทของดันเจี้ยน
ในฐานะเนโครแมนเซอร์ที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับพลังแห่งความตายและเศษซากมานา เซริอัสย่อมสัมผัสความผิดปกติได้เร็วกว่าคนอื่นหลายเท่า
"คุณรู้สึกเหมือนผมใช่ไหมครับ ลิลลี่?" เซริอัสเอ่ยเสียงเบา ดวงตาหรี่ลงมองไปเบื้องหน้า "ไม่ใช่แค่เรื่องอุณหภูมิ... แต่ระบบกำลังรวน"
"ระบบ?" ลิลลี่ขมวดคิ้วมุ่น
"ครับ หน้าต่างสถานะของผม... มันกระพริบแปลกๆ มาตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้ว"
เซริอัสสะบัดมือเบาๆ เรียกหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าครามขึ้นมากลางอากาศ ปกติแล้ว อินเทอร์เฟซของเกมอวาตาร์ต่างโลกนี้จะนิ่งสนิทและแสดงผลตัวเลขอย่างแม่นยำ แต่ในตอนนี้ เส้นขอบของหน้าต่างกลับสั่นกระตุก ตัวอักษรบางบรรทัดซ้อนทับกันราวกับสัญญาณโทรทัศน์ในยุคเก่าที่กำลังจะพังแหล่มิพังแหล่ และที่สำคัญที่สุด... แถบมานาของเขากำลังกระโดดขึ้นลงอย่างไร้เหตุผล จากศูนย์พุ่งทะยานไปจนเต็มหลอดในเสี้ยววินาที
[แจ้งเตือนระบบ: ข... ข้อ.. ข้อผิดพลาดระ... ระดับ... CRITICAL ERROR]
[คำเตือน: ตรวจพบความผัน... ผันผวนของแกนกลาง... ดันเจี้ยน... ขอขอบคุณที่ท่านใช้บริก-]
ข้อความสีแดงฉานปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยตัวอักษรขยะประหลาดที่อ่านไม่ออก แล้วดับวูบไปทันที
ลิลลี่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเซริอัสโดยสัญชาตญาณ มือเรียวสวยกุมด้ามดาบแน่น สายตากวาดมองไปรอบห้องโถงมืดทึบที่มีเพียงแสงสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์ "เกิดอะไรขึ้น? มีศัตรูซุ่มโจมตีด้วยเวทมนตร์รบกวนจิตใจงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีครับ..." เซริอัสพึมพำ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ลิลลี่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "นี่ไม่ใช่ฝีมือของมอนสเตอร์ในชั้นนี้... แต่มันคือการ 'ปฏิเสธ' ของตัวระบบเอง"
"การปฏิเสธ?"
"ครับ" เซริอัสหันมาสบตากับอัศวินสาว "ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้กำลังพยายามฆ่าเรา แต่... มันกำลังพยายาม 'ขับไล่' เราออกไป หรือพูดให้ถูกคือ มันกำลังพยายามรีเซ็ตตัวเอง"
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน เซริอัสค้นพบความลับที่น่าสนใจของดันเจี้ยนแห่งนี้—ดันเจี้ยนซากศพที่คนอื่นมองว่าเป็นขยะและมีแต่มอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่ด้วยสกิลเนโครแมนเซอร์สายสร้างสรรค์ของเขา เขากลับดึงเอาศักยภาพของซากศพมาใช้ประดิษฐ์เป็นไอเทมซัพพอร์ตและสะสมแต้มประสบการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ระบบภายในดันเจี้ยนเริ่มปั่นป่วนจากการที่ "ผู้เล่นนอกคอก" คนนี้ใช้งานมันผิดประเภทจากที่ผู้สร้างตั้งใจไว้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันเกินกว่าความ "ผิดปกติ" ทั่วไป
ครืนนนนน!
พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดลึกเบื้องล่าง ราวกับมีอสุรกายขนาดยักษ์กำลังพลิกตัวตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
"ตั้งรับ!" ลิลลี่ตะโกนลั่น เธอพุ่งตัวมาขวางหน้าเซริอัส พร้อมกับปลดปล่อยออร่าสีขาวบริสุทธิ์ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ออกมาเพื่อสร้างโล่ป้องกัน
เซริอัสไม่ได้ขยับหนี เขากลับทรุดตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ฝ่ามือแนบลงไปบนแผ่นหินที่สั่นระริก ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อประสาทสัมผัสทางเวทมนตร์เชื่อมต่อกับแกนกลางของดันเจี้ยนโดยตรงผ่านทักษะติดตัว
ภาพนับร้อยภาพไหลทะลักเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว—ภาพของห้องโถงที่ถูกพับเก็บ ภาพของมอนสเตอร์นับพันตัวที่สลายกลายเป็นละอองแสง และภาพของ... รหัสคำสั่งแปลกปลอมที่กำลังเขียนทับกฎเกณฑ์ทั้งหมดของดันเจี้ยนแห่งนี้
*ไม่ใช่ฝีมือของระบบอัตโนมัติ... มีใครบางคนกำลังควบคุมมันอยู่*
"เซริอัส! ทางนั้น!" ลิลลี่ชี้ไปยังปลายทางเดินมืดสนิทที่เชื่อมต่อกับห้องโถง
ความมืดเบื้องหน้ากำลังบิดเบี้ยว อากาศรอบตัวกลายเป็นสีม่วงเข้ม รอยแยกของมิติขนาดเล็กปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงกรีดแหลมสูงที่บาดแก้วหูจนเลือดกำเดาของเซริอัสไหลซึมออกมาจากจมูก ดังประสานกับเสียงหัวGาะทุ้มต่ำที่ไร้ที่มา
ร่างเงาสีดำทมิฬร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ ร่างนั้นสวมชุดคลุมขาดวิ่น ใบหน้าใต้ฮู้ดถูกปกوุมด้วยความมืดมิดสนิท แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเซริอัสกระตุกวูบ คือไอเทมที่ร่างนั้นถืออยู่ในมือ...
มันคือไม้เท้ากระดูกที่สลักลวดลายเดียวกับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
"แก... เป็นใครกันแน่?" เซริอัสกัดฟันกรอด ฝืนทนต่อแรงกดดันมหาศาลที่พยายามกดร่างของเขาให้จมดิน
ร่างเงาดำหยุดเดิน เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสองข้างที่เปล่งแสงสีแดงฉานราวกับโลหิต ก่อนที่ริมฝีปากภายใต้ฮู้ดจะขยับส่งเสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—เสียงที่เป็นเงาสะท้อนของตัวเขาเอง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ตัวฉันในอดีต"
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบผู้ใช้งานซ้อนทับ (Duplicate User) กำลังเข้ายึดครองสิทธิ์การควบคุมดันเจี้ยนทั้งหมด... กระบวนการลบข้อมูลตัวละครหลักกำลังเริ่มต้นใน 3... 2...]
ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 13
สัญญาณของความผิดปกติ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!